我的書籤免費註冊

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. 2555 พ.ศ. 2564

ค0117-1B-0001法律・公布 2021-12-29・全 24 條

อารัมภบท

พระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พระราชกำหนดนี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๒๘ มาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชกำหนดนี้ เพื่อให้การควบคุมการใช้สารต้องห้ามและวิธีการต้องห้ามทางการกีฬามีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลตามหลักการที่ระบุไว้ในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามในการกีฬา ซึ่งการตราพระราชกำหนดนี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกำหนดขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกำหนดนี้เรียกว่า “พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า “สารต้องห้าม” ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน ““สารต้องห้าม” หมายความว่า สารหรือประเภทของสารตามภาคผนวกหนึ่งท้ายอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามในการกีฬา ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม”

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้เพิ่มบทนิยามคำว่า “วิธีการต้องห้าม” ระหว่างบทนิยามคำว่า “สารต้องห้าม” และ “สมาคมกีฬา” ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ““วิธีการต้องห้าม” หมายความว่า วิธีการใด ๆ ตามที่ได้มีการกำหนดไว้ในรายการต้องห้ามตามภาคผนวกหนึ่งท้ายอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามในการกีฬาซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม”

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า “สมาคมกีฬา” ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน ““สมาคมกีฬา” หมายความว่า สมาคมกีฬาที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย และให้หมายความรวมถึงองค์กรกีฬาระดับประเทศหรือระดับภูมิภาคในประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาชิกของหรือได้รับการรับรองจากสหพันธ์กีฬานานาชาติว่าเป็นองค์กรที่กำกับดูแลกีฬาของสหพันธ์กีฬานานาชาติในประเทศไทยด้วย”

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า “การแข่งขันกีฬา” “นักกีฬา” และ “บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา” ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน ““การแข่งขันกีฬา” หมายความว่า การแข่งขันกีฬาครั้งหนึ่งหรือการแข่งขันกีฬานัดเดียวหรือเกมส์เดียว หรือการแข่งขันกีฬาประเภทเดียว ทั้งนี้ ตามที่สหพันธ์กีฬานานาชาติของแต่ละชนิดกีฬานั้น ๆ กำหนด “นักกีฬา” หมายความว่า บุคคลใดที่เข้าแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติตามที่สหพันธ์กีฬานานาชาติของแต่ละชนิดกีฬานั้น ๆ กำหนด หรือในระดับชาติตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด “บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา” หมายความว่า ผู้ฝึกสอน ผู้ฝึกซ้อม ผู้จัดการ ตัวแทน คณะทำงานร่วมทีม เจ้าหน้าที่ บุคลากรทางการแพทย์และทางเวชกิจฉุกเฉิน หรือบิดามารดาของนักกีฬา หรือบุคคลอื่นใด ซึ่งให้การรักษา ให้ความช่วยเหลือ หรือทำงานร่วมกับนักกีฬาที่เข้าร่วมหรือเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันกีฬา”

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ให้ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นกรรมการและเลขานุการ”

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๙ คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) กำหนดนโยบายและควบคุมดูแลโดยทั่วไปในการดำเนินการของสำนักงาน (๒) ออกประกาศเกี่ยวกับการพิจารณาโทษทางกีฬาและมาตรการในการลงโทษทางกีฬา (๓) ส่งเสริมการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับสารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้ามแก่นักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา และบุคคลอื่นซึ่งเกี่ยวข้องกับการกีฬา (๔) ออกประกาศเพื่อปฏิบัติการอื่นใดให้เป็นไปตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ คณะกรรมการเฉพาะเรื่อง หรือคณะอนุกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ (๕) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย”

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๙/๑ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ “มาตรา ๙/๑ การออกกฎ ข้อบังคับ นโยบาย หรือการปฏิบัติเชิงบริหารต่าง ๆ ในการดำเนินการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับประมวลกฎการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกและมาตรฐานสากล ทั้งนี้ ตามหลักการที่ระบุไว้ในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามในการกีฬา ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และปรับปรุงให้สอดคล้องอยู่เสมอ การออกประกาศตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องพิจารณาให้เป็นไปตามวรรคหนึ่งด้วย”

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๓ คณะกรรมการเฉพาะเรื่องมีอำนาจสั่งให้นักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬาหรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง ส่งสารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้าม วัตถุ เอกสาร หลักฐาน หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตรวจหาสารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้ามได้ ในการนี้ จะเรียกนักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา หรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาชี้แจงด้วยวาจาก็ได้”

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ให้ยกเลิกวรรคสองของมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ให้ยกเลิกวรรคสองของมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ให้ยกเลิกวรรคสองของมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๘ ให้จัดตั้งสำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาเป็นหน่วยงานในการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติงาน และให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการและคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง (๒) ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการควบคุมตรวจสอบการใช้สารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้ามตามประกาศที่คณะกรรมการกำหนด (๓) ให้บริการทางวิชาการ ส่งเสริม สนับสนุนด้านวิชาการ การประกันคุณภาพของกระบวนการควบคุมการใช้สารต้องห้ามและวิธีการต้องห้าม การวิจัยและพัฒนา เพื่อพัฒนาและป้องกันการควบคุมการใช้สารต้องห้ามและวิธีการต้องห้าม (๔) ส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือในการป้องกันการใช้สารต้องห้ามและวิธีการต้องห้ามทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ (๕) จัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับสารต้องห้ามและวิธีการต้องห้าม และหลักเกณฑ์ในการควบคุมการใช้สารต้องห้ามและวิธีการต้องห้ามสำหรับเจ้าหน้าที่ ตลอดจนรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำเป็นประมวลและปรับปรุงข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สารต้องห้ามและวิธีการต้องห้ามให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และเผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือระบบหรือวิธีการอื่นใดที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก (๖) จัดให้มีการโฆษณา และประชาสัมพันธ์ข่าวสารเกี่ยวกับสารต้องห้ามและวิธีการต้องห้ามในการสร้างความรู้ความเข้าใจต่อนักกีฬาและประชาชน (๗) ประสานงานกับนักกีฬา สมาคมกีฬา และองค์กรที่เกี่ยวข้องในการตรวจหาสารต้องห้ามและวิธีการต้องห้ามทั้งในประเทศและต่างประเทศ (๘) ประสานงานกับองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาระดับสากล (๙) จัดทำรายงานผลการดำเนินงานประจำปีเสนอต่อรัฐมนตรีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง”

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ให้ยกเลิกมาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ . ๒๕๕๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๒๒ ห้ามนักกีฬาหรือบุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬากระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ในการใช้สารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้ามตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด”

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ให้ยกเลิกมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๒๔ การเก็บตัวอย่าง การเคลื่อนย้ายตัวอย่างและการขนส่ง การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และมาตรฐานการตรวจสอบสารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้าม รวมทั้งค่าบริการในการตรวจสอบดังกล่าว ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด มาตรา ๒๕ นักกีฬาผู้ใดประสงค์จะใช้สารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้ามเพื่อการรักษา ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน และให้สำนักงานส่งคำขอดังกล่าวให้คณะกรรมการการแพทย์พิจารณา ทั้งนี้ การยื่นคำขอ การพิจารณา และการแจ้งผลการพิจารณา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เมื่อคณะกรรมการการแพทย์มีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นักกีฬาหรือผู้ที่เกี่ยวข้องมีสิทธิอุทธรณ์ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่คณะกรรมการประกาศกำหนด มาตรา ๒๖ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาโทษได้รับรายงานจากสำนักงานว่า นักกีฬาหรือบุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๒ ให้คณะกรรมการพิจารณาโทษดำเนินการพิจารณาเพื่อมีคำสั่ง และแจ้งคำสั่งนั้นให้นักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา หรือผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ ต่อไป การพิจารณาตามวรรคหนึ่ง ต้องให้นักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง มีโอกาสได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงหลักฐานของตนในกระบวนการพิจารณาที่เป็นธรรม การพิจารณา การกำหนดโทษทางกีฬา และการแจ้งคำสั่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่คณะกรรมการประกาศกำหนด มาตรา ๒๗ นักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา หรือผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งไม่เห็นด้วยกับคำสั่งตามมาตรา ๒๖ มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่คณะกรรมการประกาศกำหนด มาตรา ๒๘ ให้คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์พิจารณา และแจ้งคำวินิจฉัยเป็นหนังสือให้ผู้อุทธรณ์หรือผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ การพิจารณาตามวรรคหนึ่ง ต้องให้นักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง มีโอกาสได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงหลักฐานของตนในกระบวนการพิจารณาที่เป็นธรรม การพิจารณาและการแจ้งผลการพิจารณา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ในการออกหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาตามวรรคสาม ต้องไม่ตัดสิทธิขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก ในการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อศาลอนุญาโตตุลาการทางการกีฬาตามข้อตกลงที่ผูกพันระหว่างองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ คำว่า “ศาลอนุญาโตตุลาการทางการกีฬา” หมายความว่า องค์กรที่คู่สัญญาตกลงให้ทำหน้าที่ระงับข้อพิพาททางกีฬาด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการหรือวิธีไกล่เกลี่ยตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก มาตรา ๒๙ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการดำเนินการตรวจสอบการใช้สารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้าม เก็บตัวอย่างส่งตรวจ รายงานผลการตรวจหาสารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้าม และให้มีอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) เข้าไปเก็บตัวอย่างเลือด ปัสสาวะ หรือส่วนประกอบของร่างกายจากนักกีฬา เพื่อนำไปตรวจหาสารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้ามในการแข่งขันกีฬาหรือนอกการแข่งขันกีฬาในสถานที่และเวลาใด ๆ ที่นักกีฬาพักอาศัยหรือฝึกซ้อมโดยไม่แจ้งล่วงหน้า (๒) มีหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ ส่งคำชี้แจงเป็นหนังสือ หรือส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจหาสารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้ามมาเพื่อตรวจสอบหรือประกอบการพิจารณา การเข้าไปตรวจหาสารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้ามนอกการแข่งขันกีฬาตาม (๑) ให้กระทำระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เว้นแต่มีเหตุอันควรสงสัยว่านักกีฬามีการใช้สารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้ามและหากปล่อยเนิ่นช้าจะกระทบต่อกระบวนการในการตรวจสอบ ให้เข้าไปตรวจหาสารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้ามในเวลากลางคืนก็ได้”

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๓๓ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนดในมาตรา ๒๒ ให้คณะกรรมการพิจารณาโทษกำหนดโทษทางกีฬาเพื่อตัดสิทธิในการแข่งขันกีฬาหรือที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬา หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดที่ได้รับจากการแข่งขันกีฬาหรืออันเนื่องมาจากการได้รับรางวัลในการแข่งขันกีฬา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด มาตรา ๓๔ โทษทางกีฬาตามพระราชบัญญัตินี้มิใช่โทษอาญา”

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่ง ที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ บรรดาการพิจารณาของคณะกรรมการเฉพาะเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณาก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการต่อไปตามพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ จนกว่าจะแล้วเสร็จ

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ในการดำเนินการออกประกาศเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาเพื่อทราบ

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารักษาการตามพระราชกำหนดนี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ : - เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (World Anti-Doping Agency) ซึ่งเป็นองค์กรระดับระหว่างประเทศที่กำหนดมาตรการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาในระดับนานาชาติ ได้ปรับปรุงประมวลกฎการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (World Anti-Doping Code) ทำให้บทบัญญัติบางประการแห่งพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ไม่สอดคล้องกับประมวลกฎดังกล่าว ซึ่งหากไม่มีการแก้บทบัญญัติเหล่านั้นอย่างเร่งด่วน จะส่งผลกระทบต่อการจัดการแข่งขันกีฬาระดับชาติและระดับนานาชาติที่ประเทศไทยได้รับสิทธิในการจัดการแข่งขันมาแล้วและมีกำหนดที่จะจัดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้หลายรายการ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรงทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม กับจะทำให้ประเทศไทยไม่สามารถเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาในระดับชาติและระดับนานาชาติใด ๆ ที่มีผลประโยชน์ตอบแทนต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศสูงได้อีกต่อไป และจะถูกจำกัดสิทธิหลายประการในการส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันในระดับชาติและระดับนานาชาติอีกด้วย ซึ่งรวมถึงสิทธิในการใช้ธงชาติไทยในการแข่งขันกีฬา อันกระทบต่อชื่อเสียงเกียรติภูมิของประเทศและความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งมวล จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查