พระราชบัญญัติ คุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์เตรียมความพร้อม ป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย พ.ศ. ๒๕๖๑
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย พ.ศ. ๒๕๖๑”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “ศูนย์” หมายความว่า ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชียที่จัดตั้งขึ้นตามกฎบัตรของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘
มาตรา ๔ เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์ในประเทศไทยให้บรรลุตามความมุ่งประสงค์ (๑) ให้ยอมรับนับถือว่าศูนย์เป็นนิติบุคคล และมีภูมิลำเนาในประเทศไทย (๒) ให้ศูนย์ ทรัพย์สินและสินทรัพย์ของศูนย์
ตลอดจนเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญชาวต่างประเทศซึ่งศูนย์แต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่หรือได้รับเชิญอย่างเป็นทางการให้มาปฏิบัติงานให้แก่ศูนย์ ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามกฎบัตรของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘
และความตกลงที่จะทำกันต่อไประหว่างรัฐบาลไทยกับศูนย์ ภายใต้กรอบแห่งกฎบัตรดังกล่าว ทั้งนี้ ในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยหรือเข้ามาในประเทศไทยเพื่อปฏิบัติหน้าที่หรือในการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับศูนย์
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยตกลงจะเข้าเป็นภาคีกฎบัตรของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย
เพื่อร่วมจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวขึ้นเป็นองค์การระหว่างประเทศโดยมีสำนักงานอยู่ในประเทศไทยเพื่อเป็นศูนย์กลางการเตรียมความพร้อมสำหรับการป้องกันภัยพิบัติในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก อันจะเป็นประโยชน์ต่อการเฝ้าระวังภัยพิบัติและรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน ดำรงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
และป้องกันภัยพิบัติทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ดังนั้น เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานขององค์การระหว่างประเทศดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).