กฎกระทรวง การขึ้นทะเบียนหน่วยบริการอาชีวเวชกรรม และหน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๖๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๕ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามร้อยหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้ “หน่วยบริการ” หมายความว่า สถานบริการสาธารณสุข หน่วยงานหรือหน่วยบริการด้านสุขภาพที่ดำเนินการภายในสถานประกอบกิจการ หรือองค์กรที่ให้บริการด้านอาชีวเวชกรรมหรือเวชกรรมสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการตามมาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง
“หน่วยงานรับขึ้นทะเบียน” หมายความว่า กรมควบคุมโรคหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยคุณสมบัติของหน่วยงานอื่นใดของรัฐที่จะดำเนินการขึ้นทะเบียนแก่หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมหรือเวชกรรมสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๖๒
ข้อ ๓ หน่วยบริการใดประสงค์จะให้บริการอาชีวเวชกรรมหรือเวชกรรมสิ่งแวดล้อมจะต้องขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมหรือหน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมกับหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนตามกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๔ ให้กรมควบคุมโรคเผยแพร่รายชื่อหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนตามกฎกระทรวงนี้ให้ประชาชนทราบ ณ ที่ทำการของกรมควบคุมโรค และโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการหรือช่องทางอื่นใดที่อธิบดีกรมควบคุมโรคกำหนด
ข้อ ๕ การยื่นคำขอขึ้นทะเบียน คำขอต่ออายุการขึ้นทะเบียน คำขอรับใบแทนการขึ้นทะเบียน การแจ้ง หรือการติดต่อใด ๆ และการออกเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีมีเหตุไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ดำเนินการ ณ
สถานที่หรือโดยวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) หน่วยงานรับขึ้นทะเบียนซึ่งมีที่ตั้งหรือที่ทำการของหน่วยงานในเขตท้องที่เดียวกันกับที่ตั้งของหน่วยบริการ (๒) โดยวิธีการทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ (๓) สถานที่อื่นหรือวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกรมควบคุมโรคกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๖ ใบรับคำขอ ใบขึ้นทะเบียน แบบประเมินมาตรฐานเบื้องต้นของหน่วยบริการ รายงานผลการประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียน และคำขอตามกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกรมควบคุมโรคกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
หมวด ๒ การขอขึ้นทะเบียนและการขึ้นทะเบียน
ข้อ ๗ หน่วยบริการใดประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมหรือหน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม ต้องจัดให้มีบุคลากรผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรมหรือเวชกรรมสิ่งแวดล้อม และเครื่องมือสำหรับการให้บริการอาชีวเวชกรรมหรือเวชกรรมสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา ๒๔ (๑) และ (๒)
ข้อ ๘ หน่วยบริการใดประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมหรือหน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม ให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนต่อหัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนซึ่งมีที่ตั้งหรือที่ทำการของหน่วยงานในเขตท้องที่เดียวกันกับที่ตั้งของหน่วยบริการนั้น พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร และหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑)
ในกรณีหน่วยบริการที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ ให้แนบเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเป็นสถานบริการสาธารณสุขของรัฐที่ดำเนินการโดยราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงานของรัฐ หรือสถาบันการศึกษาของรัฐ (๒)
ในกรณีหน่วยบริการที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นสภากาชาดไทย ให้แนบเอกสารหรือหลักฐานแสดงการเป็นนิติบุคคล และหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย (๓) ในกรณีหน่วยบริการที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นสถานบริการสาธารณสุขของเอกชน ให้แนบใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลและใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล (๔)
ในกรณีหน่วยบริการที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการการประกอบโรคศิลปะสาขาต่าง ๆ ให้แนบเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเป็นหน่วยบริการการประกอบโรคศิลปะที่ดำเนินการโดยผู้ประกอบโรคศิลปะที่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะในสาขานั้น ๆ
และเอกสารหรือหลักฐานแสดงการจัดตั้งหน่วยบริการการประกอบโรคศิลปะ (๕) ในกรณีหน่วยบริการที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานหรือหน่วยบริการด้านสุขภาพที่ดำเนินการภายในสถานประกอบกิจการ ให้แนบหนังสือรับรองจากสถานประกอบกิจการว่าเป็นหน่วยงานหรือหน่วยบริการด้านสุขภาพที่ดำเนินการภายในสถานประกอบกิจการนั้น
และชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคลของสถานประกอบกิจการ พร้อมทั้งคำยินยอมให้หัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว (๖) ในกรณีหน่วยบริการที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรที่ให้บริการด้านอาชีวเวชกรรมหรือเวชกรรมสิ่งแวดล้อม ให้แนบเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงการจัดตั้งองค์กร
และหน้าที่และอำนาจขององค์กรที่ดำเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข (๗) หนังสือมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจยื่นคำขอและดำเนินการตามที่ได้รับมอบอำนาจที่ติดอากรแสตมป์แล้ว
พร้อมทั้งระบุเลขประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและของผู้รับมอบอำนาจซึ่งยินยอมให้หัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว (๘) เอกสารหรือหลักฐานแสดงคุณวุฒิการศึกษาหรือความรู้ในวิชาชีพของบุคลากรในหน่วยบริการตามข้อ ๗ (๙) เอกสารหรือหลักฐานแสดงความพร้อมของเครื่องมือตามข้อ ๗ (๑๐)
แบบประเมินมาตรฐานเบื้องต้นของหน่วยบริการที่ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่อธิบดีกรมควบคุมโรคกำหนด (๑๑) เอกสารหรือหลักฐานที่แสดงว่าผ่านการตรวจสอบหรือรับรองคุณภาพการให้บริการอาชีวเวชกรรมหรือเวชกรรมสิ่งแวดล้อมจากกรมควบคุมโรค (ถ้ามี)
ข้อ ๙ เมื่อได้รับคำขอขึ้นทะเบียน ให้หัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนตรวจสอบคำขอขึ้นทะเบียน รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ถูกต้องหรือขาดข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใด ให้แจ้งหน่วยบริการที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น
ให้แจ้งให้หน่วยบริการที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมคำขอขึ้นทะเบียน หรือส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องนั้นไว้และแจ้งให้หน่วยบริการที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมคำขอขึ้นทะเบียน หรือจัดส่งข้อมูล เอกสาร
หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่หัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนกำหนด ในกรณีที่การยื่นคำขอขึ้นทะเบียนมิได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้หัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนและหน่วยบริการที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ในกรณีที่เห็นว่าคำขอ ข้อมูล เอกสาร
และหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว ให้หัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนออกใบรับคำขอให้แก่หน่วยบริการที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ในกรณีที่หน่วยบริการที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอขึ้นทะเบียน หรือไม่ส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง
ให้ถือว่าหน่วยบริการที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้หัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบและมีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบ
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่คำขอขึ้นทะเบียน รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว ให้หัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนและตรวจสอบข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ ข้อมูล เอกสาร และหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วน ในการตรวจสอบข้อมูล เอกสาร
หรือหลักฐานตามวรรคหนึ่ง หัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนอาจมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดเข้าไปตรวจสอบหน่วยบริการที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน หรือเรียกหน่วยบริการที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนมาชี้แจงข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่ยื่นไว้ได้
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่หัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนมีคำสั่งขึ้นทะเบียน ให้มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาและออกใบขึ้นทะเบียนให้แก่หน่วยบริการที่ขอขึ้นทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง ในกรณีที่หน่วยงานรับขึ้นทะเบียนมิใช่กรมควบคุมโรค
ให้หัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนดังกล่าวแจ้งรายชื่อหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนให้กรมควบคุมโรค และคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมจังหวัด หรือคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี ทราบตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งด้วย
ข้อ ๑๒ ในกรณีที่หัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนมีคำสั่งไม่ขึ้นทะเบียน ให้มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณา พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ให้หน่วยบริการที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง
ข้อ ๑๓ ให้กรมควบคุมโรค และคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมจังหวัด หรือคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี ประกาศรายชื่อหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือสื่ออื่นใดตามที่เห็นสมควรเพื่อให้ประชาชนทราบ
หมวด ๓ อายุการขึ้นทะเบียน การต่ออายุการขึ้นทะเบียน และการออกใบแทนการขึ้นทะเบียน
ข้อ ๑๔ ให้การขึ้นทะเบียนหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมหรือเวชกรรมสิ่งแวดล้อมมีอายุสามปีนับแต่วันที่มีคำสั่งขึ้นทะเบียน
ข้อ ๑๕ หน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนซึ่งประสงค์จะต่ออายุการขึ้นทะเบียน ให้ยื่นคำขอต่ออายุการขึ้นทะเบียนต่อหัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนภายในเก้าสิบวันก่อนการขึ้นทะเบียนสิ้นอายุ พร้อมด้วยใบขึ้นทะเบียน ข้อมูล เอกสาร และหลักฐานตามที่กำหนดในแบบคำขอต่ออายุการขึ้นทะเบียน
เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุการขึ้นทะเบียนแล้ว ให้หน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนดำเนินการต่อไปได้จนกว่าหัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนจะมีคำสั่งไม่ต่ออายุการขึ้นทะเบียนนั้น
ให้นำรายงานผลการประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนจากคณะผู้ประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนตามข้อ ๒๑ มาใช้ในการพิจารณาต่ออายุการขึ้นทะเบียน รวมทั้งนำความในข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ มาใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม
ข้อ ๑๖ ในกรณีที่ใบขึ้นทะเบียนสูญหาย ถูกทำลาย หรือเสียหายในสาระสำคัญ และหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนประสงค์จะยื่นคำขอรับใบแทนการขึ้นทะเบียน ให้ยื่นคำขอต่อหัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร และหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) ใบขึ้นทะเบียนหรือเลขที่ใบขึ้นทะเบียน
กรณีใบขึ้นทะเบียนถูกทำลายหรือเสียหายในสาระสำคัญ (๒) ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นใดที่แสดงว่าใบขึ้นทะเบียนสูญหาย ถูกทำลาย หรือเสียหายในสาระสำคัญ ตามที่กำหนดในแบบคำขอรับใบแทนการขึ้นทะเบียน ให้นำความในข้อ ๙ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาคำขอรับใบแทนการขึ้นทะเบียนด้วยโดยอนุโลม
ในกรณีที่คำขอรับใบแทนการขึ้นทะเบียน รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานตามวรรคหนึ่งถูกต้องและครบถ้วน ให้หัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนออกใบแทนการขึ้นทะเบียนให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวัน การออกใบแทนการขึ้นทะเบียน ให้ใช้แบบใบขึ้นทะเบียนเดิม และระบุคำว่า “ใบแทน”
ด้วยตัวอักษรสีแดงไว้ที่ด้านหน้าซ้ายของใบขึ้นทะเบียน และให้ระบุวัน เดือน ปี ที่ออกใบแทนการขึ้นทะเบียนไว้ด้วย
ข้อ ๑๗ หน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนใดประสงค์จะเลิกให้บริการอาชีวเวชกรรมหรือเวชกรรมสิ่งแวดล้อม ให้แจ้งเป็นหนังสือต่อหัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันเลิกให้บริการอาชีวเวชกรรมหรือเวชกรรมสิ่งแวดล้อม
พร้อมทั้งส่งใบขึ้นทะเบียนและข้อมูลการให้บริการอาชีวเวชกรรมหรือเวชกรรมสิ่งแวดล้อมที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และให้ถือว่าการขึ้นทะเบียนสิ้นอายุนับแต่วันเลิกให้บริการอาชีวเวชกรรมหรือเวชกรรมสิ่งแวดล้อมนั้น แล้วให้หัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนลบชื่อหน่วยบริการนั้นออกจากทะเบียน และประกาศให้ประชาชนทราบ
ให้หน่วยงานรับขึ้นทะเบียนแจ้งให้กรมควบคุมโรค และคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมจังหวัด หรือคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ถือว่าการขึ้นทะเบียนของหน่วยบริการตามวรรคหนึ่งสิ้นอายุ
ข้อ ๑๘ ให้หัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนเพิกถอนทะเบียนในกรณีที่ปรากฏว่าหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนใด (๑) ขาดคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการตามมาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง (๒)
ให้บริการไม่เป็นไปตามมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมหรือมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม แล้วแต่กรณี และก่อหรืออาจก่อ ให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อลูกจ้าง แรงงานนอกระบบ หรือประชาชน (๓)
ให้บริการไม่เป็นไปตามมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมหรือมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม แล้วแต่กรณี และไม่ดำเนินการแก้ไขความบกพร่องเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานตามที่ได้รับแจ้งจากหัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนตามข้อ ๑๙ ตั้งแต่สองครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน
ข้อ ๑๙ ในกรณีที่หน่วยงานรับขึ้นทะเบียนได้รับรายงานผลการประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนจากคณะผู้ประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนตามข้อ ๒๑ หรือปรากฏแก่หน่วยงานรับขึ้นทะเบียนว่า
หน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนดำเนินการไม่เป็นไปตามมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมหรือมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม แล้วแต่กรณี
ให้หัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนมีหนังสือแจ้งให้หน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนนั้นแก้ไขความบกพร่องดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่หัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนพิจารณาแล้วเห็นว่า
การให้บริการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานดังกล่าวก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อลูกจ้าง แรงงานนอกระบบ หรือประชาชน ให้หัวหน้าหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนตามข้อ ๑๘ (๒)
ข้อ ๒๐ คำสั่งเพิกถอนทะเบียน ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้หน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้น
หมวด ๕ การประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียน
ข้อ ๒๑ ให้คณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมจังหวัด หรือคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี แต่งตั้งคณะผู้ประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียน
ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และการสาธารณสุขของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคซึ่งมีเขตพื้นที่รับผิดชอบจังหวัดนั้น อย่างน้อยหนึ่งคน และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด อย่างน้อยหนึ่งคน เพื่อทำหน้าที่ประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนในพื้นที่จังหวัดนั้น ในกรณีมีความจำเป็น
อธิบดีกรมควบคุมโรคอาจแต่งตั้งคณะผู้ประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียน เพื่อทำหน้าที่ประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียน หรือดำเนินการร่วมกับคณะผู้ประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนตามวรรคหนึ่งด้วยก็ได้
การประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนให้ดำเนินการทุกสองปี โดยตรวจประเมินว่าหน่วยบริการนั้นให้บริการเป็นไปตามมาตรฐานการให้บริการอาชีวเวชกรรมหรือมาตรฐานการให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมตามที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในมาตรา ๒๔ (๑) และ (๒) หรือไม่ ทั้งนี้
กระบวนการตรวจประเมินให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมควบคุมโรคกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้คณะผู้ประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนส่งรายงานผลการประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนไปยังหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนของหน่วยบริการนั้น
ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทำการประเมินคุณภาพแล้วเสร็จ เพื่อให้หน่วยงานรับขึ้นทะเบียนนำไปประกอบการพิจารณาต่ออายุการขึ้นทะเบียนหรือเพิกถอนทะเบียนของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนนั้น แล้วแต่กรณี ในกรณีที่หน่วยงานรับขึ้นทะเบียนตามวรรคสี่มิใช่กรมควบคุมโรค
ให้หน่วยงานรับขึ้นทะเบียนดังกล่าวแจ้งผลการประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนให้กรมควบคุมโรค และคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมจังหวัดหรือคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี
ทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานผลการประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียน
ข้อ ๒๒ ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียน คณะผู้ประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนอาจเข้าไปในสถานที่ทำงานหรือสถานประกอบการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียน ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก
หรือในเวลาทำการของสถานที่ทำงานหรือสถานประกอบการนั้นได้ โดยต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ทำงานหรือสถานประกอบการก่อน รวมทั้งขอให้หน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนมาให้ข้อเท็จจริง ส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใด ๆ ที่จำเป็นหรือเกี่ยวข้อง
เพื่อใช้ประกอบการประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนได้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๕ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้การขอขึ้นทะเบียน การขึ้นทะเบียน อายุและการต่ออายุการขึ้นทะเบียน การออกใบแทนการขึ้นทะเบียน การเพิกถอนทะเบียน
และการประเมินคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).