我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธ์ุ พ.ศ. 2568 หมวด ๓ สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย

มาตรา ๒๑–มาตรา ๓๑共 11 條

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ให้มีสภาสภาหนึ่ง เรียกว่า “สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย” ประกอบด้วย สมาชิกที่มาจากผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งเลือกกันเองภายในกลุ่มที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับศูนย์ จำนวนกลุ่มละไม่เกินห้าคน โดยต้องมีสัดส่วนเพศสภาพ วัย และภูมิภาคที่เหมาะสมและเป็นธรรม จำนวนรวมแล้วไม่เกินสามร้อยคน การขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ การเลือกและการถอดถอนสมาชิก และจำนวนสมาชิกที่มาจากแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามข้อเสนอของสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ศูนย์ และสภา

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ สมาชิกต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทยหรือเป็นบุคคลซึ่งมีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศไทย (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี (๓) เป็นสมาชิกของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามมาตรา ๒๑ (๔) ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช (๕) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต (๖) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๗) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ สมาชิกมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปีนับแต่วันที่มีการประชุมสภาครั้งแรก เมื่อครบกำหนดวาระตามวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการเลือกสมาชิกขึ้นใหม่ ให้สมาชิกซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกสมาชิกขึ้นใหม่ ในกรณีที่สมาชิกพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้สภาประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่จนกว่าจะมีการเลือกสมาชิกแทน

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ สมาชิกพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๒ (๔) ขาดการประชุมโดยไม่มีเหตุอันควรและไม่ได้รับอนุญาตจากประธานสภาสามครั้งติดต่อกัน (๕) สภามีมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกที่มีอยู่ เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ (๖) ถูกถอดถอนโดยกลุ่มชาติพันธุ์ที่เลือกกันเองตามมาตรา ๒๑

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ในกรณีที่สมาชิกจากกลุ่มชาติพันธุ์ใดพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้กลุ่มชาติพันธุ์นั้นเลือกบุคคลแทนตำแหน่งที่ว่างลงภายในสามสิบวันนับแต่วันที่สมาชิกนั้นพ้นจากตำแหน่ง สมาชิกที่ได้รับเลือกตามวรรคหนึ่ง อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของสมาชิกซึ่งตนแทน แต่ถ้าเวลาเหลือน้อยกว่าเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการเลือกแทนตำแหน่งที่ว่างก็ได้

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้มาซึ่งสมาชิกตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๑ วรรคสอง ให้มีการประชุมสภาครั้งแรก เพื่อเลือกประธานสภา รองประธานสภา เลขานุการสภา และกรรมการบริหารสภา การเลือกประธานสภา รองประธานสภา เลขานุการสภา และกรรมการบริหารสภาตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภากำหนด นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๒๔ แล้ว ให้ประธานสภา รองประธานสภา และเลขานุการสภา พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอื่นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของสภา

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ให้มีการประชุมสภาปีละสองครั้ง เว้นแต่ในกรณีมีเหตุจำเป็น ประธานสภาหรือสมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าอาจเข้าชื่อเพื่อขอให้มีการประชุมสภาก็ได้

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ สภามีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นศูนย์กลางในการประสานงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ และระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์กับสังคม (๒) ส่งเสริมให้กลุ่มชาติพันธุ์อนุรักษ์และฟื้นฟูมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จารีตประเพณี หรืออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และภาษา รวมทั้งส่งเสริมอาชีพที่สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมและสนับสนุนกระบวนการจัดการพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ (๓) จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและมาตรการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ (๔) ส่งเสริมและสนับสนุนการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ รวมทั้งการจัดการความขัดแย้งเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ (๕) ส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มชาติพันธุ์ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยใช้ภูมิปัญญาตามจารีตประเพณี และมีส่วนร่วมกับหน่วยงานของรัฐในการบริหารจัดการ อนุรักษ์ บำรุงรักษา ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ และระบบนิเวศอันจะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและประเทศชาติอย่างสมดุล เป็นธรรม และยั่งยืน (๖) เผยแพร่และให้ความรู้ความเข้าใจแก่กลุ่มชาติพันธุ์ หน่วยงานของรัฐ และเอกชนเกี่ยวกับวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ รวมทั้งการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล เป็นธรรม และยั่งยืน (๗) พิจารณาแต่งตั้งผู้แทนสภาในการเข้าร่วมประชุมหรือมีบทบาทในฐานะผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ ตามภารกิจในทางระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ (๘) เสนอชื่อผู้แทนสภาเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเป็นผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ในการเข้าร่วมประชุมในฐานะส่วนหนึ่งของคณะผู้แทนรัฐบาล ตามภารกิจในทางระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ (๙) สนับสนุนการจัดทำข้อมูลวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์กลุ่มชาติพันธุ์ตามพระราชบัญญัตินี้ (๑๐) เสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์อันเกี่ยวกับการดำเนินการของรัฐและการจัดทำบริการสาธารณะของหน่วยงานของรัฐต่อคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง (๑๑) เป็นตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์เกี่ยวกับการร้องทุกข์หรือรับเรื่องร้องทุกข์ที่เกิดจากการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ และส่งให้สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อดำเนินการตามมาตรา ๒๐ (๕) หรือส่งให้หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป (๑๒) ศึกษา ติดตาม และรายงานปัญหาและผลที่เกิดขึ้นอันเนื่องจากการดำเนินงานใด ๆ ของหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่มีผลกระทบกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่อคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง (๑๓) ส่งเสริมการศึกษาวิจัย การพัฒนาศักยภาพ การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน องค์กร และเครือข่ายของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย (๑๔) ให้ความเห็นชอบแผนงาน โครงการ และงบประมาณของสภา และขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากศูนย์ (๑๕) มอบหมายให้สมาชิกดำเนินการหรือปฏิบัติภารกิจที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภา

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ ให้สภามีอำนาจตราข้อบังคับการประชุมและข้อบังคับอื่นที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างขององค์กร การบริหารงาน และการปฏิบัติหน้าที่ของสภา ในการตราข้อบังคับการประชุมและข้อบังคับอื่นตามวรรคหนึ่ง หากมีกรณีที่สภาต้องแต่งตั้งบุคคลไปดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่ใด ให้สภาคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของเพศสภาพ วัย และภูมิภาคที่เหมาะสมและเป็นธรรมด้วย

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ให้มีคณะกรรมการบริหารสภาคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ประธานสภาเป็นประธานกรรมการบริหารสภา รองประธานสภา เป็นรองประธานกรรมการบริหารสภา และกรรมการบริหารสภาจำนวนไม่เกินแปดคน ซึ่งที่ประชุมสภาเลือกจากสมาชิก โดยคำนึงถึงสัดส่วนจากกลุ่มชาติพันธุ์ เพศสภาพ วัย และภูมิภาคที่เหมาะสมและเป็นธรรม และให้เลขานุการสภาเป็นกรรมการบริหารสภาและเลขานุการกรรมการบริหารสภา นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๒๔ แล้ว ให้กรรมการบริหารสภา พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอื่นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของสภา การประชุมและการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารสภา ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสภา

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ให้ศูนย์มีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของสภา โดยให้มีหน้าที่และอำนาจในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) รับขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ตามมาตรา ๒๑ รวมทั้งจัดทำทะเบียนผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นสมาชิก (๒) พิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุนเป็นรายปีประจำทุกปีเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นในการดำเนินงานให้แก่สภา (๓) ประสานงานและร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ เครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ องค์กรภาคเอกชน และองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสภา (๔) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของสภาเพื่อเสนอรัฐมนตรีและคณะกรรมการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง (๕) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายในเรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของสภา

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).