กฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านซึ่งงาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง และมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ผู้ใดประสงค์จะนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านซึ่งงาช้าง ให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขออนุญาต
ข้อ ๒ ให้ผู้ซึ่งประสงค์จะยื่นคำขออนุญาตตามข้อ ๑ ยื่นคำขออนุญาต ณ สถานที่ดังต่อไปนี้ (๑) กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (๒) สถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
ข้อ ๓ งาช้างที่จะอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่าน ต้องเป็นงาช้างที่ได้มาจากช้างตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะและได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยงาช้าง
ข้อ ๔ การพิจารณาอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่าน ให้นำหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) มาประกอบการพิจารณาด้วย
ข้อ ๕ ใบอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านซึ่งงาช้าง ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้มีอายุตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตแต่ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต โดยให้ใช้ได้เพียงครั้งเดียวภายในอายุใบอนุญาต
ข้อ ๖ ผู้ได้รับอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านซึ่งงาช้าง ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตและต้องอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบการปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยงาช้าง
ข้อ ๗ การขออนุญาตส่งออกงาช้างไปนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ผู้ยื่นคำขออนุญาตจะต้องทำสัญญากับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งวางหลักประกันเป็นเงินสดหรือวางหลักทรัพย์ประกันเป็นพันธบัตรของรัฐบาลไทย
หรือวางหลักประกันเป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคารพาณิชย์เพื่อเป็นการประกันการปฏิบัติให้เป็นไปตามเงื่อนไขในการอนุญาตให้ส่งออกงาช้างไปนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ในกรณีที่ตรวจพบว่าผู้ได้รับอนุญาตดำเนินการไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขในใบอนุญาต
ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตแก้ไขให้ถูกต้องหรือสั่งให้นำงาช้างกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายในระยะเวลาที่อธิบดีเห็นสมควร หากผู้ได้รับอนุญาตไม่ปฏิบัติตามที่ได้รับแจ้ง ให้อธิบดีดำเนินการบังคับตามที่กำหนดไว้ในสัญญา รวมทั้งริบหลักประกันตามสัญญาที่วางไว้
กรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตไม่สามารถนำงาช้างกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคสอง เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยหรือในกรณีที่มีความจำเป็น ให้ผู้ได้รับอนุญาตแจ้งเหตุดังกล่าวต่ออธิบดีเพื่อขอขยายระยะเวลานำงาช้างนั้นกลับเข้ามาในราชอาณาจักร โดยจะขอขยายระยะเวลาได้ไม่เกินหนึ่งครั้ง
หากผู้ได้รับอนุญาตยังไม่สามารถนำงาช้างกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายในระยะเวลาที่ได้รับการขยายตามวรรคสาม ให้อธิบดีดำเนินการบังคับตามที่กำหนดไว้ในสัญญา รวมทั้งริบหลักประกันตามสัญญาที่วางไว้ แบบของสัญญาและจำนวนหลักประกันให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๘ ผู้ได้รับอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านซึ่งงาช้าง ต้องนำงาช้างนั้นเคลื่อนที่ผ่านด่าน ณ สถานที่ตามที่อธิบดีกำหนดไว้ในใบอนุญาต โดยให้แจ้งเป็นหนังสือตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำสถานที่นั้น
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบใบอนุญาตและงาช้างที่จะนำเคลื่อนที่ผ่านด่านแล้วเห็นว่าถูกต้อง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่อนุญาตให้นำเคลื่อนที่ต่อไปได้โดยแสดงการอนุญาตไว้ในใบอนุญาตนั้น
ข้อ ๙ ผู้ได้รับอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านซึ่งงาช้าง จะต้องดำเนินการนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านซึ่งงาช้าง ตามที่ได้รับอนุญาตให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ใบอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านซึ่งงาช้างสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่ออธิบดี ณ สถานที่ตามข้อ ๒ ตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
พร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต ให้ใช้แบบใบอนุญาตเดิม และระบุคำว่า “ใบแทน” หรือใช้ข้อความอื่นใดทำนองเดียวกันไว้ที่กึ่งกลางส่วนบนด้านหน้าของใบอนุญาต
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติให้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านซึ่งงาช้างเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).