พระราชกฤษฎีกา เปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงสมุทรปราการ พ.ศ. ๒๕๖๗
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ เป็นปีที่ ๙ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงสมุทรปราการ
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงสมุทรปราการ พ.ศ. ๒๕๖๗”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๗ เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้เปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงสมุทรปราการ โดยให้มีเขตอำนาจในอำเภอบางบ่อ อำเภอบางพลี อำเภอบางเสาธง และอำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
มาตรา ๔ บรรดาคดีของท้องที่อำเภอพระประแดง และอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแขวงสมุทรปราการในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแขวงสมุทรปราการ
บรรดาคดีของท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลแขวงสมุทรปราการมีคำสั่งให้ผัดฟ้องหรือให้ขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวน แล้วแต่กรณี ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ศาลแขวงสมุทรปราการมีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการผัดฟ้องหรือขังระหว่างสอบสวนนั้นต่อไป
มาตรา ๕ ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลจังหวัดที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้กำหนดให้ศาลจังหวัดพระประแดงมีเขตตลอดท้องที่อำเภอพระประแดง และอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ในจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อได้มีการเปิดทำการศาลจังหวัดพระประแดง
จะมีเขตอำนาจทับซ้อนกับศาลแขวงสมุทรปราการในบางท้องที่ สมควรตัดท้องที่ที่ทับซ้อนกันออกจากเขตอำนาจศาลแขวงสมุทรปราการ โดยให้คดีที่อยู่ในเขตท้องที่อำเภอพระประแดงและอำเภอพระสมุทรเจดีย์ อยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดพระประแดงเพียงแห่งเดียว
เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสนในเรื่องเขตอำนาจศาลและได้รับความสะดวกในการพิจารณาพิพากษาคดี จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).