พระราชบัญญัติ จัดระเบียบการจอดรถในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบการจอดยานยนตร์ในเขตเทศบาลและสุขาภิบาล พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖
ประกอบกับมาตรา ๓๗ และมาตรา ๓๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้การจอดรถในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนและอำนวยความสะดวกต่อประชาชน ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติจัดระเบียบการจอดรถในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติจัดระเบียบการจอดยานยนตร์ในเขตเทศบาลและสุขาภิบาล พ.ศ. ๒๕๐๓ (๒) พระราชบัญญัติจัดระเบียบการจอดยานยนตร์ในเขตเทศบาลและสุขาภิบาล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “รถ” หมายความว่า รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และยานพาหนะทางบกประเภทอื่นที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น แต่ไม่หมายความรวมถึงรถไฟและรถราง “จอดรถ” หมายความรวมถึง หยุดรถ เว้นแต่การหยุดนั้นจะเกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุหรือเหตุสุดวิสัย
หรือมีเหตุที่ไม่อาจนำรถนั้นเคลื่อนไปได้โดยมิใช่ความผิดของผู้ขับขี่ “ที่จอดรถ” หมายความว่า ที่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดไว้เป็นที่จอดรถ หรือที่ที่มีเครื่องหมายอนุญาตให้จอดรถได้ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา
และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง แต่ไม่หมายความรวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด “ผู้บริหารท้องถิ่น” หมายความว่า นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง “พนักงานส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า
พนักงานเทศบาล พนักงานส่วนตำบล ข้าราชการกรุงเทพมหานคร พนักงานเมืองพัทยา และข้าราชการหรือพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” หมายความว่า เทศบัญญัติหรือข้อบัญญัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๕ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เว้นแต่เทศบาลตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งอย่างน้อยต้องคำนึงถึงขนาดความหนาแน่นในการจราจร รายได้ และขีดความสามารถในการบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อเทศบาลตำบลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลใดมีลักษณะตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขครบถ้วนตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้แจ้งต่อกระทรวงมหาดไทยว่ามีความพร้อมในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ และให้กระทรวงมหาดไทยประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้กับเทศบาลตำบลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลนั้น
มาตรา ๖ ภายใต้บังคับมาตรา ๗ พระราชบัญญัตินี้ไม่กระทบถึงอำนาจของเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก แต่ในการออกประกาศ ข้อบังคับ หรือระเบียบตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก ให้หารือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องก่อน
เว้นแต่เป็นการกำหนดในลักษณะที่มีผลเป็นการทั่วไปในทุกท้องที่ อำนาจดังกล่าวเจ้าพนักงานจราจรจะมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการแทนภายในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้
มาตรา ๗ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจตราข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ในการจัดระเบียบการจอดรถ ดังต่อไปนี้ (๑) กำหนดประเภทของรถตามพระราชบัญญัตินี้ และจัดให้มีที่จอดรถในทางหลวงหรือในที่สาธารณะสำหรับรถแต่ละชนิดหรือประเภท (๒) กำหนดระเบียบการจอดรถในที่จอดรถ (๓) กำหนดระยะเวลาจอดรถ
ระยะเวลาที่ต้องเสียค่าธรรมเนียม อัตราค่าธรรมเนียม วิธีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม และการยกเว้นค่าธรรมเนียม ทั้งนี้ อัตราค่าธรรมเนียมต้องไม่เกินที่กำหนดในกฎกระทรวง ทางหลวงและที่สาธารณะตาม (๑) หมายถึงทางหลวงและที่สาธารณะที่อยู่ในความดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงชนบท
หรือทางหลวงท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนจังหวัดช่วงใดผ่านในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการหรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่มีหน้าที่ดูแลรักษาจะมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในการจอดรถก็ได้ เมื่อมีข้อบัญญัติท้องถิ่นตาม (๑) หรือ (๒) แล้ว
เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกจะกำหนดเป็นอย่างอื่นเป็นการชั่วคราว เมื่อมีเหตุฉุกเฉินจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ก็ได้
มาตรา ๘ ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อปฏิบัติการในเขตหน้าที่และอำนาจของตน (๑) ผู้บริหารท้องถิ่นและรองผู้บริหารท้องถิ่น (๒) พนักงานส่วนท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่อื่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นแต่งตั้ง
มาตรา ๙ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ควบคุมการจอดรถในที่จอดรถให้เป็นไปตามระเบียบการจอดรถ (๒) เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจอดรถในที่จอดรถตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น วิธีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต้องไม่มีลักษณะให้ผู้เสียค่าธรรมเนียมต้องไปเสียค่าธรรมเนียม ณ
สถานที่อื่นนอกจากสถานที่ที่จอดรถ (๓) สั่งให้ผู้จอดรถในที่ที่มีกฎหมายห้ามจอดรถตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกเคลื่อนย้ายรถออกไปจากที่ดังกล่าว ในกรณีที่ไม่พบผู้ขับขี่รถนั้น จะใช้เครื่องมือบังคับไม่ให้เคลื่อนย้ายรถหรือเคลื่อนย้ายรถไปไว้ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นก็ได้
พนักงานเจ้าหน้าที่ตำแหน่งใดจะมีอำนาจตาม (๓) ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น เมื่อมีการดำเนินการตาม (๓) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคสอง มีอำนาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องมือบังคับไม่ให้เคลื่อนย้ายรถ ค่าเคลื่อนย้ายในกรณีมีการเคลื่อนย้าย และค่าดูแลรักษารถ
ให้เป็นไปตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นโดยต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงและให้พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกเช่นเดียวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก ในการดำเนินการตามวรรคสาม
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ใช้บังคับกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกและให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๘ (๑) มีอำนาจว่ากล่าวตักเตือนหรือเปรียบเทียบได้ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกเช่นเดียวกับพนักงานสอบสวน
หรือจะส่งให้พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาดำเนินการเปรียบเทียบก็ได้ ในการตราข้อบัญญัติท้องถิ่นตามมาตรานี้
ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหารือกับหัวหน้าหน่วยงานของเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกที่มีอำนาจในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น
เพื่อวางหลักเกณฑ์การใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกและการใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้สอดคล้องและไม่ซ้ำซ้อนกัน
มาตรา ๑๐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจมอบให้เอกชนทำหน้าที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจอดรถแทนก็ได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ในกฎกระทรวงดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีมาตรการประกันรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาตรการป้องกันการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจนเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร
และมาตรการการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
มาตรา ๑๑ เงินค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย ค่าดูแลรักษารถ และค่าปรับตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ตกเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ความผิดได้เกิดขึ้น เว้นแต่เป็นกรณีที่ส่งให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้ปรับ เงินค่าปรับที่ได้ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก
ในกรณีที่มีการมอบให้เอกชนทำหน้าที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามมาตรา ๑๐ เงินค่าธรรมเนียมที่จัดเก็บได้ให้เป็นไปตามที่ตกลงกัน
มาตรา ๑๒ ในการตราข้อบัญญัติท้องถิ่นตามมาตรา ๗ และมาตรา ๙ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะกำหนดให้ผู้ซึ่งฝ่าฝืนข้อบัญญัติท้องถิ่นดังกล่าวหรือผู้ซึ่งไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๙ ต้องเสียค่าธรรมเนียมเป็นพิเศษตามจำนวนที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นซึ่งไม่เกินหนึ่งพันบาทก็ได้
ผู้ใดไม่ชำระค่าธรรมเนียมเป็นพิเศษตามวรรคหนึ่ง ต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี คำนวณถึงวันที่ชำระครบถ้วน
และให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีสิทธิยึดหน่วงรถที่อยู่ในครอบครองของพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้ได้จนกว่าจะได้รับชำระค่าธรรมเนียมเป็นพิเศษโดยในการยึดหน่วงดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับเจ้าพนักงานจราจรตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก
มาตรา ๑๓ บรรดาพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ ข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือคำสั่งอื่นใดที่ออกตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบการจอดยานยนตร์ในเขตเทศบาลและสุขาภิบาล พ.ศ. ๒๕๐๓ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ ข้อบัญญัติท้องถิ่นหรือคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และเมื่อพ้นกำหนดเวลาสองปีให้พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ ข้อบัญญัติท้องถิ่นหรือคำสั่งดังกล่าวเป็นอันสิ้นผลบังคับ
มาตรา ๑๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงพระราชบัญญัติจัดระเบียบการจอดยานยนตร์ในเขตเทศบาลและสุขาภิบาล พ.ศ. ๒๕๐๓ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ และเพื่อแก้ไขปัญหาการจอดรถในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่เป็นระเบียบซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชน ให้มีหลักเกณฑ์การจัดระเบียบการจอดรถที่เหมาะสม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).