ข้อ ๗ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชนตาย ถ้าทายาทหรือผู้จัดการมรดกประสงค์จะประกอบกิจการสำนักงานช่างรังวัดเอกชนต่อไป ให้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชนตามแบบ สช.๔ ท้ายกฎกระทรวงนี้ ต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานช่างรังวัดเอกชนภายในหนึ่งปี
นับแต่วันที่ผู้รับใบอนุญาตตาย และแนบหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในคำขอ
ข้อ ๘ เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอพร้อมด้วยหลักฐานตามข้อ ๗ แล้ว ให้ทำการตรวจสอบความถูกต้อง เมื่อเห็นว่ามีรายละเอียดถูกต้องและครบถ้วนตามที่กฎกระทรวงนี้กำหนดไว้แล้ว และผู้ขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายก็ให้เสนอคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน เพื่อพิจารณาและมีมติต่อไป
เมื่อคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชน พ.ศ. ๒๕๓๕ และมีมติให้โอนใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชนให้แก่ทายาทหรือผู้จัดการมรดกได้ตามที่ขอ ให้นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ใหม่
ข้อ ๙ เมื่อดำเนินการตามข้อ ๘ เสร็จแล้วหรือไม่อาจดำเนินการได้ ให้นายทะเบียนแจ้งให้ผู้ขอทราบโดยให้ผู้ขอลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน หรือแจ้งเป็นหนังสือโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับภายในสามสิบวันนับแต่วันยื่นคำขอ
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ผู้จัดการมรดกเป็นผู้รับโอนใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชนไว้และต่อมาประสงค์จะโอนใบอนุญาตดังกล่าวให้แก่ทายาทตามมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชน พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้ดำเนินการดังนี้ (๑) ให้ผู้โอนและผู้รับโอนยื่นคำขอโอนใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชนตามแบบ สช.๕
ท้ายกฎกระทรวงนี้ ต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนและแนบหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในคำขอ (๒) ให้นำความในข้อ ๘ และข้อ ๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชนประสงค์จะโอนการประกอบกิจการสำนักงานช่างรังวัดเอกชนตามมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชน พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้ดำเนินการดังนี้ (๑) ให้ผู้โอนและผู้รับโอนยื่นคำขอโอนการประกอบกิจการสำนักงานช่างรังวัดเอกชน ตามแบบ สช.๕ ท้ายกฎกระทรวงนี้
ต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน และแนบหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในคำขอนั้น (๒) ให้นำความในข้อ ๘ และข้อ ๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เด่น โต๊ะมีนา รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ปฏิบัติราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย] ๑. คำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน (แบบ สช.๑) ๒. ใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน (แบบ สช.๒) ๓. คำขอรับใบแทนใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน (แบบ สช.๓) ๔. คำขอรับโอนใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน (แบบ สช.๔) ๕.
คำขอโอนใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน (แบบ สช.๕) (ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชน พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า การขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน การออกใบอนุญาตและใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง และมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชน พ.ศ.
๒๕๓๕ บัญญัติว่า การขอรับโอนใบอนุญาตตามมาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๓๙ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๔๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชน พ.ศ. ๒๕๓๕
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันได้มีการใช้กล้องธิโอโดไลท์ในการรังวัดที่ดินอย่างแพร่หลาย ซึ่งกล้องดังกล่าวเป็นเครื่องมือรังวัดที่มีประสิทธิภาพและสามารถนำไปใช้แทนเครื่องจับมุมฉากในการรังวัดที่ดินได้ด้วย เพื่อให้มีการใช้เครื่องมือรังวัดที่ทันสมัย
และลดภาระของผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชนในการมีเครื่องมือรังวัด สมควรยกเลิกการกำหนดให้เครื่องจับมุมฉากเป็นเครื่องมือรังวัดที่บุคคลดังกล่าวต้องมีกรรมสิทธิ์และขึ้นทะเบียนไว้กับนายทะเบียน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).