กฎกระทรวง การอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สองและประเภทที่สาม พ.ศ. ๒๕๖๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๔๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สอง หรือใบอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สาม แล้วแต่กรณี “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ หรืออธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล แล้วแต่กรณี “หน่วยงานผู้รับผิดชอบ” หมายความว่า
ส่วนราชการหรือหน่วยงานในสังกัดของกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ หรือกรมทรัพยากรน้ำบาดาล หรือหน่วยงานในสังกัดอื่นที่ได้รับมอบหมายจากกรมชลประทานสำหรับการใช้น้ำจากทางน้ำชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำสำหรับการใช้น้ำที่ไม่ใช่น้ำจากทางน้ำชลประทาน หรือกรมทรัพยากรน้ำบาดาลสำหรับการใช้น้ำบาดาล แล้วแต่กรณี
ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจดำเนินการตามกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๒ ผู้ใดประสงค์จะขอรับใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดีพร้อมด้วยแผนการบริหารจัดการน้ำและเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ
ข้อ ๓ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตและแผนการบริหารจัดการน้ำแล้ว ให้ผู้รับคำขอออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตไว้เป็นหลักฐาน และดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขอรับใบอนุญาต และเอกสารหรือหลักฐานต่างๆ กรณีที่คำขอรับใบอนุญาต เอกสาร หรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน
ให้แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด กรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคสอง
ให้ถือว่าคำขอรับใบอนุญาตนั้นเป็นอันยกเลิกนับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว และให้อธิบดีแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ กรณีที่คำขอรับใบอนุญาต แผนการบริหารจัดการน้ำ และเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว ให้อธิบดีมีคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาตไว้พิจารณา
ข้อ ๔ เพื่อให้การจัดสรรน้ำของประเทศและการใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเป็นไปอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรม เกิดความสมดุลและยั่งยืน การพิจารณาคำขอรับใบอนุญาต ให้พิจารณาปัจจัยดังต่อไปนี้ประกอบด้วย (๑) ความสอดคล้องกับแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ (๒) ความสอดคล้องกับแผนแม่บทการใช้ การพัฒนา
การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟูและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำของแต่ละลุ่มน้ำ (๓) ความสอดคล้องกับแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้งและภาวะน้ำท่วมของแต่ละลุ่มน้ำ (๔) ความสอดคล้องกับลำดับความสำคัญของการใช้น้ำในแต่ละลุ่มน้ำตามที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติกำหนด (๕)
ปัจจัยอื่นที่จำเป็นต้องคำนึงถึงเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้งและภาวะน้ำท่วม การบำรุงรักษา ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำสาธารณะ
ข้อ ๕ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้ขอรับใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาตพร้อมด้วยแผนการบริหารจัดการน้ำและเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน กรณีมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้แสดงเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาด้วย
ข้อ ๖ ใบอนุญาต ให้มีอายุห้าปีนับแต่วันที่ออก
ข้อ ๗ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดประสงค์จะเปลี่ยนแปลงการดำเนินกิจกรรมในทรัพยากรน้ำสาธารณะหรือกิจการการใช้น้ำที่ได้รับอนุญาตภายในอายุใบอนุญาต หากยังคงเป็นกิจกรรมหรือกิจการที่อยู่ภายใต้การใช้น้ำประเภทเดียวกัน ให้แจ้งเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมต่ออธิบดีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ทำการเปลี่ยนแปลง
และให้อธิบดีบันทึกการเปลี่ยนแปลงนั้นไว้ในใบอนุญาต หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงการดำเนินกิจกรรมจากการใช้น้ำประเภทที่สองเป็นการใช้น้ำประเภทที่สาม ให้ดำเนินการขอรับใบอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สาม
ข้อ ๘ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดีล่วงหน้าไม่เกินเก้าสิบวันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมด้วยแผนการบริหารจัดการน้ำและเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ ในกรณีที่ยังไม่ได้รับการต่ออายุใบอนุญาตหลังจากใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุแล้ว
ให้ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตยังคงใช้น้ำตามที่ได้รับอนุญาตต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้นำความในข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ มาใช้บังคับแก่การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตโดยอนุโลม
ข้อ ๙ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดประสงค์จะโอนใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีโดยระบุวัตถุประสงค์ในการโอนใบอนุญาตให้ชัดเจน พร้อมด้วยข้อมูลและเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ ในกรณีที่มีการโอนกิจการของผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำ
ให้ผู้รับโอนกิจการซึ่งประสงค์จะใช้น้ำตามใบอนุญาตต่อไปดำเนินการเพื่อขอรับโอนใบอนุญาตภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่มีการโอนกิจการนั้น หากไม่ดำเนินการภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าใบอนุญาตนั้นสิ้นสุดลง
ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตเลิกกิจการโดยไม่โอนใบอนุญาตภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่เลิกประกอบกิจการหรือวันที่ชำระบัญชีแล้วเสร็จ ให้ถือว่าใบอนุญาตนั้นสิ้นสุดลง
ข้อ ๑๐ เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๙ แล้ว ให้อธิบดีพิจารณาคำขอดังกล่าวโดยนำความในข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ
ให้อธิบดีพิจารณาออกใบแทนใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ออกใบรับคำขอและให้ออกใบแทนใบอนุญาตภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับชำระค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาต
ข้อ ๑๒ การยื่นคำขอ การแจ้ง หรือการติดต่อใด ๆ และการออกเอกสารหรือหลักฐานต่าง ๆ ตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่มีเหตุไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามวรรคหนึ่งได้ ให้ดำเนินการโดยวิธีการและสถานที่ ดังต่อไปนี้ (๑)
ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับมาที่ที่ทำการของหน่วยงานผู้รับผิดชอบหรือสถานที่อื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด (๒) ยื่นคำขอ ณ ที่ทำการของหน่วยงานผู้รับผิดชอบหรือสถานที่อื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด (๓) วิธีการและสถานที่อื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๑๓ บรรดาคำขอและใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ กำหนดให้การอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สองและประเภทที่สาม เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).