กฎกระทรวง กำหนดค่าทดแทนให้แก่บุคคลซึ่งต้องเฉลี่ยน้ำที่กักเก็บไว้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่เขตภาวะน้ำแล้งอย่างรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๔
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “แหล่งกักเก็บน้ำ” หมายความว่า แหล่งน้ำตามธรรมชาติหรือที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำที่มิใช่ทรัพยากรน้ำสาธารณะ “ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทน” หมายความว่า บุคคลซึ่งกักเก็บน้ำไว้ที่ต้องเฉลี่ยน้ำจากแหล่งกักเก็บน้ำที่ตนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองตามประกาศที่ออกตามมาตรา ๖๐ วรรคหนึ่ง
“ค่าทดแทน” หมายความว่า เงินที่จ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนเพื่อทดแทนความเสียหาย “ความเสียหาย” หมายความว่า ความเสียหายที่เกิดจากการสูญเสียน้ำที่กักเก็บไว้อันเนื่องมาจากการเฉลี่ยน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่เขตภาวะน้ำแล้งอย่างรุนแรง “หน่วยงานผู้รับผิดชอบ”
หมายความว่า หน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักและหน่วยงานสนับสนุนซึ่งดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้งตามแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้งตามมาตรา ๖๑
ข้อ ๒ เมื่อได้มีประกาศยกเลิกเขตภาวะน้ำแล้งอย่างรุนแรงตามมาตรา ๕๘ วรรคสาม ในพื้นที่ใดแล้ว ให้หัวหน้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบจัดทำรายงานเกี่ยวกับรายชื่อของผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนและปริมาณน้ำที่ผู้นั้นต้องสูญเสียเพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เขตภาวะน้ำแล้งอย่างรุนแรง
พร้อมทั้งความเห็นเกี่ยวกับจำนวนเงินค่าทดแทนที่พึงได้รับ เสนอต่อเลขาธิการเพื่อขอรับค่าทดแทนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มีประกาศยกเลิกเขตภาวะน้ำแล้งอย่างรุนแรง โดยจะแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบเพื่อพิจารณา เสนอแนะ หรือปฏิบัติการเพื่อประโยชน์ในการจัดทำความเห็นเสนอต่อเลขาธิการด้วยก็ได้
ในกรณีมีเหตุผลหรือความจำเป็นที่หัวหน้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบไม่อาจพิจารณาเสนอความเห็นให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง อาจขอขยายระยะเวลาการพิจารณาต่อเลขาธิการออกไปได้อีกไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว
ความเห็นของหัวหน้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบไม่ผูกมัดเลขาธิการที่จะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น
ข้อ ๓ การพิจารณากำหนดค่าทดแทน ให้เลขาธิการพิจารณาและมีคำสั่งจ่ายค่าทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานจากหัวหน้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบ
ข้อ ๔ การพิจารณากำหนดค่าทดแทน ให้คำนวณตามอัตราในเวลาที่มีการเฉลี่ยน้ำ โดยคำนึงถึงความเสียหายตามความเป็นจริงและความเป็นธรรมจากหลักเกณฑ์อย่างน้อยในเรื่อง ดังต่อไปนี้ (๑) ราคาต้นทุนของน้ำในแหล่งกักเก็บน้ำที่ได้ทำการเฉลี่ยน้ำ (๒) สภาพและทำเลที่ตั้งของแหล่งกักเก็บน้ำที่ได้ทำการเฉลี่ยน้ำ (๓)
ขนาดและลักษณะของความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการสูญเสียน้ำที่กักเก็บไว้ (๔) ค่าขาดประโยชน์จากการไม่ได้ใช้น้ำเพื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจหรือวิถีชีวิตประจำวันของผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทน (๕) ค่าใช้จ่ายในการบำบัดน้ำเพื่อให้นำน้ำหมุนเวียนกลับมาใช้ได้อีก (๖)
ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นต้องจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการสูญเสียน้ำที่กักเก็บไว้
ข้อ ๕ เมื่อเลขาธิการมีคำสั่งจ่ายค่าทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนแล้ว ให้หัวหน้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบปิดประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทน พร้อมทั้งจำนวนเงินค่าทดแทนที่ผู้นั้นมีสิทธิได้รับไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ ศาลากลางจังหวัดหรือศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
และที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตแห่งพื้นที่ที่แหล่งกักเก็บน้ำของผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่เลขาธิการมีคำสั่ง ประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้ระบุวิธีการ สถานที่
และระยะเวลาในการขอรับค่าทดแทนซึ่งต้องปิดประกาศแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อนถึงวันครบกำหนดให้มารับค่าทดแทน พร้อมทั้งแจ้งด้วยว่าหากไม่มาติดต่อขอรับค่าทดแทนภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว จะดำเนินการวางเงินค่าทดแทนต่อศาลหรือสำนักงานวางทรัพย์ หรือฝากไว้กับธนาคารออมสิน
ข้อ ๖ ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนผู้ใดไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อตามข้อ ๕ หรือมีแต่เห็นว่าค่าทดแทนที่ตนจะได้รับยังไม่เหมาะสม
อาจยื่นคำขอรับค่าทดแทนเพิ่มเติมพร้อมทั้งแสดงพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงานหรือสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาคที่รับผิดชอบในพื้นที่ที่แหล่งกักเก็บน้ำของผู้ยื่นคำขอรับค่าทดแทนตั้งอยู่ได้ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันปิดประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทน เมื่อได้รับคำขอตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการลุ่มน้ำหรือผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาคซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ที่แหล่งกักเก็บน้ำของผู้ยื่นคำขอรับค่าทดแทนตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี พิจารณาคำขอและเสนอความเห็นต่อเลขาธิการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ
โดยเลขาธิการจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับความเห็น คำวินิจฉัยของเลขาธิการให้เป็นที่สุดและต้องจัดให้มีเหตุผลประกอบการใช้ดุลพินิจ ในกรณีที่มีคำวินิจฉัยกำหนดค่าทดแทนเพิ่มเติมให้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน
ในคำวินิจฉัยจะต้องระบุจำนวนเงินที่แน่นอนพร้อมทั้งแสดงวิธีการคำนวณจำนวนเงินดังกล่าวด้วย
ข้อ ๗ ให้ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการลุ่มน้ำหรือผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาคซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ที่แหล่งกักเก็บน้ำของผู้ยื่นคำขอรับค่าทดแทนตั้งอยู่ มีหนังสือแจ้งผลการวินิจฉัยเกี่ยวกับคำขอรับค่าทดแทนเพิ่มเติมตามข้อ ๖ ให้ผู้ยื่นคำขอรับค่าทดแทนทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่เลขาธิการมีคำสั่ง
และในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอรับค่าทดแทนมีสิทธิได้รับค่าทดแทนเพิ่มเติม ให้นำความในข้อ ๕ วรรคสอง มาใช้บังคับกับการจดแจ้งข้อความในหนังสือแจ้งผลการวินิจฉัยโดยอนุโลม
ข้อ ๘ ในกรณีที่มีการกำหนดค่าทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากการนำน้ำไปเฉลี่ยให้แก่หน่วยงานของรัฐตามประกาศที่ออกตามมาตรา ๖๐ วรรคหนึ่ง ให้หน่วยงานของรัฐนั้นมีหน้าที่ในการจ่ายค่าทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทน เว้นแต่เป็นหน่วยงานของรัฐที่ดำเนินการโดยไม่เก็บค่าน้ำหรือไม่แสวงกำไร
ข้อ ๙ การยื่นคำขอรับค่าทดแทนและการแจ้งตามกฎกระทรวงนี้ หากมิได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ให้ดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ในระหว่างที่ยังไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ยื่นคำขอและแจ้งโดยวิธีการทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือให้ยื่นคำขอ ณ สถานที่ดังต่อไปนี้
โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจออกใบรับคำขอแก่ผู้ยื่นคำขอรับค่าทดแทนไว้เป็นหลักฐาน (๑) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงาน (๒) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาคซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ที่แหล่งกักเก็บน้ำของผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนตั้งอยู่ (๓)
สถานที่อื่นตามที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๐ การจัดทำรายงานและการจัดทำคำขอตามกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖๐ แห่งพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ บัญญัติให้ในกรณีที่เกิดภาวะน้ำแล้งอย่างรุนแรงในพื้นที่ใด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้บุคคลซึ่งกักเก็บน้ำไว้ต้องเฉลี่ยน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่
และให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากการที่ต้องสูญเสียน้ำที่กักเก็บไว้ โดยหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดค่าทดแทน ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).