อารัมภบท
กฎกระทรวง ค่าชดเชยความเสียหายจากการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม พ.ศ. ๒๕๖๔ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖๖ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
กฎกระทรวง ค่าชดเชยความเสียหายจากการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม พ.ศ. ๒๕๖๔ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖๖ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “การดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม” หมายความว่า การปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้ดำเนินการไปตามหน้าที่และอำนาจเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นหรือที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เพื่อมิให้เกิดเหตุน้ำท่วมหรือเพื่อให้ภาวะน้ำท่วมได้รับการแก้ไขหรือบรรเทาลงโดยฉับพลัน ตามแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมตามมาตรา ๖๔ “ความเสียหาย” หมายความว่า ความเสียหายจากการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม “ผู้เสียหาย” หมายความว่า ผู้ซึ่งทรัพย์สินของตนได้รับความเสียหาย “ค่าชดเชยความเสียหาย” หมายความว่า เงินที่จ่ายให้แก่ผู้เสียหายเพื่อเป็นค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินของบุคคลนั้นอันเนื่องมาจากการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม “หน่วยงานผู้รับผิดชอบ” หมายความว่า หน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักและหน่วยงานสนับสนุนซึ่งดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมตามแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมตามมาตรา ๖๔
ข้อ ๒ เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นแก่ทรัพย์สินของผู้เสียหายหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมาจากการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้ดำเนินการดังกล่าวแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาโดยเร็ว ให้ผู้บังคับบัญชาตามวรรคหนึ่ง รายงานต่อหัวหน้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบ เพื่อให้หัวหน้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบแห่งนั้นพิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับผู้เสียหายซึ่งมีสิทธิได้รับค่าชดเชยความเสียหายและจำนวนค่าชดเชยความเสียหายต่อเลขาธิการ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงาน โดยจะแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบเพื่อพิจารณา เสนอแนะ หรือปฏิบัติการเพื่อประโยชน์ในการจัดทำความเห็นเสนอต่อเลขาธิการด้วยก็ได้ ในกรณีมีเหตุผลหรือความจำเป็นที่หัวหน้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบไม่อาจพิจารณาเสนอความเห็นให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลาตามวรรคสอง อาจขอขยายระยะเวลาการพิจารณาต่อเลขาธิการออกไปได้อีกไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว ในกรณีที่ความเสียหายตามวรรคหนึ่งเกิดขึ้นจากการดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่มากกว่าหนึ่งหน่วยงาน โดยไม่อาจแบ่งแยกความรับผิดชอบออกจากกันได้อย่างชัดเจน ให้เลขาธิการพิจารณาเกี่ยวกับผู้เสียหายซึ่งมีสิทธิได้รับค่าชดเชยความเสียหายและจำนวนค่าชดเชยความเสียหายให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงาน โดยจะแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบเพื่อพิจารณา เสนอแนะ หรือปฏิบัติการเพื่อประโยชน์ในการจัดทำความเห็นเสนอต่อเลขาธิการด้วยก็ได้ ความเห็นของหัวหน้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบไม่ผูกมัดเลขาธิการที่จะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น การรายงานต่อหัวหน้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๓ ความเห็นเกี่ยวกับผู้เสียหายซึ่งมีสิทธิได้รับค่าชดเชยความเสียหายและจำนวนค่าชดเชยความเสียหายตามข้อ ๒ อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ (๑) รายชื่อผู้เสียหายซึ่งมีสิทธิได้รับค่าชดเชยความเสียหาย และข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง (๒) ข้อเท็จจริงอันเกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้ดำเนินการไปตามหน้าที่และอำนาจ การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้เสียหาย และความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้เสียหาย (๓) ค่าชดเชยความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้เสียหาย
ข้อ ๔ การพิจารณากำหนดค่าชดเชยความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้เสียหายให้คำนึงถึงความเสียหายตามความเป็นจริง สภาพของทรัพย์สินนั้น ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดหรือเทียบราคาที่อ้างอิงจากราคากลางที่ทางราชการกำหนดตามที่เป็นอยู่ในวันที่เกิดความเสียหายนั้น การเสื่อมราคาจากการใช้ตามหลักเกณฑ์การคำนวณค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินที่กระทรวงการคลังกำหนดในการเรียกให้ผู้ทำละเมิดชดใช้ความเสียหายให้แก่ทางราชการ การที่ทางราชการได้บรรเทาหรือแก้ไขความเสียหายไปแล้ว และข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
ข้อ ๕ เมื่อเลขาธิการมีคำสั่งให้จ่ายค่าชดเชยความเสียหายให้แก่ผู้เสียหายแล้ว ให้ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการลุ่มน้ำหรือผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาคซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ที่ทรัพย์สินของผู้เสียหายตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี ประกาศบัญชีรายชื่อผู้เสียหายซึ่งมีสิทธิได้รับค่าชดเชยความเสียหาย ณ ศาลากลางจังหวัดหรือศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร และที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตแห่งพื้นที่ที่ทรัพย์สินของผู้เสียหายตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี โดยให้ปิดไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่เลขาธิการมีคำสั่ง ประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้ระบุวิธีการ สถานที่ และระยะเวลาในการขอรับค่าชดเชยความเสียหายซึ่งต้องปิดประกาศแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อนถึงวันครบกำหนดให้มารับค่าชดเชยความเสียหาย พร้อมทั้งแจ้งด้วยว่าหากไม่มาติดต่อขอรับค่าชดเชยความเสียหายภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว จะดำเนินการวางเงินค่าชดเชยความเสียหายต่อศาลหรือสำนักงานวางทรัพย์ หรือฝากไว้กับธนาคารออมสิน
ข้อ ๖ ผู้เสียหายผู้ใดที่มิได้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อตามข้อ ๕ ผู้เสียหายนั้นอาจยื่นคำขอรับค่าชดเชยความเสียหายต่อสำนักงานหรือสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาคซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ที่ทรัพย์สินของผู้เสียหายตั้งอยู่ได้ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้ประกาศบัญชีรายชื่อผู้เสียหายตามข้อ ๕ ในกรณีที่การยื่นคำขอรับค่าชดเชยความเสียหายมิได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการลุ่มน้ำหรือผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาคซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ที่ทรัพย์สินของผู้เสียหายตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี ออกใบรับคำขอแก่ผู้เสียหายตามวรรคหนึ่งไว้เป็นหลักฐาน ในกรณีที่ทราบว่าความเสียหายเกิดจากพนักงานเจ้าหน้าที่สังกัดหน่วยงานผู้รับผิดชอบแห่งใด ให้ส่งเรื่องไปยังหัวหน้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบตามข้อ ๒ โดยไม่ชักช้า แต่ในกรณีที่ไม่ทราบว่าความเสียหายเกิดจากพนักงานเจ้าหน้าที่สังกัดหน่วยงานผู้รับผิดชอบแห่งใด ให้เลขาธิการพิจารณาเกี่ยวกับผู้เสียหายซึ่งมีสิทธิได้รับค่าชดเชยความเสียหายและจำนวนค่าชดเชยความเสียหายให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงาน โดยจะแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบเพื่อพิจารณา เสนอแนะ หรือปฏิบัติการเพื่อประโยชน์ในการจัดทำความเห็นเสนอต่อเลขาธิการด้วยก็ได้ คำขอตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้นำความในข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๗ ให้ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการลุ่มน้ำหรือผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาคซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ที่ทรัพย์สินของผู้เสียหายตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี มีหนังสือแจ้งผลการวินิจฉัยเกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชยความเสียหาย ให้ผู้เสียหายทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่เลขาธิการมีคำสั่ง และในกรณีที่ผู้เสียหายมีสิทธิได้รับค่าชดเชยความเสียหาย ให้แจ้งด้วยว่าให้มารับเงินค่าชดเชยความเสียหายภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันที่เลขาธิการมีคำสั่ง ในกรณีที่ได้มีหนังสือแจ้งตามวรรคหนึ่งแล้ว แต่ไม่สามารถแจ้งให้ผู้มีสิทธิได้รับค่าชดเชยความเสียหายดังกล่าวทราบได้ ให้ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการลุ่มน้ำหรือผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาคซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ที่ทรัพย์สินของผู้เสียหายตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี แจ้งโดยวิธีประกาศแจ้งความไว้ ณ ที่ซึ่งผู้มีสิทธิได้รับค่าชดเชยความเสียหายมีภูมิลำเนาอยู่หรือสถานที่ซึ่งความเสียหายเกิดขึ้น โดยกำหนดเวลาให้มารับเงินค่าชดเชยความเสียหายภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดสิบห้าวันนับแต่วันปิดประกาศแจ้งความ
ข้อ ๘ การยื่นคำขอรับค่าชดเชยความเสียหายและการแจ้งตามกฎกระทรวงนี้ หากมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ในระหว่างที่ยังไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ยื่นคำขอโดยวิธีการทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือให้ยื่นคำขอ ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้ (๑) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงาน (๒) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาคซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ที่ทรัพย์สินของผู้เสียหายตั้งอยู่ (๓) สถานที่อื่นตามที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖๖ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ บัญญัติให้ในการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจทำลายสิ่งกีดขวาง ตัดฟันต้นไม้ ขุดดิน ปิดกั้นแนวเขตที่ดิน รื้อถอนสิ่งก่อสร้างซึ่งมิใช่เป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของบุคคลใด ๆ หรือดำเนินการอื่นใดเท่าที่จำเป็นแก่การป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมได้ แต่ต้องชดเชยความเสียหายแก่บุคคลนั้นด้วย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(CC BY 4.0)