กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. ๒๕๐๙
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๕ และมาตรา ๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. ๒๕๐๙
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “ครอบครัว” หมายความว่า คู่สมรสหรือบุตรของเกษตรกร บิดามารดาของเกษตรกร หรือคู่สมรสของเกษตรกร ซึ่งอยู่ในความอุปการะของเกษตรกร
ข้อ ๒ ธนาคารอาจให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์การเกษตรสำหรับการประกอบอาชีพดังต่อไปนี้ เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรหรือครอบครัว (๑) การประกอบอาชีพด้านอุตสาหกรรม (๒) การประกอบอาชีพด้านพาณิชยกรรม (๓) การประกอบอาชีพด้านบริการ
ข้อ ๓ ธนาคารอาจให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์การเกษตรสำหรับการพัฒนาความรู้ในด้านเกษตรกรรมหรืออาชีพอย่างอื่นเพื่อเพิ่มรายได้หรือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรหรือครอบครัวดังต่อไปนี้ (๑) การศึกษา อบรม สัมมนา ดูงานหรือฝึกงานของเกษตรกรหรือครอบครัว
ในด้านเกษตรกรรมหรือการประกอบอาชีพตามข้อ ๒ (๒) การศึกษา อบรม สัมมนา ดูงานหรือฝึกงานของเกษตรกรหรือครอบครัว เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต (๓) การรักษาพยาบาลของเกษตรกรหรือครอบครัว (๔) การจัดหา ปรับปรุง หรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยของเกษตรกร
ข้อ ๔ ธนาคารอาจให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์การเกษตรสำหรับการดำเนินกิจการดังต่อไปนี้ (๑) กิจการตามโครงการที่มีลักษณะเป็นการ (ก) ส่งเสริมหรือสนับสนุนการผลิต การพัฒนาคุณภาพผลิตผล การเพิ่มมูลค่าผลิตผลการจำหน่าย การส่งออกหรือทดแทนการนำเข้าซึ่งผลิตผลการเกษตร
ผลิตภัณฑ์จากผลิตผลการเกษตรหรือปัจจัยการเกษตรและ (ข) สอดคล้องกับแนวนโยบายการส่งเสริมและสนับสนุนของรัฐ (๒) กิจการตามโครงการที่มีลักษณะเป็นการส่งเสริมหรือสนับสนุนการพัฒนาความรู้ในด้านเกษตรกรรมหรืออาชีพอย่างอื่นเพื่อเพิ่มรายได้หรือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรหรือครอบครัวตามข้อ ๓
ข้อ ๕ ธนาคารอาจประกอบธุรกิจอันเป็นการส่งเสริมหรือสนับสนุนการประกอบเกษตรกรรมดังต่อไปนี้ได้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ (๑) การค้าปัจจัยการเกษตร (๒) การบริการทางการเกษตร (๓) การตลาดผลิตผลทางเกษตรและผลิตภัณฑ์จากผลิตผลการเกษตร (๔) คลังสินค้า (๕) กิจการอื่นที่ต่อเนื่องหรือเกี่ยวเนื่องกับการเกษตร
ข้อ ๖ ธนาคารอาจดำเนินงานเพื่อเป็นสถาบันการเงินเพื่อพัฒนาชนบท โดยให้ความช่วยเหลือทางการเงินหรือการบริหารจัดการแก่บุคคล กลุ่มบุคคล ผู้ประกอบการ กองทุนหมู่บ้านหรือชุมชน รวมทั้งองค์กรที่มีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนการประกอบอาชีพของเกษตรกรหรือชุมชนสำหรับการดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑)
การส่งเสริมหรือสนับสนุนการพัฒนาผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรหรือชุมชนให้มีประสิทธิภาพในด้านการลงทุน การผลิต การแปรรูป และการตลาด (๒) การส่งเสริมหรือสนับสนุนให้ชุมชนมีความเข้มแข็งในด้านเศรษฐกิจ โดยมุ่งหมายให้มีการประกอบอาชีพด้านอุตสาหกรรม ด้านพาณิชยกรรม หรือด้านบริการภายในชุมชนเพื่อเพิ่มรายได้
หรือการดำเนินการอื่นใดที่จะนำมาซึ่งการลดค่าใช้จ่าย การส่งเสริมการออม และการพึ่งพาตนเองของชุมชน (๓) การส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน ในลักษณะดังต่อไปนี้ (ก) การศึกษา อบรม สัมมนา ดูงานหรือฝึกงานในด้านการส่งเสริมอาชีพ หรือเพื่อการพัฒนาอาชีพ หรือเพื่อการศึกษาของบุคคลในครอบครัว (ข)
การจัดสวัสดิการขั้นพื้นฐานแก่การดำรงชีวิต (ค) การจัดหา ปรับปรุง หรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย (ง) การจัดหาปัจจัยอื่นที่จำเป็นในการดำรงชีวิต (๔) การดำเนินการที่สอดคล้องกับแนวนโยบายส่งเสริมการเกษตรและการพัฒนาชนบทตามโครงการของรัฐหรือของธนาคาร
ข้อ ๗ ธนาคารอาจให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สหกรณ์ เพื่อใช้ดำเนินงานภายใต้ขอบเขตวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสหกรณ์ สำหรับการดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) การส่งเสริมการพัฒนาผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์ของสมาชิกและสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพในด้านการลงทุน การผลิต การแปรรูป และการตลาด (๒)
การส่งเสริมการประกอบอาชีพของสมาชิกเพื่อเพิ่มรายได้ หรือการดำเนินการอื่นใดที่จะนำมาซึ่งการลดค่าใช้จ่าย การส่งเสริมการออม และการพึ่งพาตนเองของสมาชิก (๓) ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิก
ข้อ ๘ การให้กู้เงินตามข้อ ๖ (๒) (๓) และ (๔) และข้อ ๗ (๒) และ (๓) เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละยี่สิบของเงินที่ให้กู้ในแต่ละรอบปีบัญชี และมีหนี้เงินกู้คงเหลือไม่เกินร้อยละยี่สิบของหนี้เงินกู้ทั้งหมด ณ สิ้นปีบัญชี เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๒ ธารินทร์ นิมมานเหมินท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดว่า การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร
หรือสหกรณ์การเกษตรสำหรับการประกอบอาชีพอย่างอื่นเพื่อเพิ่มรายได้ การพัฒนาความรู้ในด้านเกษตรกรรมหรืออาชีพอย่างอื่นเพื่อเพิ่มรายได้หรือพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร หรือครอบครัวของเกษตรกร และการดำเนินการตามโครงการที่เป็นการส่งเสริมหรือสนับสนุนการประกอบเกษตรกรรมซึ่งเป็นการดำเนินการร่วมกับผู้ประกอบการ
เพื่อเพิ่มรายได้หรือพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรหรือครอบครัวของเกษตรกร รวมทั้งการประกอบธุรกิจอื่นอันเป็นการส่งเสริมหรือสนับสนุนการประกอบเกษตรกรรม ให้ธนาคารกระทำได้เท่าที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๕๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. ๒๕๐๙
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๙ กำหนดว่า การดำเนินการตามมาตรา ๙ (๓) และ (๔)
ให้ธนาคารกระทำได้เท่าที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๕๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. ๒๕๐๙
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากการกำหนดกรอบการให้กู้เงินเพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินสำหรับการส่งเสริมหรือสนับสนุนการพัฒนาผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรหรือชุมชน
และการให้ความช่วยเหลือแก่สหกรณ์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์ของสมาชิกและสหกรณ์ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถรองรับการพัฒนาภาคเกษตรได้อย่างครบวงจร
สมควรแก้ไขหลักเกณฑ์การให้กู้เงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรโดยขยายกรอบการให้กู้เงินให้มีความยืดหยุ่นและเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการลงทุน การผลิต การแปรรูป และการตลาด มากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).