กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๐๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสินประเภทสงเคราะห์ทวีคูณ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “คำขอเปิดบัญชีฝากเงิน” หมายความว่า เอกสารแสดงความจำนงขอเปิดบัญชีฝากเงินออมสินประเภทสงเคราะห์ทวีคูณพร้อมด้วยคำตอบคำถาม “ผู้ฝาก” หมายความว่า ผู้ฝากเงินออมสินประเภทสงเคราะห์ทวีคูณ “สมุดบัญชี” หมายความว่า สมุดบัญชีฝากเงินออมสินประเภทสงเคราะห์ทวีคูณ
ซึ่งเป็นเอกสารแสดงหลักฐานการรับฝากเงิน การถอนเงิน ยอดเงินคงเหลือ และเป็นกรมธรรม์สงเคราะห์ “เงินสงเคราะห์ทวีคูณ” หมายความว่า จำนวนเงินที่ผู้รับประโยชน์หรือผู้รับมรดกจะได้รับ เป็นจำนวนเงินเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าของยอดเงินฝากคงเหลือก่อนที่ผู้ฝากตายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน “เงินฝาก” หมายความว่า
จำนวนเงินที่ผู้ฝากได้ส่งฝากไว้กับธนาคารออมสิน “ดอกเบี้ย” หมายความว่า เงินผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินฝากตามอัตราที่ผู้อำนวยการจะได้กำหนด “พนักงาน” หมายความว่า พนักงานธนาคารออมสิน
ข้อ ๒ ผู้ฝาก ต้อง (๑) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ แต่มีอายุไม่ถึงห้าสิบเก้าปีบริบูรณ์ และมีความสามารถทำนิติกรรมได้ (๒) มีสุขภาพและอนามัยสมบูรณ์ และ (๓) มีถิ่นที่อยู่แน่นอน
ข้อ ๓ กำหนดเวลาที่จะได้รับเงินสงเคราะห์ทวีคูณ สิ้นสุดลงในวันที่ผู้ฝากมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์
ข้อ ๔ ผู้ฝากคนหนึ่งจะฝากเงินได้ไม่เกินหนึ่งบัญชี และจำนวนเงินฝากครั้งหนึ่งต้องไม่ต่ำกว่าห้าสิบบาท
ข้อ ๕ ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้ประกาศกำหนดวงเงินสงเคราะห์ทวีคูณเป็นคราว ๆ
ข้อ ๖ วิธีนับอายุผู้ฝากให้เริ่มนับวันถัดจากวันเกิด โดยคำนวณตามปฏิทินในราชการ ถ้าไม่ทราบวันเกิดให้ถือวันที่ ๑ ของเดือนเกิดเป็นวันเกิด และถ้าไม่ทราบวันและเดือนเกิด ให้ถือวันที่ ๑ มกราคมเป็นวันและเดือนเกิด
ข้อ ๗ บุคคลใดประสงค์จะฝากเงินออมสินประเภทสงเคราะห์ทวีคูณ ให้ยื่นคำขอเปิดบัญชีฝากเงินด้วยตนเองต่อพนักงานตามแบบที่ธนาคารออมสินกำหนด คำขอเปิดบัญชีฝากเงินตามความในวรรคแรก ผู้ฝากต้องตอบคำถามด้วยความสัตย์จริง และรับรองว่าจะปฏิบัติตามคำขอเปิดบัญชีฝากเงิน
ข้อ ๘ การฝากเงินออมสินประเภทสงเคราะห์ทวีคูณครั้งแรกให้ธนาคารออมสินมอบสมุดบัญชีให้ผู้ฝากยึดถือเป็นหลักฐาน และในสมุดบัญชีนั้นให้มีชื่อของผู้ฝาก ชื่อสำนักงานธนาคารออมสินที่เปิดบัญชีรับฝากเงิน และจำนวนเงินฝาก
ข้อ ๙ ให้พนักงานทำบัตรบัญชีขึ้นไว้ฉบับหนึ่งเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานธนาคารออมสินที่เปิดบัญชีรับฝากเงินนั้นโดยมีรายการฝากและถอนตรงกันกับรายการในสมุดบัญชี
ข้อ ๑๐ ให้พนักงานและผู้ฝากหรือผู้แทนลงลายมือชื่อย่อกำกับรับรองจำนวนเงินฝากหรือถอนแต่ละครั้งที่บันทึกลงในสมุดบัญชี และบัตรบัญชีไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่สมุดบัญชีสูญหายหรือชำรุด ให้เรียกเก็บค่าสมุดบัญชีเล่มละห้าบาท
ข้อ ๑๒ การฝากเงินในคราวต่อไป ผู้ฝากหรือผู้แทนจะต้องยื่นแบบฝากเงินตามที่ธนาคารออมสินกำหนดพร้อมด้วยสมุดบัญชีต่อพนักงาน ณ สำนักงานธนาคารออมสินที่ผู้ฝากเปิดบัญชีฝากเงิน หรือ ณ สำนักงานธนาคารออมสินอื่นตามหลักเกณฑ์ที่ผู้อำนวยการกำหนด
ข้อ ๑๓ ผู้ฝากมีสิทธิถอนเงินฝากได้ในปีหนึ่งไม่เกินสิบสองครั้ง ในกรณีจำเป็นที่ผู้อำนวยการเห็นสมควรจะอนุมัติให้ถอนเงินฝากเกินกว่าสิบสองครั้งก็ได้ ในคราวหนึ่งจะถอนเงินฝากได้อย่างต่ำหนึ่งบาท เศษสตางค์ห้ามถอน และเมื่อถอนเงินฝากแล้วต้องมีจำนวนเงินฝากคงเหลือในบัญชีฝากเงินไม่ต่ำกว่าห้าร้อยบาท
เว้นแต่การถอนเลิกบัญชีฝากเงินนั้น ในกรณีจำเป็นดังกล่าวในวรรคแรก ผู้อำนวยการจะมอบหมายเป็นหนังสือให้พนักงานเป็นผู้อนุมัติให้ผู้ฝากถอนเงินฝากเกินกว่าสิบสองครั้งในปีหนึ่งก็ได้
ข้อ ๑๔ การถอนเงินฝากให้ผู้ฝากยื่นขอถอนเงินฝากต่อพนักงานตามแบบที่ธนาคารออมสินกำหนดพร้อมด้วยสมุดบัญชี ณ สำนักงานธนาคารออมสินที่ผู้ฝากเปิดบัญชีฝากเงิน หรือ ณ สำนักงานธนาคารออมสินอื่นตามหลักเกณฑ์ที่ผู้อำนวยการกำหนด ผู้ฝากจะมอบฉันทะให้ผู้อื่นถอนเงินฝากแทนก็ได้
โดยผู้ฝากมอบสมุดบัญชีและลงลายมือชื่อมอบฉันทะในแบบขอถอนเงินฝากกับให้ผู้รับมอบฉันทะลงลายมือชื่อต่อหน้าผู้ฝาก ในการรับเงินจากพนักงานให้ผู้รับมอบฉันทะลงลายมือชื่อรับเงินต่อหน้าพนักงาน
ข้อ ๑๕ เมื่อผู้ฝากตาย ผู้รับประโยชน์หรือผู้รับมรดกย่อมได้รับประโยชน์ดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อได้ส่งเงินฝากไว้ครบหนึ่งปีบริบูรณ์ ธนาคารออมสินจะจ่ายเงินฝากคงเหลือและเงินสงเคราะห์ทวีคูณพร้อมด้วยดอกเบี้ย ถ้ามี ให้แก่ผู้รับประโยชน์ตามที่ผู้ฝากระบุชื่อไว้
หากมิได้ระบุชื่อผู้รับประโยชน์ไว้ก็ให้จ่ายแก่ผู้รับมรดก และถ้าหากได้ส่งเงินฝากไว้ยังไม่ครบหนึ่งปีบริบูรณ์ธนาคารออมสินจะจ่ายเงินฝากคงเหลือพร้อมด้วยดอกเบี้ย ถ้ามี ให้แก่บุคคลดังกล่าว แล้วแต่กรณี ในการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์ตามที่ผู้ฝากระบุชื่อไว้
ผู้อำนวยการจะมอบหมายเป็นหนังสือให้พนักงานเป็นผู้อนุมัติจ่ายเงินนั้นก็ได้ (๒) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ฝากมีบัญชีฝากเงินเกินกว่าหนึ่งบัญชี ธนาคารออมสินจะถือเอาบัญชีฝากเงินที่เปิดบัญชีฝากเงินครั้งแรกเป็นบัญชีที่ผู้ฝากจะได้รับประโยชน์ตาม (๑) แล้วแต่กรณี ส่วนเงินฝากตามบัญชีอื่นนั้น
ธนาคารออมสินจะจ่ายคืนให้เฉพาะเงินฝากคงเหลือเท่านั้น (๓) เงินสงเคราะห์ทวีคูณ ตามความใน (๑) จะจ่ายให้แก่การตายทุกกรณี ยกเว้นการตายในหรือเนื่องจากสงครามที่ประกาศหรือไม่ประกาศก็ตาม การจลาจล การปฏิวัติ หรือรัฐประหาร แต่เหตุยกเว้นดังกล่าวนี้ ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจสั่งยกเลิกเหตุหนึ่งเหตุใด หรือทั้งหมดก็ได้
ข้อ ๑๖ ผู้ฝากรายใดถอนเลิกบัญชีฝากเงินหรือผู้อำนวยการสั่งปิดบัญชี ธนาคารออมสินจะจ่ายเงินฝากคงเหลือพร้อมด้วยดอกเบี้ย ถ้ามี คืนให้ผู้ฝาก
ข้อ ๑๗ ถ้าปรากฏว่าผู้ฝากตอบคำถามในคำขอเปิดบัญชีฝากเงินเป็นเท็จ หรือผู้ฝากไม่ปฏิบัติตามคำขอเปิดบัญชีฝากเงิน ผู้อำนวยการจะสั่งปิดบัญชี หรือไม่จ่ายเงินสงเคราะห์ทวีคูณก็ได้
ข้อ ๑๘ ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้กำหนดอัตราดอกเบี้ยโดยประกาศเป็นคราว ๆ การคำนวณดอกเบี้ยให้คำนวณเป็นรายเดือน จากยอดเงินคงเหลือรายวัน ซึ่งมีจำนวนต่ำที่สุดในระหว่างเดือนหนึ่ง ๆ เศษของเดือน เศษของบาทในจำนวนเงินฝากคงเหลือ ไม่คำนวณดอกเบี้ยให้
ข้อ ๑๙ ให้พนักงานลงรับดอกเบี้ยในสมุดบัญชีและบัตรบัญชีปีละครั้ง โดยให้ถือวันที่ ๑ มกราคม เป็นวันลงรับดอกเบี้ย และห้ามไม่ให้พนักงานรับเงินฝาก หรือให้ถอนเงินฝาก จนกว่าจะได้ลงรับดอกเบี้ยแล้ว
ข้อ ๒๐ ในกรณีที่ผู้ฝากตาย การคำนวณดอกเบี้ย ให้ระงับตั้งแต่วันที่ ๑ ของเดือนที่ได้สั่งให้ถอนเงินฝาก
ข้อ ๒๑ ในกรณีที่ผู้ฝากถอนเลิกบัญชีฝากเงิน หรือผู้อำนวยการสั่งปิดบัญชี การคำนวณดอกเบี้ยให้คิดให้เพียงวันสิ้นเดือนก่อนเดือนที่ถอนเลิกบัญชีฝากเงินหรือสั่งปิดบัญชี
ข้อ ๒๒ เมื่อผู้ฝากประสงค์จะโอนบัญชีฝากเงินของผู้ฝากไปยังสำนักงานธนาคารออมสินอื่น ให้แสดงความจำนงต่อพนักงาน ณ สำนักงานธนาคารออมสินที่ผู้ฝากเปิดบัญชีฝากเงินได้
ข้อ ๒๓ ผู้ฝากรายใดประสงค์จะถอนเลิกบัญชีฝากเงิน ให้ยื่นคำขอตามแบบที่ธนาคารออมสินกำหนด และเมื่อถอนเลิกบัญชีฝากเงินพ้นกำหนดสามเดือนแล้ว ผู้ฝากจะยื่นคำขอเปิดบัญชีฝากเงินอีกก็ให้ทำได้
ข้อ ๒๔ ให้นำกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๔๙๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ สุนทร หงส์ลดารมภ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เปิดการรับฝากเงินของธนาคารออมสินขึ้นอีกประเภทหนึ่งเรียกว่า “การรับฝากเงินออมสินสงเคราะห์ประเภททวีคูณ” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนออมทรัพย์ได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้นและเป็นปัจจัยในการระดมทุนเพื่อพัฒนาการเศรษฐกิจในส่วนรวมด้วย
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).