กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๑๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖ และมาตรา ๒๗ (๔) แห่งพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๑๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การให้สถาบันการเงินกู้ยืมเงินที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามหรือเมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้ ให้ธนาคารกระทำได้แต่เฉพาะการให้กู้ยืมแก่ธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือการซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเงินทุนที่มีความมั่นคง
ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการธนาคารกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
ข้อ ๒ การซื้อหลักทรัพย์ของรัฐบาลหรือหลักทรัพย์ที่รัฐบาลรับประกันต้นเงินและดอกเบี้ย ให้ธนาคารปฏิบัติไปตามแบบแผนของธนาคารพาณิชย์
ข้อ ๓ การออก ขาย ขายลด ขายช่วงลด ซื้อ ซื้อลด หรือรับช่วงซื้อลด ตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใด หรือเรียกเก็บเงินตามตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมือดังกล่าว ให้ธนาคารกระทำได้ตามข้อกำหนดและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (๑) การออก ขาย ขายลด
หรือขายช่วงลดตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใดหรือเรียกเก็บเงินตามตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมือดังกล่าว ให้ธนาคารกระทำได้เพื่อประโยชน์แก่กิจการของธนาคารโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคาร (๒) การซื้อ ซื้อลด หรือรับช่วงซื้อลดตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใด
หรือเรียกเก็บเงินตามตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมือดังกล่าว ให้ธนาคารพิจารณาจากความน่าเชื่อถือของตั๋วเงินหรือตราสารตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการธนาคารกำหนด
ข้อ ๔ การจัดให้มีการรวมกลุ่มกับสถาบันการเงินอื่น หรือการร่วมกับสถาบันการเงินอื่นในการให้กู้ยืม ให้ธนาคารกระทำได้เฉพาะเพื่อการเคหะ
ข้อ ๕ การรับอาวัล หรือการค้ำประกันการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินอื่นให้ธนาคารกระทำได้เฉพาะเพื่อการเคหะ ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขต่อไปนี้ (๑) ตั๋วเงินที่รับอาวัลต้องมีอายุการจ่ายเงินไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันออกตั๋วเงินนั้น โดยผู้ออกตั๋วเงินต้องนำหลักทรัพย์มามอบให้ไว้เป็นประกัน
โดยคำนึงถึงฐานะทางการเงินของผู้ออกตั๋วเงินแต่ละราย (๒) การค้ำประกันการกู้เงินจากสถาบันการเงินอื่น ให้กระทำได้เมื่อผู้กู้มีหลักทรัพย์มามอบให้ไว้เป็นประกัน โดยคำนึงถึงฐานะทางการเงินของผู้กู้แต่ละรายและมีอายุสัญญาค้ำประกันไม่เกินสิบห้าปี
ให้ธนาคารเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการรับอาวัลหรือค้ำประกันตามที่ธนาคารกำหนด (๓) การค้ำประกันเกี่ยวกับการเคหะ ให้กระทำได้เฉพาะกรณีต่อไปนี้ (ก) ออกหนังสือค้ำประกันแทนการวางเงินมัดจำในการประมูลหรือเป็นประกันในการทำสัญญา (ข) ค้ำประกันผู้จัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน การค้ำประกันตาม (ก) หรือ
(ข) ให้กระทำได้เมื่อผู้ขอให้ค้ำประกันนำหลักทรัพย์มามอบให้ไว้เป็นประกัน โดยคำนึงถึงฐานะทางการเงินของผู้ขอให้ค้ำประกันแต่ละราย และให้ธนาคารเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการค้ำประกันตามที่ธนาคารกำหนด
ข้อ ๖ การซื้อ การให้เช่า การให้เช่าซื้อ การโอนสิทธิหรือรับโอนสิทธิการเช่าหรือการเช่าซื้อ การขายหรือจำหน่ายด้วยวิธีอื่นใดซึ่งอสังหาริมทรัพย์ ให้ธนาคารทำได้ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (๑) การซื้อ หรือการขาย ให้กระทำได้โดยวิธีการที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคาร (๒) การให้เช่า
ให้กระทำได้ในกรณีอายุสัญญาเช่าไม่เกินสามปี สำหรับการให้เช่าที่มีอายุสัญญาเช่าเกินกว่าสามปีขึ้นไป ให้กระทำได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคาร (๓) การให้เช่าซื้อ ให้กระทำได้ในกรณีกำหนดเวลาการชำระเงินค่าเช่าซื้อทั้งหมดไม่เกินสามสิบปี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (๔) การโอนหรือรับโอนสิทธิการเช่า ให้กระทำได้สำหรับสัญญาเช่าที่มีระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามสัญญาไม่เกินสามปี สำหรับการโอนหรือรับโอนสิทธิการเช่าที่มีระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามสัญญาเกินกว่าสามปีขึ้นไปให้กระทำได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคาร (๕)
การโอนหรือรับโอนสิทธิการเช่าซื้อ ให้กระทำได้ภายในกำหนดระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามสัญญาเดิม (๖) การจำหน่ายโดยวิธีอื่น ให้กระทำได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคาร
ข้อ ๗ การรับฝากเงินประเภทเพื่อการเคหสงเคราะห์ โดยให้ผลประโยชน์อื่นนอกเหนือจากดอกเบี้ย ให้ธนาคารจ่ายผลประโยชน์ให้แก่ผู้ฝากเงินประเภทเพื่อการเคหะสงเคราะห์ โดยให้จ่ายจากส่วนหนึ่งของเงินได้เฉพาะในกรณีที่ธนาคารหามาได้จากเงินฝากประเภทนี้ ซึ่งได้หักค่าใช้จ่ายและเงินสำรองหนี้สูญออกแล้ว
การจ่ายเงินผลประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามอัตราที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี
ข้อ ๘ การกระทำการเป็นตัวแทนของการเคหะแห่งชาติในด้านระดมเงินทุนเพื่อการลงทุนหรือในกิจการอื่น หรือร่วมกับการเคหะแห่งชาติในการกระทำการอื่นใด ให้ธนาคารกระทำได้ตามข้อตกลงที่มีต่อกัน
ข้อ ๙ ให้ธนาคารมีอำนาจจัดการกองทุนร่วมออมทรัพย์และสินเชื่อเพื่อการเคหะสงเคราะห์ระหว่างผู้ร่วมกองทุนด้วยกัน รวมทั้งให้มีอำนาจค้ำประกันการปฏิบัติตามข้อผูกพันตลอดถึงการนำส่งเงินแก่กองทุนตามจำนวนและกำหนดเวลาของผู้ร่วมกองทุนที่ได้กู้ยืมเงินจากกองทุน การค้ำประกันตามวรรคหนึ่ง
ให้ธนาคารจัดให้ผู้ร่วมกองทุนนำหลักทรัพย์มามอบให้ไว้เป็นประกันโดยคำนึงถึงฐานะการเงินของผู้ร่วมกองทุนแต่ละราย
ข้อ ๑๐ การซื้อหรือรับโอน การขายหรือจำหน่ายสินทรัพย์ประเภทสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้ธนาคารกระทำได้เท่าที่จำเป็นและเพื่อประโยชน์แก่กิจการของธนาคาร โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคาร
ข้อ ๑๑ การดำเนินการแปลงสินทรัพย์ประเภทสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักทรัพย์ ให้ธนาคารมีอำนาจดำเนินการดังต่อไปนี้กับสินทรัพย์ของธนาคาร และอยู่ภายใต้บังคับกับกฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (๑) เสนอโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณา (๒)
จัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการแปลงสินทรัพย์ประเภทสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักทรัพย์ (๓) กิจการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ดังกล่าว เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ธนาคารปฏิบัติงานตามข้อบังคับที่คณะกรรมการธนาคารกำหนด
ข้อ ๑๒ การเป็นตัวแทนเรียกเก็บและรับชำระหนี้ประเภทสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้ธนาคารสามารถกระทำได้เท่าที่จำเป็นและเพื่อประโยชน์แก่กิจการของธนาคาร โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคาร
ข้อ ๑๓ การจัดตั้งบริษัท องค์กร หรือหน่วยงานเพื่อดำเนินกิจการเกี่ยวกับการรวบรวมประมวลผล และให้บริการข้อมูลการให้สินเชื่อ เพื่อประโยชน์ต่อระบบการให้สินเชื่อ
ให้ธนาคารจัดตั้งเป็นศูนย์ข้อมูลการให้สินเชื่อเพื่อให้บริการข้อมูลการให้สินเชื่อแก่สมาชิกของศูนย์ข้อมูลดังกล่าวที่ประสงค์จะใช้ข้อมูลการให้สินเชื่อเพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์สินเชื่อและลดภาระหนี้เสียของสมาชิก ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการธนาคารกำหนด
สำหรับการร่วมกิจการกับบุคคลอื่นเพื่อจัดตั้งบริษัท องค์กร หรือหน่วยงานเพื่อดำเนินกิจการเกี่ยวกับการรวบรวม ประมวลผล และให้บริการข้อมูลการให้สินเชื่อ ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการธนาคารกำหนด
ข้อ ๑๓/๑ การรับประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย ให้ธนาคารจัดตั้งเป็นบริษัทมหาชนจำกัดหรือร่วมกิจการกับบุคคลอื่น ในกรณีที่ธนาคารมีทุนรวมอยู่เกินกว่าร้อยละยี่สิบห้าของทุนทั้งหมดจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี
ข้อ ๑๓/๒ การประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย ให้ธนาคารจัดตั้งเป็นบริษัทหรือร่วมกิจการกับบุคคลอื่น ในกรณีที่ธนาคารมีทุนรวมอยู่เกินกว่าร้อยละยี่สิบห้าของทุนทั้งหมด จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี
ข้อ ๑๓/๓ การประกอบธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัย ให้ดำเนินการได้โดยการถือหุ้น ในกรณีที่ธนาคารมีทุนรวมอยู่เกินกว่าร้อยละยี่สิบห้าของทุนทั้งหมด จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี
ข้อ ๑๔ การประกอบกิจการอื่นตาม (๑๘) ของมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑
ให้ธนาคารกระทำได้เฉพาะกิจการอันจำเป็นที่เกี่ยวเนื่องกับหรือเป็นประโยชน์ในกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ บุญชู โรจนเสถียร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เพื่อปฏิบัติตามความในมาตรา ๒๗ (๔) แห่งพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๑๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกำหนดเวลาการชำระเงินค่าเช่าซื้อในการให้เช่าซื้อและการโอนสิทธิการเช่าซื้อตามข้อ ๖ (๒) กับการกระทำการร่วมกับการเคหะแห่งชาติที่กำหนดไว้ในข้อ ๘ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๑๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖
ไม่เหมาะสมและไม่คล่องตัวในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร สมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสม จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๒๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากข้อ ๓ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๑๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖ กำหนดให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ออก ขาย ขายลด
ขายช่วงลดตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมือได้เฉพาะที่เกี่ยวกับการเคหะและมีกำหนดเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันออก และจะออกได้โดยมีวงเงินไม่เกินอัตราร้อยละยี่สิบของเงินทุนและเงินสำรองของธนาคาร
ทำให้ธนาคารไม่สามารถระดมเงินทุนระยะยาวภายในประเทศมาใช้ได้ตรงตามความต้องการของธนาคารในการที่จะให้ประชาชนมีแหล่งเงินกู้ระยะยาวเพื่อนำไปใช้ในการจัดหาที่อยู่อาศัย สมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อ ๓ แห่งกฎกระทรวงดังกล่าวเพื่อให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ออก ขาย ขายลด และขายช่วงลดตั๋วเงิน
หรือตราสารเปลี่ยนมือได้โดยไม่อยู่ภายใต้บังคับข้อกำหนดหรือเงื่อนไขเช่นว่านั้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พุทธศักราช ๒๔๙๖
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากการดำเนินธุรกิจของธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นและสภาพตลาดการให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมีการแข่งขันสูงขึ้น ประกอบกับข้อกำหนดและเงื่อนไขในการลงทุนเพื่อบริหารสภาพคล่องของธนาคาร
นอกเหนือจากการให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมีข้อจำกัดให้ธนาคารลงทุนในตั๋วเงินและตราสารได้บางประเภทเท่านั้น สมควรแก้ไขข้อกำหนดดังกล่าวให้ธนาคารซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทเงินทุนที่มีความมั่งคง
และลงทุนในตั๋วเงินหรือตราสารของธุรกิจประเภทอื่นนอกเหนือจากธุรกิจที่เกี่ยวกับการเคหะโดยมีกำหนดเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่คงเหลือตามตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมือนั้นไว้ด้วย เพื่อให้ธนาคารมีความคล่องตัวในการดำเนินงาน และบริหารสภาพคล่องของธนาคารให้ได้รับผลตอบแทนและมีประสิทธิภาพสูงสุด
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๑๘ เพื่อกำหนดให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์สามารถประกอบกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารประเภทอื่นได้เพิ่มขึ้น และโดยที่มาตรา ๒๗ (๔)
แห่งพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๑๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ บัญญัติให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารตามที่จะมีพระราชกฤษฎีกากำหนดไว้ ทั้งนี้
ให้ประกอบกิจการได้ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ดังนั้น สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๑๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖
เพื่อออกข้อกำหนดและเงื่อนไขในการประกอบกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่เพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้ดำเนินมาตรการผ่อนผันและประนอมหนี้ให้แก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เพื่อให้สามารถผ่อนชำระหนี้กับธนาคารต่อไปได้
ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าวธนาคารได้รับโอนหรือรับซื้ออาคารแฟลตที่จำนองไว้กับธนาคารหรือจากการขายทอดตลาดอันเนื่องมาจากการยึดทรัพย์ของลูกหนี้เพื่อหักกลบลบหนี้ที่ค้างชำระ ซึ่งในระหว่างที่ยังไม่อาจขายอาคารดังกล่าวได้ ธนาคารอาจนำออกให้เช่าได้ไม่เกินหนึ่งปี
แต่เนื่องจากการให้เช่าอาคารดังกล่าวผู้เช่าจำเป็นต้องลงทุนเป็นเงินจำนวนมากเพื่อปรับปรุงให้มีสภาพที่ดีและเหมาะสมแก่การอยู่อาศัย ดังนั้น เพื่อให้ผู้เช่าเกิดความมั่นใจในการเช่าและการลงทุนเนื่องจากมีระยะเวลาเช่าที่นานพอจะได้ผลตอบแทนคุ้มกับที่ได้ลงทุนไป
และเพื่อประโยชน์ด้านการดูแลรักษาอาคารที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ของธนาคารมิให้เสื่อมสภาพไปโดยเร็ว รวมทั้งธนาคารยังจะได้รับผลประโยชน์ในรูปค่าเช่าเป็นผลตอบแทนอีกด้วย สมควรแก้ไขเพิ่มเติมระยะเวลาการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของธนาคารที่เป็นอาคารแฟลต
รวมทั้งอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดเนื่องจากเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีลักษณะคล้ายกับอาคารแฟลต ให้ธนาคารอาจให้เช่าได้เกินกว่าหนึ่งปีแต่ไม่เกินสามปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๔๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๑๘ เพื่อกำหนดให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์สามารถประกอบกิจการได้เพิ่มขึ้น และมาตรา ๒๗ (๔) แห่งพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๑๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ บัญญัติให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารตามที่จะมีพระราชกฤษฎีกากำหนดไว้ ทั้งนี้ ให้ประกอบกิจการได้ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ดังนั้น
เพื่อกำหนดข้อกำหนดและเงื่อนไขในการประกอบกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่เพิ่มขึ้นตามการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๖๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากธนาคารอาคารสงเคราะห์มีข้อกำหนดและเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบกิจการบางประการไม่เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจและการเงินในปัจจุบัน ทำให้มีข้อจำกัดในการดำเนินกิจการ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อกำหนดและเงื่อนไขต่าง ๆ
ในกฎกระทรวงเพื่อให้ธนาคารสามารถให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นและปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดหาเงินทุนและการลงทุนของธนาคารในตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใดรวมทั้งการซื้อหรือรับโอน การขายหรือจำหน่ายสินทรัพย์ประเภทสินเชื่อที่อยู่อาศัย
เพื่อให้การดำเนินกิจการของธนาคารเป็นไปอย่างเหมาะสมและคล่องตัวยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๖๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๑๘ เพื่อกำหนดให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์สามารถดำเนินการรับประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย ประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย
และประกอบธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัย ประกอบกับมาตรา ๒๗ (๗) แห่งพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๙
บัญญัติให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์มีอำนาจประกอบกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารได้ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).