ข้อ ๔ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีสี่ประเภท ดังต่อไปนี้ (๑) ประเภทเฉพาะพื้นที่ สำหรับการประกอบธุรกิจนำเที่ยวในจังหวัดหนึ่งจังหวัดใดและจังหวัดที่มีเขตพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดนั้น (๒) ประเภทในประเทศ สำหรับการประกอบธุรกิจนำเที่ยวภายในราชอาณาจักร (๓) ประเภทนำเที่ยวจากต่างประเทศ
สำหรับการประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยการนำนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวภายในราชอาณาจักร (๔) ประเภททั่วไป สำหรับการประกอบธุรกิจนำเที่ยวภายในราชอาณาจักรและภายนอกราชอาณาจักร ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวตาม (๓) ให้ถือว่าได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวตาม (๑) และ (๒) ด้วย
ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวตาม (๔) ให้ถือว่าได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวตาม (๑) (๒) และ (๓) ด้วย
ข้อ ๕ ผู้ใดประสงค์จะขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวประเภทใด ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) บุคคลธรรมดา (ก) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (ข) สำเนาทะเบียนบ้าน (ค) ภาพถ่ายสถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ขนาด ๔ x ๖ นิ้ว ที่ถ่ายไว้ไม่เกินหนึ่งเดือนก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต
โดยแสดงให้เห็นทั้งบริเวณภายในและภายนอกสถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ป้ายชื่อ และเลขที่ตั้งสถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว และแผนที่โดยสังเขปแสดงที่ตั้งของสถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว (ง) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่เป็นสถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว (จ)
สำเนากรมธรรม์ประกันภัย ประกันอุบัติเหตุให้แก่นักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์และผู้นำเที่ยวในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว โดยมีจำนวนเงินเอาประกันภัยกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพ ไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาทต่อคน
และกรณีบาดเจ็บไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาทต่อคนและต้องมีอายุกรมธรรม์ไม่น้อยกว่าหกเดือนนับแต่วันยื่นคำขอรับใบอนุญาต (๒) ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด (ก) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนซึ่งรับรองไว้ไม่เกินหกเดือนนับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต (ข) รายชื่อ
สัญชาติและภูมิลำเนาของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน (ค) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจจัดการแทน (ง) สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีอำนาจจัดการแทน (จ) ตัวอย่างรอยตราประทับ ๒ ตรา (ฉ) ภาพถ่ายสถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ขนาด ๔ x ๖ นิ้ว ที่ถ่ายไว้ไม่เกินหนึ่งเดือนก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต
โดยแสดงให้เห็นทั้งบริเวณภายในและภายนอกสถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ป้ายชื่อ และเลขที่ตั้งสถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว และแผนที่โดยสังเขปแสดงที่ตั้งของสถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว (ช) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่เป็นสถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว (ซ)
และกรณีบาดเจ็บไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาทต่อคนและต้องมีอายุกรมธรรม์ไม่น้อยกว่าหกเดือนนับแต่วันยื่นคำขอรับใบอนุญาต (๓) บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการเกี่ยวกับการท่องเที่ยว (ก)
สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนซึ่งรับรองไว้ไม่เกินหกเดือนนับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต (ข) รายชื่อ สัญชาติและภูมิลำเนาของผู้ถือหุ้นปีปัจจุบันทุกคน และจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละคนถือ (ค) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการหรือผู้มีอำนาจจัดการแทน (ง) สำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการหรือผู้มีอำนาจจัดการแทน
(จ) สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ รายการจดทะเบียนจัดตั้ง และข้อบังคับของนิติบุคคล (ถ้ามี) (ฉ) ตัวอย่างรอยตราประทับ ๒ ตรา (ช) ภาพถ่ายสถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ขนาด ๔ x ๖ นิ้ว ที่ถ่ายไว้ไม่เกินหนึ่งเดือนก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต โดยแสดงให้เห็นทั้งบริเวณภายในและภายนอกสถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ป้ายชื่อ
และเลขที่ตั้งสถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว และแผนที่โดยสังเขปแสดงที่ตั้งของสถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว (ซ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่เป็นสถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว (ฌ) สำเนากรมธรรม์ประกันภัย ประกันอุบัติเหตุให้แก่นักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์
และผู้นำเที่ยวในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว โดยมีจำนวนเงินเอาประกันภัยกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพ ไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาทต่อคน และกรณีบาดเจ็บไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาทต่อคนและต้องมีอายุกรมธรรม์ไม่น้อยกว่าหกเดือนนับแต่วันยื่นคำขอรับใบอนุญาต
ข้อ ๖ ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่จะให้บริการดำน้ำแบบดำน้ำลึกโดยมีอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์อื่นที่ช่วยในการดำน้ำ นอกจากต้องยื่นเอกสารและหลักฐานตามที่กำหนดในข้อ ๕ แล้ว ต้องยื่นเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ (๑)
สำเนาใบทะเบียนเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทยและใบสำคัญรับรองการตรวจเรือตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทยของเรือที่จะใช้ในการให้บริการดำน้ำนั้น (๒) สำเนาใบอนุญาตให้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคม (๓)
สำเนาใบอนุญาตให้เข้าไปดำเนินกิจการท่องเที่ยวและพักอาศัยในอุทยานแห่งชาติสำหรับการบริการนำเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติเฉพาะกรณีมีการนำเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติ (๔) สำเนาใบรับรองมาตรฐานอุปกรณ์ดำน้ำซึ่งออกให้ไม่เกินสามสิบวันก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต ดังต่อไปนี้
(ก) ถังอากาศ (ข) กระบอกสูบ (ค) อุปกรณ์ควบคุมการสลับอากาศ (ง) อุปกรณ์วัดความลึกและแรงดัน (จ) อุปกรณ์การทรงตัวในน้ำ (ฉ) ชุดดำน้ำ (ช) หน้ากากดำน้ำ (ซ) รองเท้าดำน้ำ (ฌ) ครีบสำหรับรองเท้าดำน้ำ (ญ) อุปกรณ์ช่วยหายใจใต้น้ำ (ฎ) ตัวถ่วงน้ำหนัก (ฏ) เข็มทิศ หรือใบรับรองว่ามีพนักงานสามารถดูแลตรวจสอบอุปกรณ์ดำน้ำ
(๕) สำเนาใบรับรองว่ามีผู้ควบคุมการดำน้ำและผู้สอนการดำน้ำ ซึ่งออกให้โดยหน่วยงานหรือองค์กรที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (๖) สำเนากรมธรรม์ประกันภัย ประกันอุบัติเหตุจากการดำน้ำให้แก่นักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นำเที่ยวในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวโดยมีจำนวนเงินเอาประกันภัยกรณีเสียชีวิต
สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพ ไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาทต่อคน และกรณีบาดเจ็บไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาทต่อคนและต้องมีอายุกรมธรรม์ไม่น้อยกว่าหกเดือนนับแต่วันยื่นคำขอรับใบอนุญาต เว้นแต่หลักฐานตามข้อ ๕ (๑) (จ) (๒) (ซ) และ (๓) (ฌ)
ได้ระบุไว้ว่าคุ้มครองการให้บริการดำน้ำแบบดำน้ำลึกโดยมีอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์อื่นที่ช่วยในการดำน้ำด้วย ให้ถือว่าเป็นเอกสารตามข้อนี้
ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวซึ่งประสงค์จะให้บริการดำน้ำแบบดำน้ำลึกโดยมีอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์อื่นที่ช่วยในการดำน้ำด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๗ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวแล้ว ให้นายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายตรวจสอบความถูกต้องของคำขอและความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานพร้อมทั้งให้ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน ในกรณีที่พบว่าคำขอไม่ถูกต้อง หรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วน
ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอทราบเป็นหนังสือทันทีพร้อมด้วยเหตุผลเพื่อแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือนั้น ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขคำขอให้ถูกต้องหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง
ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไปและให้นายทะเบียนจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
ข้อ ๘ ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว และผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๗ แล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนมีคำสั่งอนุญาต
และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและวางหลักประกันภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งดังกล่าว เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและวางหลักประกันแล้ว ให้นายทะเบียนออกใบอนุญาตแก่ผู้ยื่นคำขอภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับค่าธรรมเนียมและวางหลักประกัน
การแจ้งตามวรรคหนึ่งจะแจ้งเป็นหนังสือโดยวิธีการส่งทางไปรษณีย์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่องทางอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนดก็ได้ ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ยื่นคำขอ นายทะเบียนจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านเว็บไซต์ด้วยก็ได้
ข้อ ๙ ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๗ หรือไม่ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตหรือไม่วางหลักประกันให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาตามข้อ ๘ ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่อนุญาต
และให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบพร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาต
ข้อ ๑๐ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวซึ่งประสงค์จะมีสถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยวสาขาให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวสาขา พร้อมด้วยสำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและให้นำเอกสารและหลักฐานตามข้อ ๕ (๑) (ก) (ค) และ (ง) หรือ (๒) (ค) (ฉ) และ (ช) หรือ (๓) (ค) (ช) และ (ซ) แล้วแต่กรณี
มาใช้บังคับกับการยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวสาขาด้วยโดยอนุโลม ให้นำความในข้อ ๗ ข้อ ๘ และข้อ ๙ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวสาขาด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๑๑ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวซึ่งประสงค์จะแจ้งเลิกประกอบธุรกิจนำเที่ยวสาขา ให้แจ้งให้นายทะเบียนทราบ พร้อมทั้งส่งคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวสาขาให้แก่นายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่แจ้งเลิกประกอบธุรกิจนำเที่ยวสาขา
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).