กฎกระทรวง การขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเที่ยว พ.ศ. ๒๕๖๑
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และมาตรา ๖๔ แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนผู้นำเที่ยว พ.ศ. ๒๕๕๕
ข้อ ๒ ผู้ใดประสงค์จะเป็นผู้นำเที่ยวให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้ (๑) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (๒) หลักฐานการศึกษาอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (ก) สำเนาปริญญาบัตร
หรือหนังสือรับรองว่าสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าในสาขามัคคุเทศก์หรือสาขาการท่องเที่ยวที่มีวิชาเกี่ยวกับมัคคุเทศก์ และสำเนาใบแสดงผลหรือรายงานผลการศึกษา (ข) สำเนาอนุปริญญาบัตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
หรือหนังสือรับรองว่าสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงในสาขามัคคุเทศก์หรือสาขาการท่องเที่ยวที่มีวิชาเกี่ยวกับมัคคุเทศก์ไม่น้อยกว่าที่คณะกรรมการกำหนด และสำเนาใบแสดงผลหรือรายงานผลการศึกษา (ค)
สำเนาหลักฐานการสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าและสำเนาวุฒิบัตรว่าได้ผ่านการฝึกอบรมวิชามัคคุเทศก์หรือผู้นำเที่ยวตามหลักสูตรและสถานฝึกอบรมตามที่คณะกรรมการกำหนด หรือหนังสือรับรองจากกรมการท่องเที่ยว (๓) ใบรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ซึ่งรับรองว่าไม่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรังหรือติดยาเสพติดให้โทษ หรือเป็นโรคติดต่อตามที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งออกให้ไม่เกินสามสิบวันนับถึงวันยื่นคำขอขึ้นทะเบียน
ข้อ ๓ เมื่อได้รับคำขอขึ้นทะเบียนแล้ว ให้นายทะเบียนออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอขึ้นทะเบียนไว้เป็นหลักฐาน โดยในใบรับคำขอต้องระบุให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนมารับทราบผลการพิจารณาคำขอภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าคำขอขึ้นทะเบียน
หรือเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมกับคำขอขึ้นทะเบียนในเรื่องใดไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนทราบพร้อมด้วยเหตุผลเพื่อแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือนั้น
ในกรณีที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอขึ้นทะเบียนหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องหรือครบถ้วนภายในระยะเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าผู้ขอขึ้นทะเบียนไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้นายทะเบียนจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
ข้อ ๔ ในกรณีที่คำขอขึ้นทะเบียนและเอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว ให้นายทะเบียนพิจารณาคำขอ โดยนายทะเบียนจะมีคำสั่งรับขึ้นทะเบียนได้ต่อเมื่อปรากฏว่าผู้ขอขึ้นทะเบียนมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖๔/๑
และให้ออกบัตรประจำตัวผู้นำเที่ยวให้แก่ผู้ยื่นคำขอภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอขึ้นทะเบียน
ข้อ ๕ ผู้นำเที่ยวผู้ใดประสงค์จะขอออกบัตรประจำตัวผู้นำเที่ยวใหม่ เนื่องจากสูญหาย ถูกทำลาย ชำรุดในสาระสำคัญ หรือเนื่องจากเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล ให้ยื่นคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอขึ้นทะเบียนต่อนายทะเบียนพร้อมกับส่งมอบบัตรประจำตัวผู้นำเที่ยวนั้น แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่สูญหายให้แนบหลักฐานการรับแจ้งความของพนักงานสอบสวนด้วย ในการพิจารณาออกบัตรประจำตัวผู้นำเที่ยวใหม่ตามวรรคหนึ่ง ให้นำข้อ ๓ และข้อ ๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๖ คำขอขึ้นทะเบียน ใบรับคำขอ บัตรประจำตัวผู้นำเที่ยว ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๗ การยื่นคำขอตามกฎกระทรวงนี้ ให้ยื่นต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาที่มีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมภูมิลำเนาเฉพาะการของผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเที่ยว หรือสถานที่อื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด โดยคำนึงถึงการอำนวยความสะดวกและการลดภาระแก่ผู้ยื่นคำขอ
ข้อ ๘ คำขอใด ๆ ที่ได้ยื่นไว้ตามกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนผู้นำเที่ยว พ.ศ. ๒๕๕๕ ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับและยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของนายทะเบียน ให้ถือว่าเป็นคำขอที่ได้ยื่นตามกฎกระทรวงนี้โดยอนุโลม ในกรณีที่คำขอตามวรรคหนึ่งและเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอดังกล่าวแตกต่างไปจากกฎกระทรวงนี้
นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมคำขอและส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็นเพื่อให้การเป็นไปตามกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖๔ แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙
กำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้นำเที่ยวต้องขึ้นทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ทำให้หลักเกณฑ์และวิธีการในการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเที่ยวตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนผู้นำเที่ยว พ.ศ. ๒๕๕๕
โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการกำหนดให้ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้นำเที่ยวได้โดยไม่ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเที่ยวไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติดังกล่าว สมควรปรับปรุงกฎกระทรวงเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเที่ยวให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).