กฎกระทรวง กำหนดการชำระค่าธรรมเนียมประกอบธุรกิจนำเที่ยว พ.ศ. ๒๕๕๕
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวชำระค่าธรรมเนียมประกอบธุรกิจนำเที่ยวทุกสองปี
ข้อ ๒ ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ชำระค่าธรรมเนียมประกอบธุรกิจนำเที่ยวครั้งแรกภายในสามสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ชำระค่าธรรมเนียมประกอบธุรกิจนำเที่ยวครั้งแรกพร้อมกับการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ให้ถือว่าวันที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวชำระค่าธรรมเนียมตามข้อนี้ เป็นวันชำระค่าธรรมเนียมประกอบธุรกิจนำเที่ยวเมื่อครบกำหนดเวลาตามข้อ ๑
ข้อ ๓ ในการชำระค่าธรรมเนียมประกอบธุรกิจนำเที่ยว ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมตามแบบที่อธิบดีกรมการท่องเที่ยวกำหนด พร้อมกับแสดงใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหรือใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว แล้วแต่กรณี ณ
สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กลางหรือสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาที่มีเขตอำนาจครอบคลุมสถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ระบุไว้ในใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมประกอบธุรกิจนำเที่ยวครั้งแรกตามข้อ ๒ วรรคสอง
ไม่ต้องแสดงใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหรือใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามวรรคหนึ่ง
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๕ ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวชำระค่าธรรมเนียมประกอบธุรกิจนำเที่ยวทุกสองปีตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).