กฎกระทรวง แบบ รายละเอียด และวิธีการแจ้งข้อมูล เกี่ยวกับการดำเนินกิจการของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว พ.ศ. ๒๕๕๕
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗๖ (๒) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินกิจการดังต่อไปนี้ ต่อนายทะเบียนภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของทุกปี (๑) ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา ให้ส่งสำเนากรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุที่ทำประกันให้แก่นักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นำเที่ยว (๒)
ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวซึ่งเป็นนิติบุคคล ให้ส่งเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (ก) สำเนากรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุที่ทำประกันให้แก่นักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นำเที่ยว (ข) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลนั้นในเวลาที่มีการแจ้งข้อมูลที่รับรองโดยนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท
ข้อ ๒ ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการมอบงานให้แก่มัคคุเทศก์ที่รับทำงานให้แก่ตน พร้อมทั้งเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อนายทะเบียนภายในระยะเวลาที่นายทะเบียนกำหนด
ข้อ ๓ การส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการแจ้งข้อมูลตามข้อ ๑ และข้อ ๒ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวอาจส่งในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนก็ได้
ข้อ ๔ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวแจ้งข้อมูลการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนดังกล่าวต่อนายทะเบียนตามแบบ สธก. ๖ ท้ายกฎกระทรวงนี้
พร้อมทั้งเอกสารและหลักฐานแสดงการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนที่รับรองโดยนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕ ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗๖ (๒) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินกิจการที่กำหนดเป็นครั้งคราวหรือประจำ ตามแบบ รายละเอียด และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).