ทั้งฉบับ
กฎกระทรวง กำหนดกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๖ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๒ (๑๑) แห่งพระราชบัญญัติธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๕ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ และมาตรา ๔๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ ให้กิจการดังต่อไปนี้เป็นกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (๑) การให้บริการเป็นตัวแทนรับชำระเงิน (๒) การให้บริการบัตรเครดิต (๓) การจัดตั้งหรือร่วมกิจการกับบุคคลอื่นเพื่อจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการออกตราสารศุกูกตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย มีความพร้อมในการให้บริการด้านการเงินและบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องตามหลักศาสนาอิสลามเพิ่มมากขึ้นแต่เนื่องจากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยยังไม่อาจประกอบธุรกิจทางการเงินที่ไม่ผูกพันกับดอกเบี้ยและประกอบกิจการอื่นบางประเภท ทำให้การประกอบธุรกิจของธนาคารขยายตัวอย่างจำกัด เพื่อเป็นการส่งเสริมการให้บริการทางการเงินตามหลักศาสนาอิสลาม และเพื่อให้การประกอบธุรกิจของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้ใช้บริการได้มากยิ่งขึ้น สมควรกำหนดให้การให้บริการเป็นตัวแทนรับชำระเงิน การให้บริการบัตรเครดิต และการจัดตั้งหรือร่วมกิจการกับบุคคลอื่นเพื่อจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการออกตราสารศุกูกตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้