ข้อ ๑๑ การพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) คำขอรับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อกรุบ่อตอนบนสุดน้อยกว่าหนึ่งร้อยมิลลิเมตร หรือบ่อน้ำบาดาลแบบบ่อวง ที่ท่อกรุบ่อทำด้วยซีเมนต์ อิฐ หิน
หรือวัสดุอื่นให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน และข้อมูลตามข้อ ๘ ให้ผู้ออกใบอนุญาตพิจารณา (๒) คำขอรับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อกรุบ่อตอนบนสุดตั้งแต่หนึ่งร้อยมิลลิเมตรขึ้นไป ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ
เอกสารหรือหลักฐาน และข้อมูลตามข้อ ๘ ให้คณะอนุกรรมการในส่วนกลางพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนอให้ผู้ออกใบอนุญาตพิจารณา
ข้อ ๑๒ การออกใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ให้ออกรหัสหมายเลขบ่อน้ำบาดาล และรหัสหมายเลขใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
ข้อ ๑๓ ผู้รับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลจะต้องจัดให้มีช่างเจาะน้ำบาดาล ดำเนินการหรือควบคุมการเจาะน้ำบาดาล และต้องทำการเจาะน้ำบาดาลตามหลักเกณฑ์และมาตรการในทางวิชาการสำหรับการเจาะน้ำบาดาลและการเลิกเจาะน้ำบาดาลที่ออกตามมาตรา ๖ (๑)
ข้อ ๑๔ การพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) คำขอรับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ไม่เกินวันละหนึ่งร้อยลูกบาศก์เมตร ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน และข้อมูลตามข้อ ๘ ให้ผู้ออกใบอนุญาตพิจารณา (๒)
คำขอรับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล เกินกว่าวันละหนึ่งร้อยลูกบาศก์เมตรขึ้นไป ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน และข้อมูลตามข้อ ๘ ให้คณะอนุกรรมการในส่วนกลางพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนอให้ผู้ออกใบอนุญาตพิจารณา
ข้อ ๑๕ การออกใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ให้ผู้ออกใบอนุญาตออกรหัสหมายเลขในใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล และกำหนดประเภทการใช้น้ำบาดาลและปริมาณน้ำบาดาลที่อนุญาตไว้ในใบอนุญาตด้วย ทั้งนี้ ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).