ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๑๖ (ยกเลิก)
โดยที่คณะปฏิวัติได้พิจารณาเห็นว่า ในปัจจุบันประชาชนผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลางจำนวนมากยังขาดแคลนที่อยู่อาศัย และแม้ว่าจะมีหน่วยงานของทางราชการ องค์การของรัฐและของเอกชนหลายแห่งได้ดำเนินการช่วยเหลือให้มีอาคารสำหรับอยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้นอยู่แล้วก็ตาม แต่การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปในลักษณะเอกเทศ
ขาดการร่วมมือและประสานงานกันอย่างจริงจัง ทำให้นโยบายของรัฐในอันที่จะช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ฉะนั้น เพื่อเร่งรัดการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวให้สัมฤทธิ์ผลโดยเร็วสมควรจัดระบบงานเกี่ยวกับการจัดให้มีอาคารสงเคราะห์เสียใหม่
โดยรวมหน่วยงานเกี่ยวกับการเคหะหรืออาคารสงเคราะห์ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในรูปต่าง ๆ ให้เป็นหน่วยงานเดียวกันซึ่งจะเป็นการเพิ่มพูนประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะปฏิวัติจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติจัดตั้งสำนักงานอาคารสงเคราะห์ พุทธศักราช ๒๔๘๔ บรรดาบทกฎหมาย กฎและข้อบังคับอื่นในส่วนที่บัญญัติไว้แล้วในประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ให้ใช้ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้แทน
ข้อ ๒ ในประกาศของคณะปฏิวัตินี้ฉบับนี้ “การเคหะแห่งชาติ” หมายความว่า การเคหะแห่งชาติซึ่งจัดตั้งขึ้นตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ “เคหะ” หมายความว่า อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและหรือที่ดิน ที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัย หรือเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย “พนักงาน” หมายความว่า
พนักงานการเคหะแห่งชาติรวมทั้งผู้ว่าการ “ผู้ว่าการ” หมายความว่า ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการการเคหะแห่งชาติ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
ข้อ ๓ ให้จัดตั้งการเคหะขึ้นเรียกว่า "การเคหะแห่งชาติ" มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี (๑) จัดให้มีซึ่งเคหะ เพื่อให้ประชาชนเช่า เช่าซื้อ หรือซื้อ (๒) ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประชาชนผู้ประสงค์จะมีเคหะของตนเอง หรือแก่บุคคลผู้ประสงค์จะจัดให้มีเคหะขึ้นเพื่อให้ประชาชนเช่า เช่าซื้อ หรือซื้อ (๓)
ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารหรือจัดหาที่ดิน (๔) ปรับปรุงหรือรื้อแหล่งเสื่อมโทรม
ข้อ ๔ ให้การเคหะแห่งชาติเป็นนิติบุคคล มีสำนักงานใหญ่ในนครหลวงกรุงเทพธนบุรี และจะตั้งสำนักงานสาขาหรือตัวแทนขึ้น ณ ที่อื่นใดก็ได้
ข้อ ๕ ให้โอนกิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้และความรับผิดของส่วนราชการและหน่วยงานดังต่อไปนี้ ให้แก่การเคหะแห่งชาติ (๑) กรมประชาสงเคราะห์ เฉพาะที่เกี่ยวกับกิจการอาคารสงเคราะห์ (๒) สำนักงานอาคารสงเคราะห์ซึ่งจัดตั้งตามพระราชบัญญัติจัดตั้งสำนักงาบอาคารสงเคราะห์ พุทธศักราช ๒๔๘๔ (๓) ธนาคารอาคารสงเคราะห์
เฉพาะที่เกี่ยวกับธุรกิจตามมาตรา ๒๗ (๑) และ (๓) แห่งพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖ และในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินสิทธิ และหนี้นั้น ให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์และการเคหะแห่งชาติทำความตกลงกัน ถ้าตกลงกันไม่ได้ ให้คณะรัฐมนตรีชี้ขาด (๔) สำนักงามปรับปรุงแหล่งชุมชน
เทศบาลนครหลวงเฉพาะที่เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินและการปรับปรุงแหล่งเสื่อมโทรม
ข้อ ๖ ให้โอนเงินงบประมาณของกองเคหสถานสงเคราะห์กรมประชาสงเคราะห์เฉพาะที่เกี่ยวกับกิจการอาคารสงเคราะห์เป็นทุนประเดิมของการเคหะแห่งชาติ นอกจากเงินงบประมาณตามวรรคหนึ่ง ให้นำทรัพย์สินที่รับโอนมาจากกรมประชาสมเคราะห์ สำนักงานอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และสำนักงานปรับปรงแหล่งชุมชนเทศบาลนครหลวง
ตามข้อ ๕ เมื่อได้หักหนี้สินออกแล้ว เข้าอยู่ในทุนประเดิมด้วย
ข้อ ๗ ทุนของการเคหะแห่งชาติประกอบด้วย (๑) ทุนประเดิมตามข้อ ๖ (๒) เงินที่ได้รับจากงบประมาณแผ่นดิน (๓) ทรัพย์สินอื่นซึ่งได้รับจากรัฐบาลหรือบุคคลอื่น (๔) เงินช่วยเหลือที่อาจได้รับจากแหล่งต่าง ๆ ในประเทศหรือต่างประเทศ หรือจากองค์การระหว่างประเทศ (๕) รายได้ตามข้อ ๓๑ วรรคสอง
ข้อ ๘ ให้การเคหะแห่งชาติมีอำนาจกระทำการต่าง ๆ ภายในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์ ตามที่ระบุไว้ในข้อ ๓ อำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง (๑) สร้าง ซื้อ จัดหา จำหน่าย เช่า ให้เช่า ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม แลกเปลี่ยน โอน รับโอน ถือกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครอง มีทรัพยสิทธิ หรือดำเนินงานเกี่ยวกับทรัพย์สินใด ๆ (๒)
จัดหาแหล่งเงินกู้หรือค้ำประกันเงินกู้ให้แก่ประชาชนผู้ประสงค์มีเคหะเป็นของตนเอง หรือประสงค์จะจัดให้มีเคหะสำหรับให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือขาย (๓) จัดหาที่ดินและวัสดุก่อสร้างสำหรับการก่อสร้างเคหะ (๔) รื้อแหล่งเสื่อมโทรนเพื่อเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงให้เป็นเคหะ (๕)
กู้ยืมเงินในประเทศหรือต่างประเทศหรือจากองค์การระหว่างประเทศ (๖) ออกพันธบัตรหรือตราสารกู้ยืมเงินอื่นใดเพื่อการลงทุน (๗) ร่วมการงานหรือสมทบกับบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์แห่งกิจการของการเคหะเเห่งชาติ รวมทั้งการเข้าเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือนิติบุคคลใด ๆ
ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับซื้อขายที่ดินและการจัดให้มีซึ่งเคหะ หรือการจัดหาแหล่งเงินกู้หรือการค้ำประกันเงินกู้ (๘) ประกอบกิจการอื่น ๆ ซึ่งสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับวัตถุประสงค์ของการเคหะแห่งชาติ ต้นเงิน หนี้สิน ของการเคหะแห่งชาติอันเนื่องอากการกู้ยืมเงิน การออกพันธบัตร หรือตราสารกู้ยืมเงินอื่น
และการค้ำประกันเงินกู้ในขณะใดขณะหนึ่งต้องไม่เกินสิบห้าเท่าของทรัพย์สินสุทธิของการเคหะแห่งชาติ
ข้อ ๙ เงินสำรองของการเคหะแห่งชาติ ให้ประกอบด้วยเงินสำรองเผื่อขาดและเงินสำรองอื่น ๆ ตามแต่คณะกรรมการจะเห็นสมควร
ข้อ ๑๐ เงินสำรองจะนำออกใช้ได้ก็แต่โดยมติของคณะกรรมการ
ข้อ ๑๑ ให้การเคหะแห่งชาติเปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๑๒ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของการเคหะแห่งชาติและเพื่อประโยชน์ ในการนี้ จะสั่งให้การเคหะแห่งชาติชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็นหรือทำรายงานหรือยับยั้งการกระทำที่ขัดต่อนโยบายของรัฐบาลหรือมติของคณะรัฐมนตรี
ตลอดจนมีอำนาจที่จะสั่งสั่งให้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลหรือมติของคณะรัฐมนตรี และสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการดำเนินกิจการใด ๆ ในกรณีที่การเคหะแห่งชาติจะต้องเสนอเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีตามความในประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ให้คณะกรรมการนำเรื่องเสนอรัฐมนตรีเพื่อเสนอต่อไปยังคณะรัฐมนตรี
ข้อ ๑๓ ให้มีคณะกรรมการของการเคหะแห่งชาติคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการการเคหะแห่งชาติ” ประกอบด้วยประธานกรรมการ และกรรมการไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินสิบคน ในจำนวนนี้ให้มีผู้แทนกระทรวงมหาดไทยหนึ่งคน ทั้งนี้ ไม่รวมผู้ว่าการซึ่งเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการอื่นซึ่งมิใช่กรรมการโดยตำแหน่ง
ข้อ ๑๔ ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ กรรมการและผู้ว่าการต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย และต้องมีความรู้ ความจัดเจนเพียงพอเกี่ยวกับการธนาคาร การบริหารธุรกิจ ผังเมืองนิติศาสตร์ อุตสาหกรรม สังคมวิทยา การสาธารณูปโภค รัฐประศาสนศาสตร์หรือเศรษฐศาสตร์
ข้อ ๑๕ ผู้มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ต้องห้ามมิให้เป็นประธานกรรมการ หรือกรรมการ (๑) เป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญากับการเคหะแห่งชาติหรือธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือในกิจการที่กระทำให้แก่การเคหะแห่งชาติหรือธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม
เว้นแต่เป็นเพียงผู้ถือหุ้นเพื่อประโยชน์ในการลงทุนโดยสุจริตในบริษัทจำกัด ที่กระทำการอันมี่ส่วนได้เสียเช่นว่านั้นก่อนวันดำรงตำแหน่งกรรมการ (๒) เป็นพนักงานนอกจากผู้ว่าการ (๓) เป็นบุคคลล้มละลาย (๔) เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษ
หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
ข้อ ๑๖ ภายใต้บังคับข้อ ๒๐ และข้อ ๒๙ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและควบคุมดูแลกิจกิจการของการเคหะแห่งชาติ อำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง (๑) ดำเนินกิจการตามข้อ ๘ และวางข้อบังคับเกี่ยวกับการดำเนินกิจการดังกล่าว (๒) วางข้อบังคับการประชุมและการดำเนินกิจการของคณะกรรมการ (๓) วางข้อบังคับว่าด้วยการบรรจุ
การแต่งตั้ง การถอดถอนพนักงาน ระเบียบวินัย การลงโทษพนักงานและการร้องทุกข์ (๔) วางข้อบังคับว่าด้วยระเบียบปฏิบัติงานของผู้ว่าการถ้ามีข้อความจำกัดอำนาจของผู้ว่าการในการทำการทำนิติกรรมไว้ประการใด ให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๕) วางข้อบังคับว่าด้วยจำนวนอัตราตำแหน่ง อัตราเงินเดือน บำเหน็จของพนักงาน
(๖) วางข้อบังคับเกี่ยวกับเงินสะสมของพนักงาน (๗) วางข้อบังคับว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ เงินสมทบกองทุนสงเคราะห์หรือการสงเคราะห์อื่น ๆ เพื่อสวัสดิการของผู้ปฏิบัติงานและครอบครัว ข้อบังคับว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์หรือการสงเคราะห์อื่น ๆ ที่คณะกรรมการวางขึ้นตาม (๗) นั้น
เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้วให้ใช้บังคับได้
ข้อ ๑๗ ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี แต่สำหรับกรรมการนั้น ในวาระเริ่มแรกเมื่อครบกำหนดสองปี ให้กรรมการดังกล่าวออกจากตำแหน่งกึ่งหนึ่งโดยวิธีจับสลาก ถ้าไม่อาจหาจำนวนกึ่งหนึ่งได้ ให้กรรมการซึ่งอยู่ในตำแหน่งต่อไปมีจำนวนมากกว่า ประธานกรรมการหรือกรรมการ
ซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
ข้อ ๑๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ ๑๗ ประธานกรรมการ หรือกรรมการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก (๔) ขาดคุณสมบัติตามที่บัญญัติไว้ในข้อ ๑๔ หรือมีลักษณะต้องห้ามที่บัญญัติไว้ในข้อ ๑๕ เมื่อประธานกรรมการหรือกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ
คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการแทนได้ ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งตามวาระของประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งตนแทน
ข้อ ๑๙ ประธานกรรมการและกรรมการย่อมได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
ข้อ ๒๐ ให้มีผู้ว่าการคนหนึ่งโดยคณะกรรมการเป็นผู้แต่งตั้ง ให้ผู้ว่าการเป็นกรรมการโดยตำแหน่งและได้รับเงินเงินเดือนตามที่คณะกรรมการกำหนด การแต่งตั้งและกำหนดอัตราเงินเดือนตามข้อนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
ข้อ ๒๑ ผู้ว่าการย่อมพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะกรรมการให้ออกด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (๔) ขาดคุณสมบัติตามที่ได้บัญญัติไว้ในข้อ ๑๔ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่ได้บัญญัติไว้ในข้อ ๒๒
ข้อ ๒๒ ผู้มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ต้องห้ามมิให้เป็นผู้ว่าการ (๑) เป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญากับการเคหะแห่งชาติหรือธนาคารอาคารสงเคราะห์หรือในกิจการที่กระทำให้แก่การเคหะแห่งชาติหรือธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม
เว้นแต่เป็นเพียงผู้ถือหุ้นเพื่อประโยชน์ในการลงทุนโดยสุจริตในบริษัทจำกัดที่กระทำการอันมีส่วนได้เสียเช่นว่านั้นก่อนวันดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ (๒) เป็นข้าราชการประจำ (๓) เป็นผู้มีตำแหน่งการเมือง (๔) เป็นผู้มีอายุเกินหกสิบปีบริบูรณ์ (๕) เป็นผู้ไม่อาจทำงานเต็มเวลาให้แก่การเคหะแห่งชาติ (๖) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๗) เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
ข้อ ๒๓ ผู้ว่าการเป็นผู้บริหารกิจการของการเคทะเเห่งชาติให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ และนโยบายที่คณะกรรมการกำหนด และมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานทุกตำแหน่งและลูกจ้าง ผู้ว่าการต้องรับผิดชอบในการจัดการและดำเนินการของการเคหะแห่งชาติ
ข้อ ๒๔ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ผู้ว่าการเป็นผู้กระทำการในนามของการเคหะแห่งชาติและเป็นผู้กระทำการแทนการเคหะแห่งชาติ และเพื่อการนี้ผู้ว่าการจะมอบอำนาจให้ตัวแทนของการเคหะแห่งชาติที่ได้ตั้งขึ้นตามข้อ ๔ หรือบุคคลใด ๆ ปฏิบัติการเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ทั้งนี้
ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการวางไว้ ในกรณีที่มีข้อบังคับซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามข้อ ๑๖ (๔) กำหนดว่า นิติกรรมใดผู้ว่าการจะกระทำได้ก็แต่โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการก่อน บรรดานิติกรรมที่ผู้ว่าการทำขึ้นโดยมิได้รับความเห็นชอบดังกล่าวย่อมไม่ผูกพันการเคหะแห่งชาติ เว้นแต่กรรมการจะให้สัตยาบัน
ข้อ ๒๕ ผู้ว่าการมีอำนาจ (๑) บรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน เลื่อน ลดหรือตัดเงินเดือน ตลอดจนลงโทษพนักงานและลูกจ้าง ทั้งนี้ ตามบทบัญญัติแห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้และตามข้อบังคับที่คณะกรรมการวางไว้ แต่ถ้าเป็นพนักงานชั้นรองผู้ว่าการ ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการฝ่าย
หัวหน้ากองหรือเทียบเท่าต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อน (๒) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของการเคหะแห่งชาติโดยมิขัดหรือแย้งกับข้อบังคับที่คณะกรรมการวางไว้
ข้อ ๒๖ เมื่อผู้ว่าการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง และข้อบังคับว่าด้วยระเบียบปฏิบัติงานของการเคหะแห่งชาติไม่ได้กำหนดให้พนักงานตำแหน่งใดทำการแทนผู้ว่าการหรือเมื่อตำแหน่งผู้ว่าการว่างลงและในระหว่างที่ยังมิได้แต่งตั้งตั้งผู้ว่าการ
ให้คณะกรรมการแต่งตั้งพนักงานคนหนึ่งเป็นผู้ทำการแทนผู้ว่าการ หรือผู้รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ แล้วแต่กรณีเป็นการชั่วคราว และให้นำข้อ ๒๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ให้ผู้ทำการแทนผู้ว่าการรักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการมีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกับผู้ว่าการ
ข้อ ๒๗ ประธานกรรมการ กรรมการและพนักงานอาจได้รับโบนัสตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
ข้อ ๒๘ ในการดำเนินกิจการของการเคหะแห่งชาติ ให้คำนึงถึงประโยชน์ของรัฐและประชาชน ในการนี้ ให้ถือว่า กิจการของการเคหะแห่งชาติเป็นกิจการเพื่อประโยชน์สาธารณะอันเป็นประโยชน์ของรัฐตามความในกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ การปรับปรุงหรือรื้อแหล่งเสื่อมโทรมตามข้อ ๓ ( ๔ )
ให้การเคหะแห่งชาติคำนึงถึงการผังเมือง การใช้ประโยชน์ในที่ดิน และการจัดเคหะสงเคราะห์ให้แก่ประชาชนที่ต้องย้ายออกไปจากแหล่งเสื่อมโทรมเป็นสำคัญ
ข้อ ๒๘ ทวิ เมื่อการเคหะแห่งชาติมีความจำเป็นที่จะต้องได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ในการดำเนินกิจการตามข้อ ๓ (๔) ให้ดำเนินการเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์
ข้อ ๒๙ การเคหะแห่งชาติต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนจึงจะดำเนินการดังต่อไปนี้ได้ (๑) เพิ่มหรือลดทุน (๒) กู้ยืมเงิน ครั้งหนึ่งเป็นจำนวนเกินกว่าสิบล้านบาท
ข้อ ๓๐ ให้การเคหะแห่งชาติจัดทำงบประมาณประจำปีแยกเป็นงบลงทุนและงบทำการ สำหรับงบลงทุนให้นำเสนอรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและให้ความเห็นชอบ ส่วนงบทำการให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ
ข้อ ๓๑ รายได้ที่การเคหะแห่งชาติได้รับจากการดำเนินงาน ให้ตกเป็นของการเคหะแห่งชาติ สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการดำเนินงาน ค่าภาระต่าง ๆ ที่เหมาะสม เช่น ค่าบำรุงรักษา ค่าเสื่อมราคา และเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์หรือการสงเคราะห์อื่น ๆ เพื่อสวัสดิการของผู้ปฏิบัติงานและครอบครัวตามข้อ ๑๖
ประโยชน์ตอบแทนตามข้อ ๑๙ โบนัสตามข้อ ๒๗ เงินสำรองตามข้อ ๙ และเงินลงทุนตามงบลงทุนที่ใด้รับความเห็นชอบตามข้อ ๓๐ รายได้ที่ได้รับในปีหนึ่ง ๆ เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายและค่าภาระดังกล่าวในวรรคหนึ่งเหลือเท่าใดให้จัดเป็นทุนของการเคหะแห่งชาติ ถ้ารายได้มีจำนวนไม่พอสำหรับค่าใช้จ่ายและค่าภาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง
นอกจากโบนัสตามข้อ ๒๗ และเงินสำรองตามข้อ ๙ และการเคหะแห่งชาติไม่สามารถหาเงินจากทางอื่น รัฐพึงจ่ายเงินให้แก่การเคหะแห่งชาติเท่าจำนวนที่ขาด
ข้อ ๓๒ ให้คณะกรรมการทำรายงานปีละครั้งเสนอรัฐมนตรีรายงานนี้ให้กล่าวถึงผลงานในปีที่ล่วงแล้วของการเคหะแห่งชาติและคำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายของคณะกรรมการ โครงการและแผนงานที่จะจัดทำในภายหน้า
ข้อ ๓๓ ให้พนักงานและลูกจ้างมีสิทธิร้องทุกข์ได้ตามข้อบังคับที่คณะกรรมการวางไว้
ข้อ ๓๔ ให้การเคหะแห่งชาติจัดให้มีกองทุนสงเคราะห์หรือการสงเคราะห์อื่น ๆ เพื่อสวัสดิการของผู้ปฏิบัติงานในการเคหะแห่งชาติและครอบครัวไว้
ข้อ ๓๕ ให้การเคหะแห่งชาติวางและรักษาไว้ซึ่งระบบการบัญชีอันถูกต้อง เเยกตามประเภทงานส่วนที่สำคัญ มีการสอบบัญชีภายในเป็นประจำ และมีสมุดบัญชีลงรายการ (๑) การรับและจ่ายเงิน (๒) สินทรัพย์และหนี้สิน ซึ่งแสดงการงานที่เป็นอยู่จริงตามที่ควรตามประเภทงานพร้อมด้วยข้อความอันเป็นเหตุที่มีของรายการนั้น ๆ
ข้อ ๓๖ ทุกปี ให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีรวมทั้งการเงินของการเคหะแห่งชาติเป็นปี ๆ ไป
ข้อ ๓๗ ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสรรพสมุดบัญชีและเอกสารต่าง ๆ ของการเคหะแห่งชาติ เพื่อการนี้ ให้มีอำนาจสอบถามประธานกรรมการ กรรมการ พนักงาม ลูกจ้างและผู้อื่นซึ่งเป็นผู้แทนของการเคหะแห่งชาติ และให้ผู้สอบบัญชีทำรายงานผลการสอบบัญชีเสนอคณะกรรมการภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี
เพื่อเสนอต่อไปยังคณะรัฐมนตรี
ข้อ ๓๘ ให้การเคหะแห่งชาติโฆษณารายงานประจำปีของปีที่สิ้นสุดไปนั้น แสดงงบดุลบัญชีทำการและบัญชีกำไรขาดทุนที่ผู้สอบบัญชีรับรองว่าถูกต้องแล้วภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี
ข้อ ๓๙ นับตั้งแต่วันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับเป็นต้นไป ให้ข้าราชการและลูกจ้างของกองเคหสถานสงเคราะห์ กรมประชาสงเคราะห์ ตามจำนวนที่กรมประชาสงเคราะห์และการเคหะแห่งชาติจะได้ตกลงกัน พนักงานและลูกจ้างของสำนักงานอาคารสงเคราะห์ พนักงานและถูกจ้างของธนาคารอาคารสงเคราะห์
ตามจำนวนที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์และการเคหะแห่งชาติจะได้ตกลงกัน และลูกจ้างของสำนักงานปรับปรุงแหล่งชุมชน เทศบาลนครหลวงซึ่งต้องออกจากราชการหรืองานเพราะการโอนกิจการอาคารสงเคราะห์ ของกองเคหสถานสงเคราะห์ กรมประชาสงเคราะห์ ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือเพราะการยุบเลิกสำนักงานอาคารสงเคราะห์
หรือการโอนสำนักงานปรับปรุงแหล่งชุมชน เทศบาลนครหลวงตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ มีฐานะเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของการเคหะแห่งชาติ โดยให้ได้รับเงินเดือน หรือค่าจ้าง แล้วแต่กรณี รวมทั้งเงินเพิ่มเท่ากับจำนวนที่ใด้รับอยู่เดิมไปพลางก่อน จนกว่าผู้ว่าการจะได้บรรจุและแต่งตั้งพนักงานหรือลูกจ้างดังกล่าวตามข้อ
๒๕ ( ๑ ) ในกรณีที่กรมประชาสงเคราะห์หรือธนาคารอาคารสงเคราะห์กับการเคหะแห่งชาติไม่อาจตกลงเกี่ยวกับการกำหนดจำนวนข้าราชการและลูกข้างตามวมรรคหนึ่ง ให้รัฐมนตรีชี้ขาด การออกจากราชการของข้าราชการกองเคหสถานสงเคราะห์ กรมประชาสงเคราะห์ ตามวรรคหนึ่ง
ให้ถือว่าเป็นการออกจากประจำการเพราะเลิกหรือยุบตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ การออกจากงานของลูกข้างกองเคหสถานสงเคราะห์หรือสำนักงานอาคารสงเคราะห์ ตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการออกจากงานเพราะยุบเลิกหรือตัดทอนงาน และให้ได้รับเงินบำเหน็จตามระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ.
๒๕๐๒ และสำหรับลูกจ้างของสำนักงานอาคารสงเคราะห์ให้จ่ายจากทุนหมุนเวียนของสำนักงาน
ข้อ ๔๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
ข้อ ๔๑ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕ จอมพล ถ. กิตติขจร หัวหน้าคณะปฏิวัติ
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๑๖ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ พ.ศ. ๒๕๑๗
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรให้การเคหะ แห่งซาติมีอำนาจออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุนได้ตัวย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๑๖ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาดม ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของการเคหะแห่งชาติเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลในการปรับปรุงหรือรื้อแหล่งเสื่อมโทรม และสมควรกำหนดให้กิจการของการเคหะแห่งชาติเป็นกิจการเพื่อประโยชน์ของรัฐ
เพื่อสามารถเวนคืนที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มาใช้ในการดำเนินกิจการปรับปรุงหรือรื้อแหล่งเสื่อมโทรมได้ จึงจำเป็นต้องเพิ่มบทบัญญัติดังกล่าวในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๑๖ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ โดยการตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).