พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๗๕๓) พ.ศ. ๒๕๖๕
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ในบางกรณี
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓ (๑) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๔๙๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๗๕๓) พ.ศ. ๒๕๖๕”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี้ “กองทรัสต์ที่มีข้อกำหนดขายคืน” หมายความว่า กองทรัสต์ตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุนที่มีข้อกำหนดขายคืนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด “บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล” หมายความว่า
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของและเป็นผู้ขายทรัพย์สินให้แก่กองทรัสต์ที่มีข้อกำหนดขายคืน และซื้อทรัพย์สินนั้นคืนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด “ทรัสตี” หมายความว่า
บุคคลซึ่งได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ให้ประกอบธุรกิจเป็นทรัสตีตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน
มาตรา ๔ ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน ๓ หมวด ๓ ภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด ๔ ภาษีธุรกิจเฉพาะตามหมวด ๕ และอากรแสตมป์ตามหมวด ๖ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้ มูลค่าของฐานภาษี รายรับ และการกระทำตราสาร
อันเนื่องมาจากการขายทรัพย์สินให้แก่ทรัสตีของกองทรัสต์ที่มีข้อกำหนดขายคืน
มาตรา ๕ ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด ๔ ภาษีธุรกิจเฉพาะตามหมวด ๕ และอากรแสตมป์ตามหมวด ๖ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ทรัสตีของกองทรัสต์ที่มีข้อกำหนดขายคืน สำหรับมูลค่าของฐานภาษี รายรับ และการกระทำตราสาร อันเนื่องมาจากการขายทรัพย์สินที่ได้ซื้อมาตามมาตรา ๔
คืนให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
มาตรา ๖ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลและทรัสตีที่จะได้รับสิทธิตามมาตรา ๔ หรือมาตรา ๕ แล้วแต่กรณี ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (๑) การขายทรัพย์สินต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด (๒)
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องขายทรัพย์สินให้แก่ทรัสตีของกองทรัสต์ที่มีข้อกำหนดขายคืนภายในสองปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ (๓) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องซื้อทรัพย์สินคืนจากทรัสตีของกองทรัสต์ที่มีข้อกำหนดขายคืน
และทรัสตีของกองทรัสต์นั้นต้องขายทรัพย์สินคืนให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวภายในห้าปี นับแต่วันที่ได้ซื้อทรัพย์สินนั้น (๔) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลและทรัสตีของกองทรัสต์ที่มีข้อกำหนดขายคืนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลและทรัสตีของกองทรัสต์ที่มีข้อกำหนดขายคืนไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้สิทธิในการได้รับการยกเว้นภาษีตามพระราชกฤษฎีกานี้สิ้นสุดลงนับแต่วันที่ได้ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการขาดสภาพคล่องในการประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราว
เพื่อเป็นการเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการในการใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่เป็นเครื่องมือในการระดมทุนผ่านการทำธุรกรรมในตลาดทุนได้ โดยการขายทรัพย์สินที่มีภาระผูกพันในการซื้อทรัพย์สินคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด สมควรยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์
ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของเดิมที่มีภาระผูกพันในการซื้อทรัพย์สินคืน และทรัสตีของกองทรัสต์ที่มีข้อกำหนดขายคืน สำหรับเงินได้ มูลค่าฐานภาษี รายรับ และการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการขายทรัพย์สินและซื้อคืนทรัพย์สิน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).