กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๙๓ (พ.ศ. ๒๕๖๗) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๑๓ และมาตรา ๔๒ (๑๗) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๔๙๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กำหนดให้เงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าจ้างก่อสร้างอาคารเพื่ออยู่อาศัยขึ้นใหม่ให้แก่ผู้รับจ้างซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการจ่ายค่าจ้างตามสัญญาจ้าง ตั้งแต่วันที่ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ จำนวนหนึ่งหมื่นบาทต่อทุกจำนวนหนึ่งล้านบาท
ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมแล้วไม่เกินหนึ่งแสนบาท เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ โดยให้ผู้มีเงินได้ได้รับสิทธิยกเว้นในปีภาษีที่ก่อสร้างอาคารเสร็จ ทั้งนี้
เฉพาะค่าจ้างก่อสร้างอาคารเพื่ออยู่อาศัยไม่เกินหนึ่งหลังตามสัญญาจ้างที่ได้กระทำขึ้นและเริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ และได้เสียอากรแสตมป์โดยวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งผู้มีเงินได้ได้รับใบกำกับภาษีตามมาตรา ๘๖/๔
แห่งประมวลรัษฎากร และให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๒ ผู้มีเงินได้ที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามกฎกระทรวงนี้ต้องไม่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล
ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๗ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ปฏิบัติราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์โดยส่งเสริมให้มีการก่อสร้างอาคารเพื่ออยู่อาศัย อันจะทำให้การบริโภคภายในประเทศและการจ้างแรงงานเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มอันเป็นการขยายฐานภาษี
และสนับสนุนการใช้ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์
สมควรกำหนดให้เงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าจ้างก่อสร้างอาคารเพื่ออยู่อาศัยขึ้นใหม่ให้แก่ผู้รับจ้างซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเฉพาะค่าจ้างก่อสร้างอาคารเพื่ออยู่อาศัยไม่เกินหนึ่งหลังตามสัญญาจ้างที่มีการเสียอากรแสตมป์โดยวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
จำนวนหนึ่งหมื่นบาทต่อทุกจำนวนหนึ่งล้านบาท ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมแล้วไม่เกินหนึ่งแสนบาท เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).