กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖๑ (พ.ศ. ๒๕๒๖) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากร
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๑๓ และมาตรา ๔ ทศ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๕) พ.ศ. ๒๕๒๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ดอกเบี้ยที่จะให้แก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากร ให้คิดดังต่อไปนี้ (๑) กรณีคืนเงินภาษีอากรที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย ให้เริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันถัดจากวันครบระยะเวลาสามเดือนนับแต่ (ก) วันสิ้นกำหนดระยะเวลายื่นแบบแสดงรายการตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามที่ได้รับการขยายหรือเลื่อนให้
ถ้าผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรต้องยื่นแบบแสดงรายการเกี่ยวกับเงินภาษีอากรที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย และได้ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากรไว้ภายในกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการนั้นแล้ว หรือ (ข) วันยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร ถ้าผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรไม่ต้องยื่นแบบแสดงรายการเกี่ยวกับเงินภาษีอากรที่ถูกหักไว้ ณ
ที่จ่าย หรือผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรต้องยื่นแบบแสดงรายการเกี่ยวกับเงินภาษีอากรที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย แต่ไม่ได้ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากรไว้ภายในกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการนั้น (๒) กรณีคืนเงินภาษีอากรที่ชำระตามแบบแสดงรายการไม่ว่าจะชำระพร้อมกับการยื่นหรือไม่
ให้เริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันถัดจากวันครบระยะเวลาสามเดือนนับแต่วันยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร (๓) กรณีคืนเงินภาษีอากรที่ชำระตามการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินหรือตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระสำหรับสินค้าที่นำเข้าในราชอาณาจักร
ให้เริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันชำระภาษีอากร (๔) กรณีคืนเงินภาษีอากรสำหรับกรณีที่มีการดำเนินการตามข้อบทว่าด้วยวิธีการดำเนินการเพื่อความตกลงร่วมกัน ไม่ว่าผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรจะได้รับคืนเงินภาษีอากรจากผลของการดำเนินการตามข้อบทว่าด้วยวิธีการดำเนินการเพื่อความตกลงร่วมกัน
หรือได้รับคืนเงินภาษีอากรในกรณีอื่นให้เริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันถัดจากวันครบระยะเวลาสามเดือน
นับแต่วันที่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรได้รับแจ้งผลของการดำเนินการตามข้อบทว่าด้วยวิธีการดำเนินการเพื่อความตกลงร่วมกันจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของรัฐบาลไทยหรือสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยตามสัญญาหรือข้อผูกพันว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อน หรือนับแต่วันยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร แล้วแต่วันใดจะเป็นวันหลัง
ข้อบทว่าด้วยวิธีการดำเนินการเพื่อความตกลงร่วมกันตามวรรคหนึ่ง ให้หมายถึงข้อบทว่าด้วยวิธีการดำเนินการเพื่อความตกลงร่วมกัน (Mutual Agreement Procedure) ของสัญญาหรือข้อผูกพันว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนที่รัฐบาลไทยได้ทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ
หรือที่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยได้ทำไว้กับสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าของต่างประเทศ การคิดดอกเบี้ยตามวรรคหนึ่ง ให้คิดจนถึงวันที่ลงในหนังสือแจ้งคำสั่งคืนเงินแต่สำหรับการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรมศุลกากรเรียกเก็บเพื่อกรมสรรพากร ให้คิดจนถึงวันที่อนุมัติให้คืน
ข้อ ๒ การคิดดอกเบี้ยตามข้อ ๑ จะคิดให้ต่อเมื่อได้มีการยื่นแบบแสดงรายการหรือคำร้องขอคืนเงินภาษีอากรภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือภายในเวลาที่ได้รับการขยายหรือเลื่อนให้ การยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร ผู้ยื่นคำร้องต้องนำเอกสารหรือหลักฐานต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้องไปแสดงต่อเจ้าพนักงานเพื่อพิสูจน์ว่าได้เสียภาษีอากรเกินไปด้วย ในกรณีที่เจ้าพนักงานเรียกเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบว่าได้ถูกหักหรือเสียภาษีอากรเกินกว่าที่ต้องเสีย
ผู้ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากรต้องนำเอกสารหรือหลักฐานไปแสดงต่อเจ้าพนักงานภายในกำหนดเวลาที่เจ้าพนักงานสั่งแต่ไม่น้อยกว่าสิบห้าวันนับแต่วันได้รับคำสั่งเป็นหนังสือ ในกรณีที่มีเหตุสมควร อธิบดีมีอำนาจขยายระยะเวลาดังกล่าวให้ได้
แต่ให้ระงับการคิดดอกเบี้ยให้ในระหว่างเวลาที่ขยายให้จนถึงวันที่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน ถ้าผู้ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากรไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานภายในเวลาที่กำหนดหรือภายในเวลาที่อธิบดีได้ขยายให้ ให้ระงับการคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันสุดท้ายของเวลาที่เจ้าพนักงานสั่งตามวรรคสาม
ข้อ ๓ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับสำหรับการคืนเงินภาษีอากรที่ได้ชำระหรือนำส่งในหรือหลังวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๒๕ เป็นต้นไป
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ สมหมาย ฮุนตระกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔ ทศ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๕) พ.ศ. ๒๕๒๕ บัญญัติให้การให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๙๑ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากร
ข้อ ๓ ความในวรรคหนึ่ง (๓) ของข้อ ๑ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖๑ (พ.ศ. ๒๕๒๖) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากร ที่ถูกยกเลิกโดยกฎกระทรวงนี้ ให้ยังคงใช้ต่อไปสำหรับเงินภาษีการค้าที่ชำระไว้เกิน ภาษีการค้าที่ชำระไว้โดยไม่มีหน้าที่ต้องเสีย ถูกหักภาษีการค้า ณ
ที่จ่ายไว้เกินกว่าที่ต้องเสีย หรือภาษีการค้าที่พึงได้รับคืนตาม ประมวลรัษฎากรก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ข้อ ๔ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับสำหรับเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้ชำระหรือนำส่งในหรือหลังวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘๔/๓ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญญัติให้การให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๔ ทศ แห่งประมวลรัษฎากร
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๘๓ (พ.ศ. ๒๕๖๕) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากร
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖๑ (พ.ศ. ๒๕๒๖) ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการให้ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรต้องยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากรภายในกำหนดระยะเวลายื่นแบบแสดงรายการ สำหรับกรณีผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรต้องยื่นแบบแสดงรายการเกี่ยวกับเงินภาษีอากรที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย
และกรณีการคืนเงินภาษีอากรให้แก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรซึ่งได้ดำเนินการตามข้อบทว่าด้วยวิธีการดำเนินการเพื่อความตกลงร่วมกันของสัญญาหรือข้อผูกพันว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากร จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).