我的書籤免費註冊

กฎกระทรวง ฉบับที่ 377 (พ.ศ. 2564) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานและทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ หมวด ๒ ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อ ๗–ข้อ ๑๖共 10 條

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ผู้ประกอบการหรือกรมสรรพากรจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ถอนหรือเพิกถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหมวดนี้แทนการดำเนินการตามส่วน ๙ โดยดำเนินการด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ เอกสารหลักฐานที่ใช้สำหรับทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ผู้ประกอบการยื่นคำขอภายในกำหนดเวลา ดังต่อไปนี้ (๑) สำหรับผู้ประกอบการที่มีมูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา ๘๑/๑ ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสามสิบวันนับแต่ (ก) วันที่มูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม สำหรับกรณีที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมไว้แล้ว หรือ (ข) วันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ สำหรับกรณีที่มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมขึ้นใหม่ หรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกากำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมน้อยกว่าที่กำหนดไว้ก่อน (๒) สำหรับผู้ประกอบการที่มีมูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการไม่เกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา ๘๑/๑ ที่ประสงค์จะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ก่อนวันที่มีมูลค่าของฐานภาษีเกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมนั้น

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่คำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่เคยเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ถูกอธิบดีสั่งเพิกถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้กรมสรรพากรประกาศรายชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียน และให้ถือว่าผู้ประกอบการนั้นได้แสดงใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๔ แล้ว ให้ผู้ประกอบการที่มีการประกาศรายชื่อตามวรรคหนึ่ง เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนนับแต่วันที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มดังต่อไปนี้ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนแจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้น ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น (๑) การเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสาระสำคัญ ได้แก่ ชื่อผู้ประกอบการ ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการประกอบกิจการ และที่อยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นที่ใช้ในการประกอบกิจการ (๒) การหยุดประกอบกิจการชั่วคราวเป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่าสามสิบวัน (๓) การย้ายสถานประกอบการ (๔) การเลิกประกอบกิจการ รวมถึงการโอนกิจการทั้งหมดให้แก่ผู้ประกอบการอื่น และการควบเข้ากันเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ (๕) รายการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ให้กรมสรรพากรประกาศการเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการจดทะเบียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เปลี่ยนแปลงรายการแล้ว

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่มีการโอนกิจการทั้งหมดให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่น ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นผู้โอนกิจการแจ้งการโอนและแจ้งการเลิกประกอบกิจการให้กรมสรรพากรทราบในคราวเดียวกัน ในกรณีที่ผู้รับโอนกิจการตามวรรคหนึ่งไม่ใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน ให้ผู้ประกอบการรายดังกล่าวดำเนินการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามข้อ ๘

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นนิติบุคคลใดประสงค์จะควบเข้ากัน ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นแจ้งการเลิกประกอบกิจการ และให้ผู้ประกอบการรายใหม่ซึ่งได้ควบเข้ากันยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ควบเข้ากัน

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาถึงแก่ความตาย ให้ผู้ที่รับผิดชอบในการดำเนินกิจการของผู้ตายแจ้งให้กรมสรรพากรทราบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยเร็วที่สุด และให้มีผลเป็นการแจ้งเลิกประกอบกิจการของผู้ประกอบการจดทะเบียน ให้ผู้ที่รับผิดชอบในการดำเนินกิจการของผู้ตายดำเนินการเกี่ยวกับกิจการเท่าที่จำเป็น จนกว่าอธิบดีจะสั่งขีดชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ถึงแก่ความตายนั้นออกจากทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และระยะเวลาที่อธิบดีประกาศกำหนด ในกรณีที่ผู้จัดการมรดกหรือทายาทของผู้ตายประสงค์ประกอบกิจการของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ถึงแก่ความตายต่อไป ให้บุคคลดังกล่าวยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎกระทรวงนี้

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้อธิบดีสั่งขีดชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนออกจากทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (๑) เมื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ (๒) เมื่ออธิบดีสั่งถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (๓) เมื่ออธิบดีสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ หรืออธิบดีสั่งถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้กรมสรรพากรแจ้งให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนทราบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนยังคงต้องรับผิดในฐานะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนต่อไป จนกว่าอธิบดีจะสั่งขีดชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นออกจากทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่ออธิบดีสั่งขีดชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนออกจากทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้กรมสรรพากรแจ้งการขีดชื่อให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนทราบและประกาศรายชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ถูกสั่งขีดชื่อดังกล่าวผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และให้ถือว่าผู้ประกอบการดังกล่าวได้คืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้ประกอบการที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔ และกรมสรรพากรประกาศรายชื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ให้ถือว่าเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๕๓) พ.ศ. ๒๕๖๔ ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรโดยผู้ใช้ซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน ซึ่งผู้ประกอบการในกรณีดังกล่าวมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๑๓ วรรคสองและวรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม สมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดทำ ส่ง รับ และเก็บรักษาเอกสารหลักฐานหรือหนังสืออื่นใดที่กรมสรรพากรและผู้ประกอบการดังกล่าวต้องใช้ติดต่อระหว่างกัน และการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการดังกล่าว ให้กระทำได้โดยใช้กระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).