พระราชบัญญัติ ป้องกันและระงับอัคคีภัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๙
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ เป็นปีที่ ๑๑ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและระงับอัคคีภัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติป้องกันและระงับอัคคีภัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๙”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๔๙๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๓ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ในเขตเทศบาลและเขตสุขาภิบาลทุกแห่ง และเมื่อเห็นสมควรจะให้ใช้ในเขตท้องที่อื่นใด เมื่อใด ให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา”
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๔๙๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๕ ในพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ “เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น” ในท้องถิ่นที่ได้ยกฐานะเป็นเทศบาลแล้ว หมายความว่า นายกเทศมนตรี
หรือเทศมนตรีซึ่งนายกเทศมนตรีได้มอบหมาย ในท้องถิ่นที่ได้ยกฐานะเป็นสุขาภิบาลแล้ว หมายความว่า ประธานกรรมการสุขาภิบาลหรือกรรมการสุขาภิบาลซึ่งประธานกรรมการสุขาภิบาลได้มอบหมาย ส่วนในท้องถิ่นที่ยังมิได้ยกฐานะเป็นเทศบาลหรือสุขาภิบาล หมายความว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด
หรือนายอำเภอซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบหมาย เว้นแต่ในท้องถิ่นซึ่งมีความจำเป็น รัฐมนตรีจะแต่งตั้งบุคคลที่เห็นสมควรให้เป็น “เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น” ตามความจำเป็นนั้นก็ได้ โดยให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา “เจ้าพนักงานดับเพลิง” หมายความว่า
บุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแต่งตั้งให้มีอำนาจหน้าที่ดับเพลิงตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้”
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๔๙๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๘ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจแต่งตั้งเทศมนตรี กรรมการสุขาภิบาล ปลัดเทศบาล ปลัดสุขาภิบาล พนักงานเทศบาลหรือพนักงานสุขาภิบาลตั้งแต่ชั้นตรีขึ้นไป ปลัดอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ
ข้าราชการพลเรือนตั้งแต่ชั้นตรีขึ้นไป หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่นายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป ให้เป็นนายตรวจ”
มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๔๙๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๑ ในการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ ให้นายตรวจแสดงเครื่องหมายประจำตัว และชี้แจงเหตุผลในการเข้าไปในอาคาร หรือการแนะนำการปฏิบัติตามความในมาตรา ๑๐”
มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๔๙๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๒๐ เพื่อประโยชน์ในการดับเพลิง ผู้อำนวยการดับเพลิงมีอำนาจที่จะสั่งให้เจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๖ กระทำการ ดังต่อไปนี้ (๑) กำหนดสถานที่ชั่วคราวสำหรับรักษาทรัพย์สินของผู้ประสบอัคคีภัย (๒)
จัดระเบียบการจราจรชั่วคราวในบริเวณที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ในการดับเพลิง (๓) ปิดกั้นมิให้ผู้ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าไปในบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ (๔) จัดการรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันเหตุโจรผู้ร้าย (๕)
เข้าไปในอาคารที่เป็นต้นเพลิงและในที่ดินที่อยู่ใกล้เคียงกับบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้เพื่อทำการดับเพลิง ถ้าต้องเข้าไปในอาคารอื่นที่อยู่ใกล้เคียงกับบริเวณเพลิงไหม้เพื่อทำการดับเพลิง ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารก่อน
เว้นแต่มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงซึ่งเป็นข้าราชการพลเรือนตั้งแต่ชั้นตรีหรือมียศตั้งแต่นายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไป พนักงานเทศบาลหรือพนักงานสุขาภิบาลตั้งแต่ชั้นตรีขึ้นไป ปลัดอำเภอหรือหัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ เป็นหัวหน้าควบคุมรับผิดชอบในการเข้าไปในอาคารนั้นอยู่ด้วย (๖) เข้าไปในอาคาร
หรือที่ดินที่อยู่ใกล้เคียงกับบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยหรือช่วยขนย้ายทรัพย์สินของผู้ที่จะประสบอัคคีภัย เมื่อเจ้าของ หรือผู้ครอบครองหรือผู้ประสบอัคคีภัยร้องขอ (๗) ใช้บ่อน้ำ สระน้ำ ท่อ ทางระบายน้ำ และที่เก็บน้ำอื่นใด ไม่ว่าจะเป็นของเอกชนหรือไม่
เพื่อให้ได้น้ำใช้ในการดับเพลิง”
มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๔๙๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๒๔ เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารที่จงใจทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยตนเองหรือให้ผู้อื่นกระทำ ซึ่งอาคารหรือทรัพย์สินที่ตนได้เอาประกันภัยไว้
ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายในการดับเพลิงเท่าที่จำเป็นให้แก่เทศบาล สุขาภิบาลหรือจังหวัด แล้วแต่กรณี”
มาตรา ๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๔๙๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๒๖ บรรดาค่าปรับตามพระราชบัญญัตินี้ ในท้องถิ่นที่ได้ยกฐานะเป็นเทศบาลหรือสุขาภิบาลแล้ว ให้เป็นรายได้ของเทศบาลหรือสุขาภิบาล แล้วแต่กรณี ในท้องถิ่นที่ยังมิได้ยกฐานะเป็นเทศบาลหรือสุขาภิบาล
ให้มอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอ ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อบำรุงกิจการดับเพลิงของท้องถิ่นนั้น”
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากสุขาภิบาลเป็นท้องถิ่นที่มีความเจริญแล้ว มีชุมนุมชนหนาแน่นทั้งเป็นนิติบุคคล สามารถบริหารราชการในส่วนท้องถิ่นของตนเองได้ จึงสมควรที่จะได้ดำเนินการในการป้องกันและระงับอัคคีภัยในเขตสุขาภิบาลเช่นเดียวกับเขตเทศบาล
จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๔๙๕ ให้ใช้บังคับได้ในเขตสุขาภิบาล
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).