我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิง พุทธศักราช 2483 (ยกเลิก)

ป0025-1B-0003法律・公布 1940-10-03・全 29 條

อารัมภบท

พระราชบัญญัติ ปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิง พุทธศักราช ๒๔๘๓ (ยกเลิก) ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐) อาทิตย์ทิพอาภา พล.อ. พิชเยนทรโยธิน ตราไว้ ณ วันที่ ๑๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๘๓ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรมีกฎหมายไว้สำหรับปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อจะได้มีน้ำมันเชื้อเพลิงใช้ตามความจำเป็นโดยทั่วกัน จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า“พระราชบัญญัติปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิง พุทธศักราช ๒๔๘๓”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดใด จะให้มีการปันส่วนจะได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้มีคณะกรรมการปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นคณะหนึ่ง เป็นคณะกรรมการกลาง ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน*เป็นประธาน ผู้แทนกรมเชื้อเพลิงเป็นกรรมการและเลขานุการ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกองทัพบก ผู้แทนกองทัพเรือ ผู้แทนกองทัพอากาศ องค์การละ ๑ นาย เป็นกรรมการ และกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่าสามนาย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน*จะได้ตั้งขึ้นและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๕

มาตรา ๕ คณะกรรมการกลางมีอำนาจหน้าที่ประกาศชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะให้มีการปันส่วน ทำการสอบสวนเพื่อทราบปริมาณของน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิด กำหนดเกณฑ์ปกติและอัตราปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิง ควบคุมการซื้อการขายรวมตลอดทั้งวางระเบียบการอนุญาตให้ซื้อและให้ขาย ให้เป็นไปตามความประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้ ระเบียบการนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้คณะกรมการจังหวัดภายในเขตจังหวัด คณะกรมการอำเภอภายในเขตอำเภอ เป็นคณะกรรมการปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนภูมิภาค มีหน้าที่ช่วยคณะกรรมการกลางดำเนินการให้เป็นไปตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๗

มาตรา ๗ นับแต่วันที่ได้ประกาศชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะให้มีการปันส่วน การซื้อและการขายน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดนั้นจะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ทั้งตามกฎและระเบียบการซึ่งออกเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ การซื้อ ให้หมายความรวมถึงการได้มาด้วยประการใด ๆ เว้นแต่การนำเข้ามาจากต่างประเทศ การขาย ให้หมายความรวมถึงการจำหน่ายไปด้วยประการใด ๆ

มาตรา ๘

มาตรา ๘ เพื่อให้การปันส่วนเป็นไปตามความจำเป็นให้แบ่งประเภทผู้บริโภคออกเป็นหน่วย เพื่อการกำหนดอัตราปันส่วน ดังต่อไปนี้ ก. หน่วยส่วนกลาง ๑. ราชการทหารและองค์การในความควบคุมของราชการทหาร ๒. ราชการพลเรือนและองค์การในความควบคุมของราชการพลเรือน ข. หน่วยส่วนภูมิภาค ๑. องค์การปกครองส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ๒. สาธารณูปโภคของเอกชน ๓. อุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมของเอกชน ๔. องค์การศึกษา พยาบาล นายแพทย์ สัตวแพทย์ ผู้จำหน่ายอาหาร และทำการผลิตอาหาร ๕. ประชาชน ในกรณีที่มีปัญหาว่า ผู้บริโภครายใดพึงเข้าอยู่ในหน่วยใด ให้คณะกรรมการกลางเป็นผู้วินิจฉัย

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ในการขออนุญาตซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้สำหรับหน่วยส่วนกลาง ให้กระทรวงเจ้าสังกัดแจ้งรายละเอียดเกี่ยวแก่การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงตามปกติไปยังคณะกรรมการกลางเพื่อพิจารณาอนุญาต

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ในการขออนุญาตซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้สำหรับหน่วยส่วนภูมิภาค ให้ผู้บริโภคซึ่งต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเกินกว่าปริมาณที่คณะกรรมการกลางยกเว้นจากการปันส่วนตามพระราชบัญญัตินี้ ยื่นคำขอโดยใช้แบบพิมพ์ของคณะกรรมการกลางต่อคณะกรมการอำเภอแห่งท้องที่ที่ผู้ยื่นคำขอมีถิ่นที่อยู่ ในกรณีที่จังหวัดเทศบาลนคร หรือเทศบาลเมืองขออนุญาตให้ยื่นต่อคณะกรมการจังหวัด

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ เมื่อคณะกรมการอำเภอหรือคณะกรมการจังหวัด แล้วแต่กรณี ได้รับความจำนงจะขอใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากผู้บริโภคในท้องที่อำเภอ หรือในจังหวัดดังกล่าวมาในมาตราก่อนนี้แล้ว ถ้าคณะกรมการอำเภอหรือคณะกรมการจังหวัดพิจารณาเห็นสมควรให้ออกใบอนุญาตตามระเบียบของคณะกรรมการกลางแสดงว่าผู้ขอมีสิทธิซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ใช้ได้ในเกณฑ์ปกติสำหรับระยะเวลาหนึ่งซึ่งกำหนดไว้เป็นปริมาณเท่าใด ในกรณีที่ปรากฏขึ้นภายหลังว่า ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งกำหนดไว้ในใบอนุญาตใด มีเหตุสมควรจะเพิ่มหรือลด ให้คณะกรมการอำเภอหรือคณะกรมการจังหวัด แล้วแต่กรณี มีอำนาจที่จะอนุญาตเพิ่มหรือลดปริมาณให้ใหม่ในใบอนุญาต

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ผู้ใดเห็นว่าปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่คณะกรมการอำเภออนุญาตให้ซื้อไม่พอแก่การใช้อันจำเป็นของตน หรือผู้ใดไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้นั้นจะอุทธรณ์ไปยังคณะกรมการจังหวัดก็ได้ ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่พอใจคำวินิจฉัยนั้น จะอุทธรณ์ไปยังคณะกรรมการกลางอีกก็ได้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกลางให้เป็นที่สุด ส่วนผู้บริโภคที่ให้ยื่นคำขอรับอนุญาตต่อคณะกรมการจังหวัดนั้น ถ้าจะอุทธรณ์ให้ยื่นต่อคณะกรรมการกลาง คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกลางให้เป็นที่สุด

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ในการซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงทุกคราวไป ผู้ซื้อจักต้องแสดงใบอนุญาตให้ซื้อและจะซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงได้ตามปริมาณในเกณฑ์ปกติและตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต เว้นแต่จะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงบางชนิดและภายในปริมาณ และเงื่อนไขอันคณะกรรมการกลางยกเว้นว่าผู้ซื้อไม่ต้องมีใบอนุญาต

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ เมื่อคณะกรรมการกลางกำหนดอัตราปันส่วนให้ใช้แก่น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดใดในระยะเวลาใด นับแต่วันที่คณะกรมการอำเภอประกาศอัตราปันส่วนนั้น ณ ที่ว่าการอำเภอ สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดนั้นภายในระยะเวลานั้น ผู้ได้รับอนุญาตซื้อจะพึงซื้อได้เพียงไม่เกินปริมาณของอัตราปันส่วนสำหรับหน่วยของตน อัตราปันส่วนของแต่ละหน่วยผู้บริโภคนั้น ให้กำหนดเป็นส่วนร้อยของเกณฑ์ปกติ

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ใบอนุญาตให้ซื้อเป็นใบอนุญาตเฉพาะตัว ใช้ได้เฉพาะเวลาและตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต จะโอนให้ผู้หนึ่งผู้ใดมิได้

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ในการขายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ให้มีการปันส่วน ผู้ขายจักต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกลาง หรือผู้ที่คณะกรรมการกลางมอบหมาย เว้นแต่จะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงบางชนิดและภายในปริมาณและเงื่อนไขอันคณะกรรมการกลางยกเว้นว่า ผู้ขายไม่ต้องมีใบอนุญาต บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่กรมเชื้อเพลิง

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ในการซื้อเพื่อขาย ให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ขาย ซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงได้เฉพาะจากสถานที่ที่ปรากฏในใบอนุญาต สำหรับผู้ที่ขายน้ำมันเชื้อเพลิงบางชนิด ซึ่งขายภายในปริมาณและเงื่อนไขอันคณะกรรมการกลางยกเว้นว่าการขายไม่ต้องมีใบอนุญาต ให้ปฏิบัติอย่างการซื้อเพื่อใช้ และให้จัดเข้าอยู่ในหน่วยประชาชน

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ขายน้ำมันเชื้อเพลิง ถ้าจะใช้น้ำมันเชื้อเพลิงนั้นเพื่อกิจการใด ๆ ซึ่งมิใช่เพื่อขายต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติที่เกี่ยวกับผู้บริโภค

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน* มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ของผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ขายน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อตรวจว่าได้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ตามกฎกระทรวงหรือระเบียบการซึ่งออกเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ได้ในเวลากลางวันระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก และต่อหน้าเจ้าของสถานที่หรือผู้แทน เจ้าของสถานที่หรือผู้แทนต้องให้ความสะดวกตามสมควร

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ผู้ใดฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงหรือระเบียบการซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ ถ้าเป็นผู้บริโภคให้คณะกรมการอำเภอหรือคณะกรมการจังหวัด แล้วแต่กรณี มีอำนาจยึดใบอนุญาตไว้ชั่วคราวแล้วพิจารณาว่าจะพึงถอนใบอนุญาตหรือไม่ ถ้าเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ขาย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยึดใบอนุญาตไว้ชั่วคราว แล้วรายงานไปยังคณะกรรมการกลางเพื่อพิจารณาว่าจะพึงถอนการอนุญาตหรือไม่ การยึดใบอนุญาตชั่วคราวนั้น ให้มีกำหนดไม่เกินสิบห้าวัน

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ผู้ใดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงโดยไม่มีใบอนุญาตเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๑๓ หรือซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงเกินกว่าปริมาณที่ตนมีสิทธิจะซื้อได้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินร้อยบาท

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ผู้ใดขายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๑๖ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ผู้ใดได้รับอนุญาตให้ขายน้ำมันเชื้อเพลิงทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๑๗ หรือ ๑๘ หรือขายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งไม่มีสิทธิซื้อหรือมีสิทธิซื้อ แต่ขายให้เกินกว่าปริมาณที่ผู้บริโภคนั้นมีสิทธิจะซื้อได้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ผู้ใดไม่ให้ความสะดวกตามสมควรแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการที่เข้าไปตรวจในสถานที่ของผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ขายน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา ๑๙ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินร้อยบาท

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ การมอบอำนาจหรือตั้งตัวแทนหรือการยื่นคำขอใด ๆ เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมหรือภาษีอากรซึ่งบัญญัติไว้ในกฎหมายอื่น

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน* และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ และออกกฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราชั้นสูงตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี *พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕

附則

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๗๕附則

มาตรา ๗๕ ในพระราชบัญญัติปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิง พุทธศักราช ๒๔๘๓ ให้แก้ไขคำว่า “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ” เป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน” หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้บัญญัติให้จัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่โดยมีภารกิจใหม่ ซึ่งได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม นั้นแล้ว และเนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติให้โอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ รัฐมนตรีผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่ โดยให้มีการแก้ไขบทบัญญัติต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ที่โอนไปด้วย ฉะนั้น เพื่ออนุวัติให้เป็นไปตามหลักการที่ปรากฏในพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงสมควรแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้สอดคล้องกับการโอนส่วนราชการ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีความชัดเจนในการใช้กฎหมายโดยไม่ต้องไปค้นหาในกฎหมายโอนอำนาจหน้าที่ว่าตามกฎหมายใดได้มีการโอนภารกิจของส่วนราชการหรือผู้รับผิดชอบตามกฎหมายนั้นไปเป็นของหน่วยงานใดหรือผู้ใดแล้ว โดยแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้มีการเปลี่ยนชื่อส่วนราชการ รัฐมนตรี ผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการให้ตรงกับการโอนอำนาจหน้าที่ และเพิ่มผู้แทนส่วนราชการในคณะกรรมการให้ตรงตามภารกิจที่มีการตัดโอนจากส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่รวมทั้งตัดส่วนราชการเดิมที่มีการยุบเลิกแล้ว ซึ่งเป็นการแก้ไขให้ตรงตามพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查