มาตรา ๘๒ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบของคณะกรรมการนโยบายตามมาตรา ๑๗ มีความผิดทางพินัยต้องชําระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินห้าหมื่นบาท และชําระค่าปรับเป็นพินัยอีกวันละไม่เกินหนึ่งพันบาท*จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง [*มาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕
บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดที่มีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดทางพินัย และให้ถือว่าอัตราโทษปรับทางปกครองเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๘๓ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบของคณะกรรมการนโยบายตามมาตรา ๑๘ มีความผิดทางพินัยต้องชําระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท และชําระค่าปรับเป็นพินัยอีกวันละไม่เกินสามพันบาท*จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง [*มาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕
บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดที่มีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดทางพินัย และให้ถือว่าอัตราโทษปรับทางปกครองเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๘๔ ผู้ใดไม่มาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือส่งเอกสารตามคำสั่งของคณะกรรมการนโยบายหรือคณะอนุกรรมการตามมาตรา ๒๒ โดยไม่มีเหตุอันสมควร มีความผิดทางพินัยต้องชําระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองหมื่นบาท* [*มาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕
บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดที่มีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดทางพินัย และให้ถือว่าอัตราโทษปรับทางปกครองเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๘๕ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนเกี่ยวกับการจัดการป่าชุมชนตามมาตรา ๔๔ (๒) มีความผิดทางพินัยต้องชําระค่าปรับเป็นพินัยวันละไม่เกินห้าพันบาท*จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง [*มาตรา๔๓ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.
๒๕๖๕บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดที่มีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดทางพินัย และให้ถือว่าอัตราโทษปรับทางปกครองเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๘๖ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย หรือเคลื่อนย้ายหลักเขต ป้าย หรือเครื่องหมายอื่นใดที่จัดให้มีขึ้นตามมาตรา ๔๙ มีความผิดทางพินัยต้องชําระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหกหมื่นบาท* [*มาตรา๔๓ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.
๒๕๖๕บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดที่มีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดทางพินัยและให้ถือว่าอัตราโทษปรับทางปกครองเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๘๗ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๐ มาตรา ๕๑ มาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ หรือมาตรา ๖๖ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มีความผิดทางพินัยต้องชําระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งแสนบาท* [*มาตรา๔๓ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.
๒๕๖๕บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดที่มีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดทางพินัยและให้ถือว่าอัตราโทษปรับทางปกครองเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๘๘ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖๖ วรรคสาม มีความผิดทางพินัยต้องชําระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสามแสนบาท* ในกรณีความผิดตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นการนำทรัพยากรชีวภาพไปใช้ศึกษาวิจัยเพื่อหาผลประโยชน์ทางการค้าด้วย ผู้กระทำมีความผิดทางพินัยต้องชําระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหกแสนบาท* [*มาตรา๔๓
แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดที่มีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดทางพินัยและให้ถือว่าอัตราโทษปรับทางปกครองเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๘๙ ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่กรรมการจัดการป่าชุมชน เจ้าหน้าที่ป่าชุมชน และพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๖๘ มีความผิดทางพินัยต้องชําระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองหมื่นบาท* [*มาตรา๔๓ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.
๒๕๖๕บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดที่มีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดทางพินัยและให้ถือว่าอัตราโทษปรับทางปกครองเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๙๐ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดตามมาตรา ๗๗ วรรคหนึ่ง มีความผิดทางพินัยต้องชําระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองแสนบาท* [*มาตรา๔๓ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.
๒๕๖๕บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดที่มีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดทางพินัยและให้ถือว่าอัตราโทษปรับทางปกครองเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๙๑ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งปรับเป็นพินัย*ตามอัตราหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนด ในการกำหนดอัตราค่าปรับเป็นพินัย*ตามวรรคหนึ่ง ต้องคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำ ความเสียหายที่เกิดจากการกระทำนั้น ตลอดจนความหนักเบาของโทษที่จะใช้กับผู้ถูกลงโทษ [*มาตรา๔๓
แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดที่มีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดทางพินัยและให้ถือว่าอัตราโทษปรับทางปกครองเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๙๒ การกระทำใดอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายหลายบททั้งที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น ให้ปรับเป็นพินัย*ตามพระราชบัญญัตินี้ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะ [*มาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕
บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดที่มีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดทางพินัย และให้ถือว่าอัตราโทษปรับทางปกครองเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๙๓ ในกรณีที่ผู้ถูกปรับเป็นพินัยไม่ชำระค่าปรับเป็นพินัย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาคดีอาญาเพื่อบังคับชำระค่าปรับเป็นพินัย ในการนี้ ถ้าศาลพิพากษาให้ชำระค่าปรับเป็นพินัย หากผู้นั้นไม่ชำระค่าปรับเป็นพินัยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา
ให้ยึดทรัพย์สินของผู้นั้นเพื่อชดใช้แทนค่าปรับเป็นพินัย แต่มิให้นำมาตรการกักขังแทนค่าปรับมาใช้แก่ผู้นั้น และในกรณีที่ผู้นั้นไม่มีทรัพย์สินให้ยึดหรือทรัพย์สินที่ยึดไม่เพียงพอแก่ค่าปรับเป็นพินัย* ให้ศาลกำหนดมาตรการให้ผู้นั้นบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะหรือมาตรการอื่นตามที่ศาลเห็นสมควร [*มาตรา๔๓
แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดที่มีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดทางพินัยและให้ถือว่าอัตราโทษปรับทางปกครองเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).