กฎกระทรวง การนำผ่านซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภท พ.ศ. ๒๕๖๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ และมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๕ วรรคสาม มาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิก (๑) กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตนำผ่านซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภท พ.ศ. ๒๕๖๓ (๒) ข้อ ๑ (๖) แห่งกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๖๐
ข้อ ๓ ผู้ขออนุญาตนำผ่านซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภทต้อง (๑) เป็นนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย ที่มีวัตถุประสงค์ในการนำเข้าหรือส่งออกยา ยารักษาโรค เภสัชภัณฑ์ หรือเภสัชเคมีภัณฑ์ (๒) ได้รับอนุมัติเป็นผู้ขอผ่านแดน ผู้ขนส่งผ่านแดน หรือผู้ขอถ่ายลำ ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
ข้อ ๔ ผู้ขออนุญาตตามข้อ ๓ ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อผู้อนุญาต โดยระบุเหตุผลและความจำเป็นในการขออนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) สำเนาใบอนุญาตส่งออกหรือหนังสือแสดงการอนุญาตให้ส่งออกของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศที่ส่งออก (๒) ชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคล (๓)
หนังสือมอบอำนาจที่ระบุเลขประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ กรณีมีการมอบอำนาจ (๔) ข้อมูลการได้รับอนุมัติตามข้อ ๓ (๒) (๕) คำยินยอมให้ผู้อนุญาตเข้าถึงข้อมูลตาม (๒) และ (๔) เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
ข้อ ๕ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาต ให้ผู้อนุญาตตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต ข้อมูล เอกสาร และหลักฐานว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ ถ้าถูกต้องและครบถ้วน ให้ออกหลักฐานการรับคำขอให้แก่ผู้ขออนุญาต และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนตามมาตรา ๒๐ ภายในระยะเวลาที่กำหนด
ในกรณีที่ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือครบถ้วน ให้แจ้งผู้ขออนุญาตทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หรือส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน แต่ในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องนั้นไว้
และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ผู้อนุญาตกำหนด ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือไม่ส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วน
หรือไม่ชำระค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนตามมาตรา ๒๐ ภายในระยะเวลาที่ผู้อนุญาตกำหนด ให้ถือว่าผู้ขออนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปและให้ผู้อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ การยื่นคำขอรับใบอนุญาตที่มิได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้อนุญาตและผู้ขออนุญาตลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย
ข้อ ๖ ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาต ข้อมูล เอกสาร และหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน และผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนตามมาตรา ๒๐ แล้ว ให้ผู้อนุญาตพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวครบแล้ว ในกรณีที่ผู้อนุญาตมีคำสั่งอนุญาต
ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่อนุญาต เมื่อผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตให้ผู้ขออนุญาต ในกรณีที่ผู้อนุญาตมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์
ข้อ ๗ ผู้รับอนุญาตซึ่งประสงค์จะแก้ไขเพิ่มเติมรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการดังกล่าวต่อผู้อนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขรายการในใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ไม่หมายความรวมถึงการเปลี่ยนผู้รับอนุญาต
การอนุญาตให้แก้ไขรายการในใบอนุญาตให้ดำเนินการโดยการออกใบอนุญาตให้ใหม่ ให้นำความในข้อ ๕ และข้อ ๖ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๘ ในกรณีที่ใบอนุญาตนำผ่านซึ่งวัตถุออกฤทธิ์สูญหาย ถูกทำลาย หรือเสียหายในสาระสำคัญ ให้ผู้รับอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตตามแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้แบบใบอนุญาตเดิมและระบุคำว่า “ใบแทน” หรือใช้ข้อความอื่นใดทำนองเดียวกันไว้ที่กึ่งกลางส่วนบนด้านหน้าของใบอนุญาต
ให้นำความในข้อ ๕ และข้อ ๖ มาใช้บังคับแก่การยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาต การพิจารณาคำขอใบแทนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๙ การยื่นคำขอ การแจ้ง หรือการติดต่อใด ๆ และการออกเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่มีเหตุไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ดำเนินการ ณ สำนักงาน อย. กระทรวงสาธารณสุขหรือสถานที่อื่นตามที่เลขาธิการ อย.
กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๐ คำขอและใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการ อย. กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่มีการออกใบอนุญาต ให้ออกเป็นใบอนุญาตนำผ่านซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ ประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ และให้มีคู่ฉบับใบอนุญาตและมีหมายเลขกำกับไว้ที่คู่ฉบับใบอนุญาตด้วย
ข้อ ๑๒ เมื่อออกใบอนุญาตและคู่ฉบับใบอนุญาตตามข้อ ๑๑ แล้ว ให้สำนักงาน อย. ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) มอบใบอนุญาตให้แก่ผู้รับอนุญาต (๒) มอบคู่ฉบับใบอนุญาตให้แก่ผู้รับอนุญาตจำนวนหนึ่งฉบับ (๓) มอบคู่ฉบับใบอนุญาตให้แก่ผู้รับอนุญาตจำนวนหนึ่งฉบับเพื่อนำไปยื่นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ
ด่านตรวจสอบวัตถุออกฤทธิ์ด่านแรกที่จะเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อใช้ในการตรวจสอบ (๔) มอบคู่ฉบับใบอนุญาตให้แก่ผู้รับอนุญาตจำนวนหนึ่งฉบับเพื่อนำไปยื่นให้พนักงานศุลกากรเพื่อใช้ในการตรวจสอบ ณ ที่ทำการศุลกากรด่านแรกที่จะเข้ามาในราชอาณาจักร
โดยต้องยื่นก่อนที่จะนำวัตถุออกฤทธิ์ที่ได้รับอนุญาตให้นำผ่านเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นเวลาไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง (๕) มอบคู่ฉบับใบอนุญาตให้แก่ผู้รับอนุญาตจำนวนหนึ่งฉบับเพื่อนำไปยื่นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ด่านตรวจสอบวัตถุออกฤทธิ์ด่านสุดท้ายที่จะออกนอกราชอาณาจักร เพื่อใช้ในการตรวจสอบ (๖)
มอบคู่ฉบับใบอนุญาตให้แก่ผู้รับอนุญาตจำนวนหนึ่งฉบับเพื่อนำไปยื่นให้พนักงานศุลกากรเพื่อใช้ในการตรวจสอบ ณ ที่ทำการศุลกากรด่านสุดท้ายที่จะออกนอกราชอาณาจักร โดยต้องยื่นก่อนที่จะนำวัตถุออกฤทธิ์ที่ได้รับอนุญาตให้นำผ่านออกไปนอกราชอาณาจักร (๗) เก็บคู่ฉบับใบอนุญาตไว้ที่สำนักงาน อย.
จำนวนหนึ่งฉบับเพื่อใช้ในการตรวจสอบ
ข้อ ๑๓ การนำผ่านซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภท ผู้รับอนุญาตต้อง (๑) นำใบอนุญาตส่งออกของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศที่ส่งออก ที่มาพร้อมกับวัตถุออกฤทธิ์นั้นมาให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ด่านตรวจสอบวัตถุออกฤทธิ์ เพื่อทำการตรวจสอบ (๒) นำผ่านวัตถุออกฤทธิ์ ตามประเภท ชนิด
จำนวนหรือปริมาณที่ระบุไว้ในใบอนุญาตนำผ่านและไม่เกินจำนวนหรือปริมาณที่ระบุไว้ในใบอนุญาตนำผ่าน (๓) จัดให้มีการป้องกันตามสมควรเพื่อมิให้วัตถุออกฤทธิ์ที่นำผ่านสูญหายหรือมีการนำไปใช้โดยมิชอบ (๔)
ห้ามเปลี่ยนแปลงการส่งวัตถุออกฤทธิ์ไปยังจุดหมายอื่นที่มิได้ระบุไว้ในใบอนุญาตส่งออกที่ส่งมาพร้อมกับวัตถุออกฤทธิ์ เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศผู้ออกใบอนุญาตนั้น และเลขาธิการ อย. ให้ความเห็นชอบแล้ว ในกรณีที่ไม่อาจส่งวัตถุออกฤทธิ์ไปยังจุดหมายที่กำหนดได้
ให้จัดการส่งวัตถุออกฤทธิ์นั้นกลับไปยังประเทศที่ส่งออกภายในสามสิบวันนับแต่วันที่วัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักร (๕) กรณีที่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงการส่งวัตถุออกฤทธิ์ไปยังจุดหมายอื่นตาม (๔) ให้ถือว่าวัตถุออกฤทธิ์นั้นได้ส่งออกจากประเทศที่ออกใบอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักร
ในกรณีเช่นนี้ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (ก) ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ อย. สลักหลังสำเนาใบอนุญาตของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศที่ส่งออกนั้น โดยแจ้งวัน เดือน ปี และปริมาณที่แท้จริงของวัตถุออกฤทธิ์ที่ส่งออก และส่งสำเนานั้นกลับไปให้เจ้าหน้าที่ของประเทศต้นทางผู้ออกใบอนุญาต
พร้อมทั้งจัดทำสำเนาเก็บรักษาไว้ที่สำนักงาน อย. หนึ่งฉบับ (ข) ในการส่งออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ไปยังจุดหมายใหม่ดังกล่าว เมื่อผู้รับอนุญาตนำใบอนุญาตนำเข้าของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศผู้รับใหม่มามอบให้สำนักงาน อย. แล้ว จึงจะได้รับการพิจารณาออกใบอนุญาตเฉพาะคราวเพื่อส่งออก (ค)
ให้ผู้รับอนุญาตแนบสำเนาใบอนุญาตเฉพาะคราวนั้นไปพร้อมกับวัตถุออกฤทธิ์ที่ส่งไปยังจุดหมายใหม่ด้วยหนึ่งฉบับ และให้สำนักงาน อย. จัดส่งสำเนาใบอนุญาตส่งออกเฉพาะคราวเพื่อส่งออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ไปยังเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศผู้รับใหม่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศผู้รับจัดส่งกลับมา
และให้เลขาธิการ อย. จัดให้มีการตรวจสอบสำเนาใบอนุญาตเฉพาะคราวที่ส่งกลับมานั้น (๖) กรณีที่เป็นการนำผ่านซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ ต้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้ควบคุมยานพาหนะที่ใช้บรรทุกทราบก่อนผ่านเข้ามาในราชอาณาจักร และต้องกำกับให้ผู้ควบคุมยานพาหนะจัดให้มีการป้องกันตามสมควร
เพื่อมิให้วัตถุออกฤทธิ์สูญหายหรือมีการนำเอาวัตถุออกฤทธิ์ที่อยู่ในยานพาหนะไปใช้โดยมิชอบ ในกรณีที่มีการขนถ่ายวัตถุออกฤทธิ์ออกจากยานพาหนะที่ใช้บรรทุกไปยังยานพาหนะอื่น ต้องดำเนินการให้ผู้ควบคุมยานพาหนะที่ใช้บรรทุกมาแจ้งให้พนักงานศุลกากร ณ ที่นั้นทราบก่อน
และให้พนักงานศุลกากรนั้นมีหน้าที่ควบคุมวัตถุออกฤทธิ์ในระหว่างขนถ่าย เมื่อขนถ่ายเสร็จ ให้ดำเนินการให้ผู้ควบคุมยานพาหนะที่รับขนถ่ายวัตถุออกฤทธิ์จัดให้มีการป้องกันตามสมควร เพื่อมิให้วัตถุออกฤทธิ์สูญหายหรือมีการนำวัตถุออกฤทธิ์ที่อยู่ในยานพาหนะนั้นไปใช้โดยมิชอบ การดำเนินการนำผ่านวัตถุออกฤทธิ์ตาม (๕)
ให้ผู้รับอนุญาตส่งวัตถุออกฤทธิ์ออกนอกราชอาณาจักรโดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่วัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักร หากไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้วัตถุออกฤทธิ์นั้นตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุข
และให้กระทรวงสาธารณสุขหรือผู้ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมอบหมายทำลายหรือนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามระเบียบที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
ข้อ ๑๔ ในระหว่างที่มีการนำผ่านหรือในระหว่างที่มีการขนถ่ายวัตถุออกฤทธิ์ ผู้รับอนุญาตมีหน้าที่ต้องควบคุมดูแลมิให้มีการแปรรูปหรือแปรสภาพวัตถุออกฤทธิ์ให้เป็นอย่างอื่น หรือเปลี่ยนหีบห่อที่บรรจุวัตถุออกฤทธิ์ เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเลขาธิการ อย.
ข้อ ๑๕ ให้ผู้รับอนุญาตส่งรายงานการดำเนินการที่ได้รับอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ต่อเลขาธิการ อย. ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้นำผ่านซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักรแล้ว รายงานตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการ อย. กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๖ ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตนำผ่านวัตถุออกฤทธิ์ ฉบับละ ๕๐๐ บาท
ข้อ ๑๗ บรรดาคำขอตามข้อ ๑ แห่งกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตนำผ่านซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภท พ.ศ. ๒๕๖๓ ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของผู้อนุญาต ให้ถือว่าเป็นคำขอรับใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้และให้ดำเนินการต่อไปตามกฎกระทรวงนี้ ในกรณีที่คำขอตามวรรคหนึ่ง
มีข้อความแตกต่างไปจากคำขอตามกฎกระทรวงนี้ หรือมีข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานยังไม่ครบถ้วนตามกฎกระทรวงนี้ ให้ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอหรือส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๘ มาตรา ๓๕ วรรคสาม มาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด กำหนดให้การนำผ่านซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภท รวมทั้งอัตราค่าธรรมเนียมการนำผ่าน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).