กฎกระทรวง การอนุญาตนำยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ซึ่งต้องใช้รักษาโรคเฉพาะตัว ติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๖๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ และมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๙ วรรคหนึ่งและวรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิก (๑) ข้อ ๒ (๔) ข้อ ๔ (๔) ข้อ ๕ และข้อ ๑๒ แห่งกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ พ.ศ. ๒๕๖๓ (๒) ข้อ ๓ (๒) แห่งกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับผู้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๔๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับผู้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒
ข้อ ๓ ผู้ป่วยซึ่งเดินทางระหว่างประเทศและต้องใช้ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ หรือประเภท ๓ เพื่อรักษาโรคเฉพาะตัว ที่ประสงค์จะขออนุญาตนำยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ หรือประเภท ๓ ติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรในปริมาณที่จำเป็นสำหรับการใช้รักษาไม่เกินเก้าสิบวัน
ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อผู้อนุญาตไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันที่นำยาเสพติดให้โทษดังกล่าวติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรในแต่ละครั้ง พร้อมด้วยใบสั่งยาหรือหนังสือรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมซึ่งเป็นผู้ให้การรักษา โดยระบุชื่อและที่อยู่ของผู้ป่วย
การวินิจฉัยโรคหรืออาการของผู้ป่วย ชื่อและรูปแบบของยา ขนาดยาที่ใช้ จำนวนหรือปริมาณยาที่ผู้ประกอบวิชาชีพสั่ง ชื่อและที่อยู่ของผู้ประกอบวิชาชีพ และข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในแบบคำขอ การนำยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ หรือประเภท ๓
ส่วนที่เหลือจากที่ได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่งติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรสำหรับการเดินทางในครั้งนั้น ไม่ต้องขออนุญาตตามวรรคหนึ่งอีก
ข้อ ๔ ผู้ป่วยซึ่งเดินทางระหว่างประเทศและต้องใช้วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ เพื่อรักษาโรคเฉพาะตัว ที่ประสงค์จะขออนุญาตนำวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรในปริมาณที่จำเป็นสำหรับการใช้รักษาที่เกินสามสิบวันแต่ไม่เกินเก้าสิบวัน
ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อผู้อนุญาตไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันที่นำวัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรในแต่ละครั้ง พร้อมด้วยใบสั่งยาหรือหนังสือรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมซึ่งเป็นผู้ให้การรักษา โดยระบุชื่อและที่อยู่ของผู้ป่วย
การวินิจฉัยโรคหรืออาการของผู้ป่วย ชื่อและรูปแบบของยา ขนาดยาที่ใช้ จำนวนหรือปริมาณยาที่ผู้ประกอบวิชาชีพสั่ง ชื่อและที่อยู่ของผู้ประกอบวิชาชีพ และข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในแบบคำขอ การนำวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔
ส่วนที่เหลือจากที่ได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่งติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรสำหรับการเดินทางในครั้งนั้น ไม่ต้องขออนุญาตตามวรรคหนึ่งอีก
ข้อ ๕ บุคคลดังต่อไปนี้อาจยื่นคำขอรับใบอนุญาตแทนผู้ป่วยตามข้อ ๓ หรือข้อ ๔ (๑) บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ในกรณีที่ผู้ป่วยนั้นมีอายุไม่เกินสิบแปดปี (๒) บิดา มารดา ผู้รับบุตรบุญธรรม คู่สมรส บุตร บุตรบุญธรรม พี่น้อง ผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์
ในกรณีที่ผู้ประกอบวิชาชีพซึ่งเป็นผู้ให้การรักษารับรองเป็นหนังสือว่าผู้ป่วยนั้น เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่รู้สึกตัว หรือไม่สามารถสื่อสารหรือแสดงเจตนาได้
ข้อ ๖ เจ้าของสัตว์ซึ่งนำสัตว์ป่วยเดินทางระหว่างประเทศและต้องใช้วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ เพื่อรักษาโรคเฉพาะตัวของสัตว์นั้น ที่ประสงค์จะขออนุญาตนำวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔
ติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรในปริมาณที่จำเป็นสำหรับการใช้รักษาที่เกินสามสิบวันแต่ไม่เกินเก้าสิบวัน ให้เจ้าของสัตว์ซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบแปดปีขึ้นไปยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อผู้อนุญาตไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันที่นำวัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรในแต่ละครั้ง
พร้อมด้วยใบสั่งยาหรือหนังสือรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่งซึ่งเป็นผู้ให้การรักษา โดยระบุชื่อและที่อยู่ของเจ้าของสัตว์ การวินิจฉัยโรคหรืออาการของสัตว์ป่วย ชื่อและรูปแบบของยา ขนาดยาที่ใช้ จำนวนหรือปริมาณยาที่ผู้ประกอบวิชาชีพสั่ง ชื่อและที่อยู่ของผู้ประกอบวิชาชีพ และข้อมูล เอกสาร
หรือหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในแบบคำขอ การนำวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ส่วนที่เหลือจากที่ได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่งติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรสำหรับการเดินทางในครั้งนั้น ไม่ต้องขออนุญาตตามวรรคหนึ่งอีก
ข้อ ๗ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตตามข้อ ๓ ข้อ ๔ หรือข้อ ๖ แล้วแต่กรณี ให้ผู้อนุญาตตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ ถ้าถูกต้องและครบถ้วน ให้ออกหลักฐานการรับคำขอให้แก่ผู้ขออนุญาต แต่หากไม่ถูกต้องหรือยังขาดข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใด
ให้แจ้งผู้ขออนุญาตทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องนั้นไว้
และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาตหรือจัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ผู้อนุญาตกำหนด ในกรณีที่การยื่นคำขอรับใบอนุญาตมิได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้อนุญาตและผู้ขออนุญาตลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย
ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาตหรือไม่ส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ผู้อนุญาตกำหนด ให้ถือว่าผู้ขออนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และให้ผู้อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
ข้อ ๘ ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ให้ผู้อนุญาตพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาต และให้ผู้อนุญาตมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พิจารณาเสร็จ ในกรณีที่ผู้อนุญาตมีคำสั่งไม่อนุญาต
ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์
ข้อ ๙ การยื่นคำขอ การแจ้ง หรือการติดต่อใด ๆ และการออกเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่มีเหตุไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการ ณ สำนักงาน อย. กระทรวงสาธารณสุข
หรือสถานที่อื่นตามที่เลขาธิการ อย. กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๐ คำขอและใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการ อย. กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่มีการออกใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ ให้ออกเป็นใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ หรือประเภท ๓ หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ และให้สำนักงาน อย. ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) ส่งใบอนุญาตให้แก่ผู้รับอนุญาตเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน (๒)
ให้ข้อมูลใบอนุญาตแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจสอบยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ หรือพนักงานศุลกากรประจำด่านศุลกากร ที่นำเข้าหรือส่งออกเพื่อใช้ในการตรวจสอบการนำยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อใช้รักษาโรคเฉพาะตัวตามใบอนุญาตของผู้รับอนุญาต
รวมถึงการนำยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ส่วนที่เหลือจากที่ได้รับอนุญาตนั้นออกไปนอกราชอาณาจักรหรือกลับเข้ามาในราชอาณาจักร แล้วแต่กรณี (๓) เก็บข้อมูลใบอนุญาตไว้ที่สำนักงาน อย. เพื่อใช้ในการตรวจสอบ
ข้อ ๑๒ ผู้รับอนุญาตตามข้อ ๘ ให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ หรือประเภท ๓ หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๓ ใบอนุญาตให้นำเข้าหรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ ที่ออกตามข้อ ๑๒ แห่งกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ พ.ศ. ๒๕๖๓ ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตนั้น
ข้อ ๑๔ บรรดาคำขอตามข้อ ๒ (๔) แห่งกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ พ.ศ. ๒๕๖๓ ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของผู้อนุญาต ให้ถือว่าเป็นคำขอรับใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้และให้ดำเนินการต่อไปตามกฎกระทรวงนี้
ในกรณีที่คำขอตามวรรคหนึ่งมีข้อความแตกต่างไปจากคำขอตามกฎกระทรวงนี้ ให้ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอและส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ได้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๙ วรรคหนึ่งและวรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด
บัญญัติให้การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตนำยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ของผู้ป่วยซึ่งเดินทางระหว่างประเทศและต้องใช้ยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์รักษาโรคเฉพาะตัวติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร โดยมีใบสั่งยาหรือหนังสือรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพซึ่งเป็นผู้ให้การรักษา
หรือกรณีของสัตว์ป่วยซึ่งเดินทางระหว่างประเทศพร้อมเจ้าของสัตว์และต้องใช้วัตถุออกฤทธิ์รักษาโรคเฉพาะตัวติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร โดยมีใบสั่งยาหรือหนังสือรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่งซึ่งเป็นผู้ให้การรักษา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
และมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง บัญญัติให้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราตามบัญชีท้ายประมวลกฎหมายนี้หรือยกเว้นค่าธรรมเนียมในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).