ข้อ ๕ การอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ให้ทำได้เฉพาะตามวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ (๑) เพื่อประโยชน์ของทางราชการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความร่วมมือระหว่างประเทศในกรณีจำเป็นเร่งด่วน (๒) เพื่อการศึกษาวิจัย
หรือเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ (๓) เพื่อใช้เป็นสารมาตรฐานในการตรวจวิเคราะห์ในปริมาณเล็กน้อย
ข้อ ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาอนุญาตนำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ตามข้อ ๕ (๑) ได้ เมื่อผู้ขออนุญาตเป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นนิติบุคคลหรือสภากาชาดไทย
ข้อ ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยการเสนอแนะของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดพิจารณาอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ตามข้อ ๕ (๒) ได้ เมื่อผู้ขออนุญาตเป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นนิติบุคคลหรือสภากาชาดไทย
ข้อ ๘ ให้ผู้อนุญาตพิจารณาอนุญาตนำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ตามข้อ ๕ (๓) ได้ เมื่อผู้ขออนุญาตเป็น (๑) หน่วยงานของรัฐที่เป็นนิติบุคคล (๒) สภากาชาดไทย (๓) สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (๔)
ผู้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมายยาเสพติดหรือผู้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยยา ผู้ขออนุญาตตาม (๓) หรือ (๔) ต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย
ข้อ ๙ ผู้ขออนุญาตผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน แล้วแต่กรณี ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีผู้ขออนุญาตเป็นหน่วยงานของรัฐหรือสภากาชาดไทยต้องยื่นข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (ก) เอกสารหรือหลักฐานแสดงการเป็นนิติบุคคล
และหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย กรณีผู้ขออนุญาตเป็นหน่วยงานของรัฐ (ข) หนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้ดำเนินการในใบอนุญาตที่ติดอากรแสตมป์แล้ว พร้อมทั้งระบุเลขประจำตัวประชาชนของผู้แทนนิติบุคคลที่มอบอำนาจและของผู้รับมอบอำนาจซึ่งยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวของบุคคลนั้น (ค)
ถ้าเป็นการยื่นคำขออนุญาตเพื่อการศึกษาวิจัยตามข้อ ๕ (๒) ให้ยื่นโครงการศึกษาวิจัย ซึ่งระบุชื่อ จำนวนหรือปริมาณ และรายละเอียดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ รวมทั้งกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครอง ภายใต้โครงการศึกษาวิจัยดังกล่าวด้วย (๒)
กรณีผู้ขออนุญาตเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ผู้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมายยาเสพติด หรือผู้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยยา ต้องยื่นข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (ก) ชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคล (ข)
หนังสือแสดงว่าผู้ยื่นขออนุญาตเป็นผู้แทนของนิติบุคคลหรือผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคล โดยระบุเลขประจำตัวประชาชนของบุคคลดังกล่าวซึ่งยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวของบุคคลนั้น และในกรณีที่มอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้ดำเนินการในใบอนุญาตที่ติดอากรแสตมป์แล้ว
พร้อมทั้งระบุเลขประจำตัวประชาชนของผู้แทนนิติบุคคลที่มอบอำนาจและของผู้รับมอบอำนาจซึ่งยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวของบุคคลนั้น (ค) ชื่อ จำนวนหรือปริมาณ และรายละเอียดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ที่ขออนุญาต (ง) ใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
กรณีเป็นผู้ขออนุญาตตามข้อ ๘ (๓) (จ) ชื่อผู้รับอนุญาตและเลขที่ใบอนุญาตตามประมวลกฎหมายยาเสพติดหรือกฎหมายว่าด้วยยา กรณีเป็นผู้ขออนุญาตตามข้อ ๘ (๔) (ฉ) เอกสารหรือหลักฐานซึ่งแสดงเหตุผลและความจำเป็นในการขออนุญาต ในกรณีที่เป็นการขออนุญาตนำเข้า ผู้ขออนุญาตตาม (๑) หรือ (๒)
ต้องยื่นหลักฐานซึ่งระบุชื่อและที่ตั้งของสถานที่ทำการของผู้ผลิตหรือผู้ส่งออก และวิธีการในการนำยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ นั้น เข้ามาในราชอาณาจักร เว้นแต่เป็นการขออนุญาตนำเข้าตามข้อ ๕ (๑)
ข้อ ๑๐ ผู้รับอนุญาตผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ซึ่งประสงค์จะขออนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ตามข้อ ๕ (๒) ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) เลขที่ใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ (๒)
ชื่อและจำนวนหรือปริมาณยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ที่จะจำหน่าย (๓) รายละเอียดของผู้รับมอบยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตหรืออยู่ระหว่างขออนุญาตเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ (๔) เอกสารหรือหลักฐานซึ่งแสดงเหตุผลและความจำเป็นในการขออนุญาต
ข้อ ๑๑ ผู้รับอนุญาตผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ซึ่งประสงค์จะขออนุญาตส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) เลขที่ใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ (๒)
ใบอนุญาตนำเข้าหรือหนังสือรับรองซึ่งออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศปลายทางผู้รับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ นั้น ซึ่งระบุชื่อ จำนวนหรือปริมาณ และรายละเอียดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ รวมทั้งชื่อและที่ตั้งของสถานที่ทำการของผู้นำเข้ายาเสพติดให้โทษดังกล่าว เว้นแต่เป็นการขออนุญาตส่งออกตามข้อ ๕ (๑)
ต้องมีหนังสือจากหน่วยงานของรัฐของประเทศปลายทางที่แสดงความจำนงขอให้ส่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไปยังประเทศนั้น (๓) วิธีการในการส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ (๔) เอกสารหรือหลักฐานซึ่งแสดงเหตุผลและความจำเป็นในการขออนุญาต
ข้อ ๑๒ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาต ให้ผู้อนุญาตตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ถูกต้องหรือขาดข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใด ให้แจ้งผู้ขออนุญาตทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น
ให้แจ้งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องนั้นไว้ และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งข้อมูล เอกสาร
หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ผู้อนุญาตกำหนด ในกรณีที่การยื่นคำขอรับใบอนุญาตมิได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้อนุญาตและผู้ขออนุญาตลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว
ให้ผู้อนุญาตออกหลักฐานการรับคำขอให้แก่ผู้ขออนุญาต และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนตามมาตรา ๒๐ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือไม่ส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วน
หรือไม่ชำระค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนตามมาตรา ๒๐ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ขออนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และให้ผู้อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
ข้อ ๑๓ เมื่อผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนตามมาตรา ๒๐ แล้ว ให้ผู้มีอำนาจอนุญาตพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีคำขอตามข้อ ๕ (๑) หรือ (๒) ให้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับชำระค่าธรรมเนียม
ในกรณีที่มีเหตุผลหรือความจำเป็นที่ไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้มีหนังสือแจ้งเหตุผลหรือความจำเป็นให้ผู้ขออนุญาตทราบก่อนครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว พร้อมทั้งกำหนดเวลาตามสมควรที่จะพิจารณาการอนุญาตดังกล่าวให้แล้วเสร็จ (๒) กรณีคำขอตามข้อ ๕ (๓)
ให้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับชำระค่าธรรมเนียม
ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจอนุญาตมีคำสั่งอนุญาต ให้แจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งอนุญาต และเมื่อผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้มีอำนาจอนุญาตออกใบอนุญาตให้ผู้ขออนุญาต ในกรณีที่ผู้มีอำนาจอนุญาตมีคำสั่งไม่อนุญาต
ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่อนุญาต ถ้าเป็นกรณีไม่อนุญาตตามข้อ ๕ (๑) หรือ (๒) ให้แจ้งวิธีการและระยะเวลายื่นฟ้องต่อศาลปกครอง แต่ถ้าเป็นกรณีไม่อนุญาตตามข้อ ๕ (๓) ให้แจ้งเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ด้วย
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).