กฎกระทรวง ศักยภาพทางเทคนิคของผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี พ.ศ. ๒๕๖๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ และมาตรา ๘ (๘) และมาตรา ๒๙ (๑) (ข) แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “ผู้ขอรับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีตามมาตรา ๑๙ (๑)
ข้อ ๒ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสีที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องมีโครงสร้างที่มีความมั่นคงแข็งแรง
โดยผนังห้องทุกด้านรวมพื้นและเพดานต้องสามารถป้องกันระดับรังสีให้อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดและสามารถรองรับน้ำหนักเครื่องมือที่บรรจุวัสดุกัมมันตรังสีและส่วนประกอบทั้งหมด (๒) ต้องไม่มีวัตถุอันตรายอื่นและอาหารเก็บรวมอยู่ และมีมาตรการหรือระบบป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุหรืออุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น
ไฟไหม้ น้ำท่วม แผ่นดินไหว (๓) ต้องได้รับการประเมินและออกแบบตามมาตรฐานความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยทางรังสีของการใช้ประโยชน์วัสดุกัมมันตรังสีนั้น และเป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙๑ (๔) ต้องมีการประเมินความปลอดภัยทางรังสี
โดยบริเวณที่ปฏิบัติงานทางรังสีต้องมีปริมาณรังสีที่ผู้ปฏิบัติงานได้รับไม่เกิน ๔๐๐ ไมโครซีเวิร์ตต่อสัปดาห์ และบริเวณที่มีผลกระทบถึงประชาชนทั่วไปต้องมีปริมาณรังสีที่ประชาชนทั่วไปได้รับไม่เกิน ๒๐ ไมโครซีเวิร์ตต่อสัปดาห์
ข้อ ๓ ห้ามมิให้ตั้งสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการวัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๑ ประเภทโรงงานฉายรังสีทางอุตสาหกรรมภายในระยะห้าร้อยเมตรจากเขตพระราชฐาน เว้นแต่ในกรณีมีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ เลขาธิการอาจประกาศกำหนดเปลี่ยนแปลงได้
ข้อ ๔ ในกรณีที่สถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการวัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๑ ประเภทโรงงานฉายรังสีทางอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ใกล้เขตบ้านจัดสรรหรือที่ดินจัดสรรเพื่อการพักอาศัย ตึกแถวหรือบ้านแถวเพื่อการพักอาศัย หรืออาคารชุดพักอาศัย ศูนย์การค้า โรงเรียนหรือสถานศึกษา วัดหรือศาสนสถาน สถานพยาบาล โบราณสถาน
สถานที่ทำการงานของหน่วยงานของรัฐหรือเขตอนุรักษ์และเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีความมั่นคงปลอดภัยทางรังสีและมาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสีตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙๑
ข้อ ๕ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ ดังต่อไปนี้ (๑) เครื่องสำรวจรังสีหรือเครื่องเฝ้าระวังปริมาณรังสีที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจากวัสดุกัมมันตรังสีและลักษณะการใช้ประโยชน์ที่สอดคล้องกับแผนป้องกันอันตรายทางรังสี
และต้องได้รับการสอบเทียบมาตรฐานของเครื่องสำรวจรังสีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง รวมทั้งตรวจสอบสภาพของเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ตามวิธีการและระยะเวลาที่กำหนดตามคู่มือการใช้งาน (๒)
อุปกรณ์วัดปริมาณรังสีประจำตัวบุคคลที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจากวัสดุกัมมันตรังสีและลักษณะการใช้ประโยชน์ที่สอดคล้องกับแผนป้องกันอันตรายทางรังสี และต้องประเมินการได้รับรังสีสำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสีทุกคนเป็นประจำอย่างน้อยทุกสามเดือน
หากเป็นผู้ปฏิบัติงานทางรังสีสำหรับอุปกรณ์ถ่ายภาพด้วยรังสีแกมมาทางอุตสาหกรรมหรือวัสดุกัมมันตรังสีชนิดไม่ปิดผนึกสำหรับงานเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง ให้ประเมินการได้รับรังสีสำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสีเป็นประจำทุกเดือน (๓)
มาตรวัดรังสีแบบพกพาที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจากวัสดุกัมมันตรังสีและลักษณะการใช้ประโยชน์ที่สอดคล้องกับแผนป้องกันอันตรายทางรังสี สำหรับวัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๑ เฉพาะโรงงานฉายรังสีทางอุตสาหกรรม วัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๒ เฉพาะอุปกรณ์ถ่ายภาพด้วยรังสีแกมมาทางอุตสาหกรรม
และวัสดุกัมมันตรังสีชนิดไม่ปิดผนึกสำหรับงานเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็งอย่างน้อยหนึ่งเครื่องและต้องได้รับการสอบเทียบมาตรฐานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และในกรณีที่เห็นสมควร
เลขาธิการอาจประกาศกำหนดให้มีการใช้มาตรวัดรังสีแบบอื่นใดสำหรับวัสดุกัมมันตรังสีเพื่อให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงได้ (๔) เครื่องมืออื่น ๆ ตามความจำเป็นและสอดคล้องกับแผนการป้องกันอันตรายทางรังสี
ข้อ ๖ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีในระดับและประเภท ดังต่อไปนี้ (๑) การขอรับใบอนุญาตผลิต ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับสูง ประเภทวัสดุกัมมันตรังสีหรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี (๒)
การขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๑ ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับสูง ประเภทวัสดุกัมมันตรังสีหรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี (๓) การขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๒ ประเภทที่ ๓ และประเภทที่ ๔
ชนิดไม่ปิดผนึก ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับสูงหรือระดับกลาง ประเภทวัสดุกัมมันตรังสีหรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี (๔) การขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๔ ชนิดปิดผนึก ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับต้น
ประเภทวัสดุกัมมันตรังสีหรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี
ข้อ ๗ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีแผนป้องกันอันตรายจากรังสี สำหรับการปฏิบัติงาน โดยต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) สายการบังคับบัญชาด้านความปลอดภัยทางรังสี ซึ่งระบุบุคคลที่เกี่ยวข้องและหน้าที่ความรับผิดชอบ อย่างครบถ้วนและชัดเจน (๒) การจัดแบ่งพื้นที่ในการปฏิบัติงาน
และมีมาตรการควบคุมการเข้า ออกพื้นที่ อย่างชัดเจน (๓) กฎระเบียบ มาตรการความปลอดภัยทางรังสี แผนงาน และขั้นตอนวิธีปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับรังสีน้อยที่สุด (๔) แผนการตรวจวัดรังสี ทั้งที่บริเวณปฏิบัติงานทางรังสีและบริเวณสาธารณะ โดยกำหนดระยะเวลาที่จะดำเนินการอย่างชัดเจน (๕)
แผนการปฏิบัติหรือขั้นตอนการปฏิบัติงานในการระงับและบรรเทาเหตุฉุกเฉินทางรังสี และรายละเอียดเครื่องมือและอุปกรณ์ที่เพียงพอในการตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางรังสี เมื่อมีกรณีฉุกเฉินทางรังสี รวมถึงแผนการฝึกซ้อม (๖) แผนการดำเนินงานเมื่อเลิกใช้วัสดุกัมมันตรังสีหรือวิธีการจัดการกากกัมมันตรังสี
ตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๗๘ และมาตรา ๗๙ (๗) ระบบควบคุมและการจัดทำทะเบียนวัสดุกัมมันตรังสี และระบุระยะเวลาการตรวจสอบทะเบียนที่เหมาะสม (๘) การสอบเทียบเครื่องมือที่ใช้ในแผนป้องกันอันตรายจากรังสีที่เป็นไปตามข้อ ๕
ข้อ ๘ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีแผนการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามประเภทของวัสดุกัมมันตรังสีตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙๑
ข้อ ๙ ในกรณีที่มีการขนส่งวัสดุกัมมันตรังสี ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องมีวิธีการขนส่งวัสดุกัมมันตรังสีที่ปลอดภัย รวมทั้งวิธีปฏิบัติกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินระหว่างการขนส่งวัสดุกัมมันตรังสีที่เป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙๑ และมาตรา ๙๙
ข้อ ๑๐ ให้นำความในข้อ ๒ (๑) ข้อ ๘ และข้อ ๙ มาใช้บังคับแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกวัสดุกัมมันตรังสีด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๑๑ ให้นำความในข้อ ๒ (๑) และข้อ ๙ มาใช้บังคับแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตนำผ่านวัสดุกัมมันตรังสีด้วยโดยอนุโลม
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘ (๘) และมาตรา ๒๙ (๑) (ข) แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
โดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดศักยภาพทางเทคนิคของผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี เพื่อให้ผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสีต้องมีศักยภาพทางเทคนิคเพียงพอในการดูแลความปลอดภัยของวัสดุกัมมันตรังสีที่ขออนุญาต จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).