ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตตามข้อ ๑ (๑) (๒) หรือ (๓) ตาย สิ้นสภาพนิติบุคคล ตกเป็นบุคคลล้มละลาย หรือถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ ให้บุคคลตามกรณีดังต่อไปนี้ ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตต่อเจ้าหน้าที่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่เกิดเหตุดังกล่าว (๑) ทายาท กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตตาย (๒) ผู้ชำระบัญชี
กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตสิ้นสภาพนิติบุคคล (๓) เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตตกเป็นบุคคลล้มละลาย (๔) ผู้อนุบาล กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ การยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นพร้อมเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับโอนใบอนุญาต
และยื่นเอกสารหรือหลักฐานการมีคุณสมบัติ ไม่มีลักษณะต้องห้าม และมีศักยภาพตามข้อ ๕ ในกรณีที่ประสงค์จะประกอบกิจการตามใบอนุญาตต่อไปด้วย ในกรณีที่ไม่มีการยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตตามระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าใบอนุญาตสิ้นอายุ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร เลขาธิการอาจขยายระยะเวลาดังกล่าวได้ตามความจำเป็น
ข้อ ๑๓ เมื่อได้มีการยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตตามข้อ ๑๒ พร้อมเอกสารและหลักฐานครบถ้วนถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนดในข้อ ๑๒ แล้ว ให้เสนอเลขาธิการเพื่อพิจารณา โดยในกรณีที่เลขาธิการมีคำสั่งอนุญาต ให้สำนักงานแจ้งคำสั่งให้ผู้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตทราบ
และให้จัดทำใบอนุญาตใหม่และจัดส่งให้ผู้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง ทั้งนี้ ให้นำความในข้อ ๖ และข้อ ๑๐ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม ในกรณีที่เลขาธิการมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้สำนักงานแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตทราบ พร้อมระบุเหตุผลของการไม่อนุญาต
รวมทั้งแจ้งสิทธิและระยะเวลาอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการให้ผู้ยื่นคำขอทราบด้วย
ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ทายาท ผู้ชำระบัญชี หรือผู้อนุบาล ระบุในคำขอรับโอนตามข้อ ๑๒ ว่าไม่ประสงค์จะประกอบกิจการต่อไป หรือเลขาธิการพิจารณาคำขอรับโอนใบอนุญาตแล้วเห็นว่าทายาท ผู้ชำระบัญชี หรือผู้อนุบาลที่ประสงค์จะประกอบกิจการต่อไป เป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้าม หรือไม่มีศักยภาพตามข้อ ๕
เลขาธิการอาจแจ้งให้ทายาท ผู้ชำระบัญชี หรือผู้อนุบาลดำเนินการจัดหาผู้รับโอนและดำเนินการขอโอนใบอนุญาตตามหมวด ๑ ได้ การแจ้งการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้เลขาธิการกำหนดเงื่อนไขและระยะเวลาดำเนินการตามความจำเป็น ทั้งนี้ ในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวให้ถือเสมือนว่าทายาท ผู้ชำระบัญชี
หรือผู้อนุบาลนั้นเป็นผู้รับใบอนุญาต
ข้อ ๑๕ ในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับโอนใบอนุญาตตามข้อ ๑๓ หรือได้รับแจ้งจากเลขาธิการว่าใบอนุญาตสิ้นอายุลงตามข้อ ๑๒ วรรคสาม แล้ว ให้ดำเนินการเรียกประชุมเจ้าหนี้ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี หรือวัสดุนิวเคลียร์ที่ได้รับโอน
เมื่อที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาแล้วมีมติให้รวบรวมและขายทอดตลาดซึ่งวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี หรือวัสดุนิวเคลียร์ เพื่อประโยชน์แก่กองทรัพย์สินของผู้รับใบอนุญาตที่ล้มละลาย หรือมีมติว่าไม่สามารถดำเนินการขายทอดตลาดได้
ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นั้นแจ้งมติดังกล่าวต่อสำนักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีมติ
ข้อ ๑๖ ให้เลขาธิการแจ้งให้ทายาท ผู้ชำระบัญชี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือผู้อนุบาล แล้วแต่กรณี ดำเนินการจัดการกากกัมมันตรังสีตามกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดการกากกัมมันตรังสี ในกรณี ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีทายาท ผู้ชำระบัญชี หรือผู้อนุบาล ระบุในคำขอรับโอนตามข้อ ๑๒ ว่าไม่ประสงค์จะประกอบกิจการต่อไป (๒)
กรณีทายาท ผู้ชำระบัญชี หรือผู้อนุบาล ที่ประสงค์จะประกอบกิจการต่อไป เป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้าม หรือไม่มีศักยภาพตามข้อ ๕ (๓) กรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือมิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข หรือพ้นกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามที่เลขาธิการกำหนดตามข้อ ๑๔ (๔)
กรณีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งมติที่ประชุมเจ้าหนี้ว่าไม่สามารถดำเนินการขายทอดตลาดได้ (๕) กรณีที่เลขาธิการมีคำสั่งไม่อนุญาตตามข้อ ๑๓ วรรคสอง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้จ่ายจากหลักประกันของผู้รับใบอนุญาตที่ได้วางไว้ตามกฎกระทรวงการวางหลักประกันและการดำเนินการเกี่ยวกับหลักประกัน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๓ วรรคสอง มาตรา ๔๓ วรรคสอง มาตรา ๕๐ วรรคสอง และมาตรา ๘๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการขอโอนใบอนุญาตและการโอนใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี วัสดุนิวเคลียร์ สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ และสถานที่ให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).