กฎกระทรวง การดำเนินการเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสีที่ตกค้างอยู่ในหลุมสำรวจปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๖๒
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๘ (๑๕) และมาตรา ๘๓ แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “ผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้รับใบอนุญาตผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีตามมาตรา ๑๙ “ผู้ได้รับสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม” หมายความว่า ผู้ได้รับสัมปทานปิโตรเลียมสัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือสัญญาจ้างบริการตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม “หลุมสำรวจปิโตรเลียม” หมายความว่า
หลุมที่มีการดำเนินการตามมาตรฐานในการค้นหาปิโตรเลียมโดยใช้วิธีการทางธรณีวิทยา ธรณีฟิสิกส์ และอื่น ๆ และให้หมายความรวมถึงหลุมที่มีการเจาะเพื่อทดสอบชั้นหินเพื่อให้ทราบว่ามีปิโตรเลียมอยู่หรือไม่เพียงใด
เพื่อกำหนดวงเขตแหล่งสะสมปิโตรเลียมหรือเพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างอื่นอันเป็นสาระสำคัญที่จำเป็นแก่การผลิตปิโตรเลียม และหลุมที่มีการดำเนินการใด ๆ เพื่อนำปิโตรเลียมขึ้นจากแหล่งสะสม ทั้งนี้ ไม่ว่าหลุมดังกล่าวจะอยู่บนบกหรือในทะเล “การสละวัสดุกัมมันตรังสี” หมายความว่า
การสละวัสดุกัมมันตรังสีที่ตกค้างอยู่ในหลุมสำรวจปิโตรเลียมอย่างถาวร ด้วยเหตุที่ไม่สามารถนำวัสดุกัมมันตรังสีนั้นขึ้นมาจากหลุมสำรวจปิโตรเลียมได้หรือการพยายามกู้ต่อไปอาจทำให้วัสดุกัมมันตรังสีเกิดการรั่วไหล “การปิดหลุมสำรวจปิโตรเลียม” หมายความว่า
การสละหลุมสำรวจปิโตรเลียมที่มีอุปกรณ์พร้อมวัสดุกัมมันตรังสีตกค้างอยู่อย่างถาวรตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม
ข้อ ๒ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตใช้วัสดุกัมมันตรังสีเพื่อประโยชน์ในการสำรวจปิโตรเลียมและวัสดุกัมมันตรังสีนั้นตกค้างอยู่ในหลุมสำรวจปิโตรเลียม ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการตามขั้นตอนและวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) แจ้งข้อมูลการตกค้างของวัสดุกัมมันตรังสีให้เลขาธิการทราบทางโทรศัพท์หรือวิธีอื่นใดที่เหมาะสมโดยทันที
(๒) นำวัสดุกัมมันตรังสีนั้นขึ้นมาจากหลุมสำรวจปิโตรเลียมโดยเร็ว ทั้งนี้ โดยอาจดำเนินการร่วมกับผู้ได้รับสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมก็ได้ (๓) ดำเนินการเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการนำวัสดุกัมมันตรังสีขึ้นมาจากหลุมสำรวจปิโตรเลียม อย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้ (ก)
ตรวจสอบการรั่วไหลหรือการปนเปื้อนของวัสดุกัมมันตรังสี โดยใช้เครื่องสำรวจรังสีตรวจสอบเศษดิน หิน โคลน หรือของเหลวที่นำขึ้นมาจากหลุมสำรวจปิโตรเลียม (ข) แก้ไขหรือขจัดการปนเปื้อนที่เกิดขึ้นกับบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือเครื่องมือและอุปกรณ์จากการรั่วไหลของวัสดุกัมมันตรังสี (๔)
ตรวจสอบสภาพความสมบูรณ์ของวัสดุกัมมันตรังสีที่นำขึ้นมาได้ ค่าอัตราปริมาณรังสีและตรวจสอบการรั่วไหลหรือการปนเปื้อนของวัสดุกัมมันตรังสีนั้นทั้งภายในและภายนอกแคปซูล
ข้อ ๓ เมื่อมีการนำวัสดุกัมมันตรังสีขึ้นมาจากหลุมสำรวจปิโตรเลียมเสร็จสิ้นแล้วให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งต่อเลขาธิการตามแบบที่เลขาธิการประกาศกำหนดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ดำเนินการเสร็จสิ้น
ข้อ ๔ ในกรณีที่ไม่สามารถนำวัสดุกัมมันตรังสีขึ้นมาจากหลุมสำรวจปิโตรเลียมได้ เป็นเหตุให้ต้องทำการสละวัสดุกัมมันตรังสีและทำการปิดหลุมสำรวจปิโตรเลียม ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) แจ้งสาเหตุและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการที่ไม่สามารถนำวัสดุกัมมันตรังสีขึ้นมาจากหลุมสำรวจปิโตรเลียม
และความจำเป็นในการสละวัสดุกัมมันตรังสี ให้เลขาธิการทราบทางโทรศัพท์หรือวิธีอื่นใดที่เหมาะสมโดยทันที (๒) ตรวจสอบการรั่วไหลหรือการปนเปื้อนของวัสดุกัมมันตรังสี โดยใช้เครื่องสำรวจรังสีตรวจสอบเศษดิน หิน โคลน หรือของเหลวที่นำขึ้นมาจากหลุมสำรวจปิโตรเลียม (๓) แก้ไขหรือขจัดการปนเปื้อนที่เกิดขึ้นกับบุคคล
สิ่งแวดล้อม หรือเครื่องมือและอุปกรณ์จากการรั่วไหลของวัสดุกัมมันตรังสี (๔) การสละวัสดุกัมมันตรังสีและการปิดหลุมสำรวจปิโตรเลียม โดยดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (ก) กระทำด้วยวิธีการใด ๆ ให้วัสดุกัมมันตรังสีที่ตกค้างอยู่ในหลุมสำรวจปิโตรเลียมยึดติดอยู่กับที่และอัดปิดทับหลุมด้วยซีเมนต์ชนิดผสมสีที่ได้มาตรฐาน (ข)
ติดตั้งอุปกรณ์หรือดำเนินการใด ๆ เพื่อป้องกันมิให้มีการกระทบกระเทือนหลุมสำรวจปิโตรเลียมที่มีวัสดุกัมมันตรังสีตกค้างอยู่จากการเจาะหลุมอื่น (๕) แสดงตำแหน่งหรือพิกัดของหลุมสำรวจปิโตรเลียมที่วัสดุกัมมันตรังสีนั้นตกค้างอยู่ ทั้งนี้
โดยระบุรายละเอียดของตำแหน่งหรือพิกัดของหลุมสำรวจปิโตรเลียมดังกล่าวในแบบรายงานตามข้อ ๖ ให้ชัดเจน
ข้อ ๕ ในกรณีจำเป็นต้องดำเนินการปิดหลุมสำรวจปิโตรเลียมไปก่อนเพื่อป้องกันการสูญเสียหรือความเสียหายตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการตามข้อ ๔ (๒) (๓) และ (๔) ไปพลางก่อนได้ ทั้งนี้
ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งต่อเลขาธิการทางโทรศัพท์หรือวิธีอื่นใดที่เหมาะสมภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่การดำเนินการดังกล่าวเสร็จสิ้น
ข้อ ๖ เมื่อการสละวัสดุกัมมันตรังสีและการปิดหลุมสำรวจปิโตรเลียมเสร็จสิ้นแล้วให้ผู้รับใบอนุญาตรายงานต่อเลขาธิการตามแบบรายงานที่เลขาธิการประกาศกำหนดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ดำเนินการเสร็จสิ้น
และให้ส่งสำเนารายงานดังกล่าวไปยังหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลการดำเนินการเกี่ยวกับหลุมสำรวจปิโตรเลียมภายในระยะเวลาดังกล่าวด้วย
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รักษาราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘ (๑๕) แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙
บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งการนำวัสดุกัมมันตรังสีขึ้นมาจากหลุมสำรวจปิโตรเลียม
และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินการเมื่อไม่สามารถนำวัสดุกัมมันตรังสีขึ้นมาจากหลุมสำรวจปิโตรเลียม และมาตรา ๘๓ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติให้ผู้รับใบอนุญาตผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีที่ใช้วัสดุกัมมันตรังสีเพื่อประโยชน์ในการสำรวจปิโตรเลียม
และวัสดุกัมมันตรังสีนั้นตกค้างอยู่ในหลุมสำรวจปิโตรเลียม ต้องดำเนินการเพื่อนำวัสดุกัมมันตรังสีนั้นขึ้นมาจากหลุมสำรวจปิโตรเลียม และแจ้งให้เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติทราบ
รวมทั้งในกรณีที่ไม่สามารถนำวัสดุกัมมันตรังสีขึ้นจากหลุมสำรวจปิโตรเลียมได้ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).