กฎกระทรวง การพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ พ.ศ. ๒๕๖๔
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง มาตรา ๘ (๑๘) มาตรา ๙๑ และมาตรา ๙๑/๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรมโดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “การพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์” หมายความว่า การตรวจสอบและป้องกันการผันแปรวัสดุนิวเคลียร์ในกิจกรรมทางสันติไปใช้ในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์หรืออุปกรณ์ระเบิดนิวเคลียร์อื่น “ผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้รับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๖ (๑) “ผู้แจ้ง”
หมายความว่า ผู้แจ้งการครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๘ “กิโลกรัมยังผล” หมายความว่า หน่วยวัดที่บอกปริมาณของวัสดุนิวเคลียร์เพื่อประโยชน์ในการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ “ระบบบัญชีวัสดุนิวเคลียร์” หมายความว่า
กระบวนการจัดทำบัญชีวัสดุนิวเคลียร์ซึ่งผู้รับใบอนุญาตหรือผู้แจ้งจัดให้มีขึ้นเพื่อให้ทราบจำนวนหรือปริมาณของวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการ “ตรวจวัด” หมายความว่า นับ วัด หรือดำเนินการใด ๆ
ที่จำเป็นสำหรับการหาปริมาณของวัสดุนิวเคลียร์ภายในจุดตรวจวัดหลักหรือบริเวณจัดทำงบดุลวัสดุนิวเคลียร์เพื่อบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ “จุดตรวจวัดหลัก” หมายความว่า ตำแหน่งที่สามารถตรวจวัดปริมาณหรือการเปลี่ยนแปลงของวัสดุนิวเคลียร์ “บริเวณจัดทำงบดุลวัสดุนิวเคลียร์” หมายความว่า
บริเวณภายในสถานประกอบการซึ่งใช้ในการตรวจวัดปริมาณของวัสดุนิวเคลียร์ที่เคลื่อนย้ายเข้ามาในหรือออกจากบริเวณดังกล่าว “ทบวงการ” หมายความว่า ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ
ข้อ ๒ สถานประกอบการตามกฎกระทรวงนี้ ได้แก่ (๑) สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (๒) สถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการที่มีปริมาณของวัสดุนิวเคลียร์เกินหนึ่งกิโลกรัมยังผล (๓) สถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการที่มีปริมาณของวัสดุนิวเคลียร์ไม่เกินหนึ่งกิโลกรัมยังผล
ข้อ ๓ การหาค่ากิโลกรัมยังผลเพื่อบอกปริมาณของวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการตามข้อ ๒ (๒) หรือ (๓) ให้ใช้หลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) พลูโทเนียม ให้น้ำหนักในหน่วยกิโลกรัมเท่ากับปริมาณในหน่วยกิโลกรัมยังผล (๒) ยูเรเนียมที่มีค่าเสริมสมรรถนะตั้งแต่ ๐.๐๑ ขึ้นไป
ให้คำนวณจากน้ำหนักในหน่วยกิโลกรัมคูณด้วยค่ายกกำลังสองของค่าเสริมสมรรถนะ (๓) ยูเรเนียมที่มีค่าเสริมสมรรถนะมากกว่า ๐.๐๐๕ แต่น้อยกว่า ๐.๐๑ ให้คำนวณจากน้ำหนักในหน่วยกิโลกรัม คูณด้วย ๐.๐๐๐๑ (๔) ยูเรเนียมด้อยสมรรถนะที่มีค่าเสริมสมรรถนะตั้งแต่ ๐.๐๐๕ ลงมา ให้คำนวณจากน้ำหนักในหน่วยกิโลกรัม คูณด้วย ๐.๐๐๐๐๕
(๕) ทอเรียม ให้คำนวณจากน้ำหนักในหน่วยกิโลกรัม คูณด้วย ๐.๐๐๐๐๕ ในกรณีที่สถานประกอบการตามวรรคหนึ่งมีวัสดุนิวเคลียร์มากกว่าหนึ่งประเภท ให้นำผลลัพธ์ที่ได้จากการหาค่ากิโลกรัมยังผลของวัสดุนิวเคลียร์แต่ละประเภทมารวมกัน
ข้อ ๔ ให้ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้แจ้งจัดให้มีการทำรายงานข้อมูลเกี่ยวกับสถานประกอบการและวัสดุนิวเคลียร์ที่จะนำมาไว้ในสถานประกอบการ และจัดส่งให้สำนักงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันที่นำวัสดุนิวเคลียร์เข้ามาไว้ในสถานประกอบการเป็นครั้งแรก ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้นกับสถานประกอบการ
และมีผลกระทบต่อข้อมูลที่ได้ให้ไว้แก่สำนักงานตามรายงานในวรรคหนึ่ง ให้ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้แจ้งจัดให้มีการทำรายงานที่ได้ปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน และจัดส่งให้สำนักงานภายในวันที่ ๓๑ มกราคมของปีถัดจากปีที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานประกอบการนั้น
ข้อ ๕ ให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งมีวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการตามข้อ ๒ (๑) หรือ (๒) จัดให้มีระบบบัญชีวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการอย่างน้อยในเรื่อง ดังต่อไปนี้ (๑) การบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ (๒)
การจัดทำรายงานหรือการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ให้แก่สำนักงานตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ (๓) การเก็บรักษาข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ (๔) ระบบสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันที่เริ่มมีวัสดุนิวเคลียร์เก็บไว้ในสถานประกอบการ
เว้นแต่ในกรณีที่มีการจัดเก็บวัสดุนิวเคลียร์น้อยกว่าห้าปี ระบบจะต้องตรวจสอบย้อนหลังภายในระยะเวลาดังกล่าวได้ ให้ผู้รับใบอนุญาตจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์เพื่อรับผิดชอบระบบบัญชีวัสดุนิวเคลียร์ตามวรรคหนึ่ง
ข้อ ๖ ให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งมีวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการตามข้อ ๒ (๑) หรือ (๒) และสำนักงานร่วมกันกำหนดจุดตรวจวัดหลักในสถานประกอบการเพื่อบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ในแต่ละบริเวณจัดทำงบดุลวัสดุนิวเคลียร์
ข้อ ๗ ให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งมีวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการตามข้อ ๒ (๑) หรือ (๒) จัดให้มีข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์เก็บไว้ในสถานประกอบการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) บันทึกรายการวัสดุนิวเคลียร์ซึ่งประกอบด้วย (ก) ประเภท ปริมาณ รูปพรรณ และส่วนประกอบของวัสดุนิวเคลียร์ (ข) รุ่นการผลิต หมายเลขการผลิต
หรือข้อมูลอื่นใดที่แสดงการผลิตวัสดุนิวเคลียร์ (ค) ข้อมูลแหล่งที่มาของวัสดุนิวเคลียร์ (ง) วันที่วัสดุนิวเคลียร์เปลี่ยนแปลง (จ) รหัสบริเวณจัดทำงบดุลวัสดุนิวเคลียร์ (๒) ผลการตรวจวัดวัสดุนิวเคลียร์ในแต่ละบริเวณจัดทำงบดุลวัสดุนิวเคลียร์
พร้อมทั้งสาเหตุในกรณีที่ผลการตรวจวัดวัสดุนิวเคลียร์ไม่ตรงกับผลการตรวจวัดวัสดุนิวเคลียร์ที่เคยบันทึกไว้ครั้งล่าสุด (๓) เอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขหรือปรับปรุงข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ให้เป็นปัจจุบัน ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตมีวัสดุนิวเคลียร์หลายประเภทในสถานประกอบการ
ให้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ของพลูโทเนียม ยูเรเนียม หรือทอเรียมแยกจากกัน
ข้อ ๘ ให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งมีวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการตามข้อ ๒ (๑) หรือ (๒) จัดให้มีข้อมูลการปฏิบัติงานเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์เก็บไว้ในสถานประกอบการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเภท ปริมาณ รูปพรรณ และส่วนประกอบของวัสดุนิวเคลียร์ (๒)
ข้อมูลการวิเคราะห์เปรียบเทียบการสุ่มตัวอย่างวัสดุนิวเคลียร์ตามกระบวนการควบคุมคุณภาพการวัดและการประมาณค่าความไม่แน่นอนของเครื่องมือตรวจวัดวัสดุนิวเคลียร์ (๓) คำอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนในการเตรียมการเพื่อตรวจวัดวัสดุนิวเคลียร์ (๔)
คำอธิบายเกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อหาสาเหตุในกรณีที่ปริมาณของวัสดุนิวเคลียร์ลดลงหรือสูญเสียไปโดยไม่คาดคิดและไม่อาจตรวจวัดได้
ข้อ ๙ ให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งมีวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการตามข้อ ๒ (๑) หรือ (๒) จัดให้มีการตรวจวัดและบันทึกผลการตรวจวัดวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าวัสดุนิวเคลียร์ลดลงหรือสูญเสียไป เนื่องจากการระเหย การกระจายตัว หรือเหตุผิดปกติอื่นใด
ให้ผู้รับใบอนุญาตจัดให้มีการตรวจวัดวัสดุนิวเคลียร์ทันทีและบันทึกผลการตรวจวัดไว้ด้วย ในกรณีที่ผลการตรวจวัดวัสดุนิวเคลียร์ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ไม่ตรงกับข้อมูลซึ่งเคยบันทึกไว้ครั้งล่าสุด ให้ผู้รับใบอนุญาตจัดให้มีการตรวจสอบสาเหตุที่ผลการตรวจวัดไม่ตรงกันและบันทึกรายละเอียดการแก้ไขไว้ด้วย
รวมทั้งจัดเก็บผลการตรวจวัดวัสดุนิวเคลียร์ไว้ในสถานประกอบการเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่และผู้แทนทบวงการสามารถตรวจสอบได้
ข้อ ๑๐ ให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งมีวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการตามข้อ ๒ (๑) หรือ (๒) จัดให้มีการทำรายงานเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการในกรณี ดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่มีการตรวจวัดวัสดุนิวเคลียร์ตามข้อ ๙ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้จัดทำรายงานแสดงรายการวัสดุนิวเคลียร์และรายงานงบดุลวัสดุนิวเคลียร์
และจัดส่งสำนักงานภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่เริ่มตรวจวัดวัสดุนิวเคลียร์ หากผลการตรวจวัดปรากฏว่าปริมาณของวัสดุนิวเคลียร์เปลี่ยนแปลงไป ให้จัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลงรายการวัสดุนิวเคลียร์และจัดส่งมาพร้อมกันด้วย ทั้งนี้
ในกรณีที่เป็นการตรวจวัดวัสดุนิวเคลียร์ที่มีการรับเข้าสู่บริเวณจัดทำงบดุลวัสดุนิวเคลียร์ของสถานประกอบการเป็นครั้งแรก ผู้รับใบอนุญาตไม่ต้องจัดทำรายงานงบดุลวัสดุนิวเคลียร์ (๒) ในกรณีที่มีการเคลื่อนย้ายวัสดุนิวเคลียร์ออกจากบริเวณจัดทำงบดุลวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการ
ให้จัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลงรายการวัสดุนิวเคลียร์ และจัดส่งรายงานให้สำนักงานในวันถัดจากวันที่เคลื่อนย้ายวัสดุนิวเคลียร์เสร็จสิ้น (๓) ในกรณีที่มีการรับวัสดุนิวเคลียร์เข้าสู่บริเวณจัดทำงบดุลวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการ ให้จัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลงรายการวัสดุนิวเคลียร์
และจัดส่งรายงานให้สำนักงานภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่รับวัสดุนิวเคลียร์เข้าสู่สถานประกอบการ
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตมีความประสงค์จะดำเนินการเพื่อให้วัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการตามข้อ ๒ (๑) หรือ (๒) เจือจางหรือหมดไป ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งให้สำนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อนวันเริ่มดำเนินการ ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่การใช้งานวัสดุนิวเคลียร์ในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตมีความประสงค์จะเคลื่อนย้ายวัสดุนิวเคลียร์ออกจากสถานประกอบการตามข้อ ๒ (๑) หรือ (๒) ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งให้สำนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันเริ่มเคลื่อนย้ายวัสดุนิวเคลียร์
ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตซึ่งมีวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการตามข้อ ๒ (๑) หรือ (๒) จะเปิดหีบห่อที่บรรจุวัสดุนิวเคลียร์ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรในปริมาณตั้งแต่หนึ่งกิโลกรัมยังผลขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นวัสดุนิวเคลียร์ประเภทเดียวหรือหลายประเภทรวมกัน ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้
ให้สำนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันที่จะเปิดหีบห่อที่บรรจุวัสดุนิวเคลียร์ (๑) ประเภท ปริมาณ รูปพรรณ และส่วนประกอบของวัสดุนิวเคลียร์ (๒) ชื่อประเทศต้นทางที่นำเข้ามาซึ่งวัสดุนิวเคลียร์ (๓) วันที่นำวัสดุนิวเคลียร์มาถึงสถานประกอบการ (๔)
วันที่และสถานประกอบการที่จะเปิดหีบห่อที่บรรจุวัสดุนิวเคลียร์
ข้อ ๑๔ ในการเปิดหีบห่อที่บรรจุวัสดุนิวเคลียร์ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรตามข้อ ๑๓ ให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งมีวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการตามข้อ ๒ (๑) หรือ (๒) ตรวจสอบวัสดุนิวเคลียร์ หากวัสดุนิวเคลียร์ไม่ตรงกับข้อมูลการแจ้งตามข้อ ๑๓ ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งให้สำนักงานทราบทันที
แล้วจัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลงรายการวัสดุนิวเคลียร์ส่งให้สำนักงานภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีการเปิดหีบห่อที่บรรจุวัสดุนิวเคลียร์
ข้อ ๑๕ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตซึ่งมีวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการตามข้อ ๒ (๑) หรือ (๒) จะบรรจุวัสดุนิวเคลียร์ลงในหีบห่อเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักรตั้งแต่หนึ่งกิโลกรัมยังผลขึ้นไปไม่ว่าจะเป็นวัสดุนิวเคลียร์ประเภทเดียวหรือหลายประเภทรวมกัน ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งข้อมูลอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
ให้สำนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันที่จะบรรจุหีบห่อ (๑) ประเภท ปริมาณ รูปพรรณ และส่วนประกอบของวัสดุนิวเคลียร์ (๒) ชื่อประเทศและสถานที่ปลายทางที่จะส่งวัสดุนิวเคลียร์ (๓) วันที่และสถานประกอบการที่จะปิดหีบห่อที่บรรจุวัสดุนิวเคลียร์ (๔) วันที่จะขนส่งวัสดุนิวเคลียร์ออกจากสถานประกอบการ (๕)
วันที่คาดว่าวัสดุนิวเคลียร์จะถึงผู้รับปลายทาง
ข้อ ๑๖ ผู้รับใบอนุญาตซึ่งมีวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการตามข้อ ๒ (๑) หรือ (๒) ต้องจัดให้มีการดูแลรักษาอุปกรณ์หรือเครื่องมือเพื่อการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ที่สำนักงานหรือทบวงการติดตั้งไว้กับวัสดุนิวเคลียร์ ภาชนะที่บรรจุวัสดุนิวเคลียร์ หรือสิ่งของอื่นใดในสถานประกอบการให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์
หากตรวจพบความเสียหายต่ออุปกรณ์หรือเครื่องมือดังกล่าว ให้ผู้รับใบอนุญาตรายงานความเสียหายให้สำนักงานทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ตรวจพบความเสียหาย ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับวัสดุนิวเคลียร์ ผู้รับใบอนุญาตอาจถอดอุปกรณ์หรือเครื่องมือตามวรรคหนึ่ง
โดยต้องแจ้งให้สำนักงานทราบโดยไม่ชักช้า
ข้อ ๑๗ ให้นำความในข้อ ๕ วรรคหนึ่ง ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ และข้อ ๙ มาใช้บังคับแก่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้แจ้งซึ่งมีวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการตามข้อ ๒ (๓) ด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๑๘ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้แจ้งซึ่งมีวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการตามข้อ ๒ (๓) มีความประสงค์จะดำเนินการเพื่อให้วัสดุนิวเคลียร์เจือจางหรือหมดไป ให้ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้แจ้งแจ้งให้สำนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าห้าวันก่อนวันเริ่มดำเนินการ
ข้อ ๑๙ การจัดส่งรายงานตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้จัดส่งทางไปรษณีย์ตอบรับหรือยื่นต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงาน
ข้อ ๒๐ เพื่ออำนวยความสะดวกในการแจ้งตามกฎกระทรวงนี้ ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้แจ้งจะแจ้งแก่สำนักงานโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์พร้อมกับหนังสือแจ้งด้วยก็ได้
ข้อ ๒๑ รายงานตามกฎกระทรวงนี้ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘ (๑๘) มาตรา ๙๑ และมาตรา ๙๑/๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรมโดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).