มาตรา ๗๑ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีส่วนเพิ่มผู้ใดไม่เห็นด้วยกับผลการประเมินภาษีส่วนเพิ่มของเจ้าพนักงานประเมิน ถ้าเป็นกรณีที่จะอุทธรณ์ได้ ให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมินภาษีส่วนเพิ่ม ทั้งนี้ ตามแบบที่อธิบดีกำหนด คณะกรรมการอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ประกอบด้วย
อธิบดีหรือผู้แทนเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกรมศุลกากร ผู้แทนกรมสรรพสามิต ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นกรรมการ ให้อธิบดีแต่งตั้งข้าราชการสังกัดกรมสรรพากรเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ
รัฐมนตรีอาจแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการอุทธรณ์เพื่อให้ความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการอุทธรณ์ก็ได้ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้ทำเป็นหนังสือ และแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบโดยไม่ชักช้า ผู้อุทธรณ์ผู้ใดไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์
ให้มีสิทธิฟ้องต่อศาลภาษีอากรได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์
มาตรา ๗๒ การประชุมคณะกรรมการอุทธรณ์ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมากของกรรมการ กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๗๓ กรณีผู้อุทธรณ์ได้ใช้สิทธิร้องขอต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศคู่สัญญาตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศเพื่อขอให้ดำเนินการระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่มกับประเทศคู่สัญญาอื่น
และเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจดังกล่าวได้พิจารณารับคำร้องเพื่อดำเนินการหารือร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศคู่สัญญาแล้ว ผู้อุทธรณ์อาจแจ้งเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการอุทธรณ์เพื่อขอให้พักการพิจารณาไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะปรากฏผลการหารือร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจนั้นก็ได้
ในกรณีที่คณะกรรมการอุทธรณ์ได้รับหนังสือแจ้งตามวรรคหนึ่ง ให้พักการพิจารณาไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะปรากฏผลการหารือร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจดังกล่าว เว้นแต่จะมีเหตุตามที่อธิบดีประกาศกำหนดให้พิจารณาอุทธรณ์ต่อไปได้ หากผลการหารือร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจนั้นเป็นเช่นใด
ให้คณะกรรมการอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์ให้สอดคล้องกับผลการหารือดังกล่าว และหากผลการหารือนั้นเป็นผลให้ประเทศไทยอาจจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มได้เพิ่มขึ้น ให้คณะกรรมการอุทธรณ์สั่งให้ผู้อุทธรณ์ชำระภาษีส่วนเพิ่มตามผลการหารือร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจดังกล่าว
มาตรา ๗๔ การอุทธรณ์ หรือการใช้สิทธิร้องขอต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศคู่สัญญาตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศเพื่อขอให้ดำเนินการระงับข้อพิพาทนั้น ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีส่วนเพิ่ม และหากไม่เสียภาษีส่วนเพิ่มภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด
ให้ถือเป็นภาษีค้างตามมาตรา ๖๘ เว้นแต่กรณีที่ผู้อุทธรณ์หรือผู้ซึ่งใช้สิทธิเช่นว่านั้นได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้รอคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือรอผลการหารือร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ หรือรอคำพิพากษา ให้ผู้นั้นมีหน้าที่ชำระภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์
หรือได้รับแจ้งผลการหารือร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจเป็นหนังสือจากกรมสรรพากร หรือได้รับทราบคำพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณี ในกรณีที่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสียภาษีเพิ่มขึ้น ผู้อุทธรณ์จะต้องชำระภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง
มาตรา ๗๕ เพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้ประธานคณะกรรมการอุทธรณ์ มีอำนาจออกหมายเรียกผู้อุทธรณ์มาไต่สวนหรือออกหมายเรียกพยาน กับสั่งให้ผู้อุทธรณ์หรือพยานนั้น นำสมุดบัญชีหรือพยานหลักฐานอันจำเป็นมาแสดงเพื่อประกอบการพิจารณาและวินิจฉัยก็ได้ แต่ต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับแต่วันส่งหมาย
มาตรา ๗๖ ผู้อุทธรณ์ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือคำสั่งตามมาตรา ๗๕ หรือไม่ยอมตอบคำถามเมื่อซักถาม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ผู้นั้นหมดสิทธิที่จะอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อไป
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).