พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี พ.ศ. ๒๕๕๒
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นปีที่ ๖๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี พ.ศ. ๒๕๕๒”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ดังต่อไปนี้ (๑) สาขาวิชาการบัญชี มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “บัญชีดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “บัญชีมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ม.” (ค)
ตรี เรียกว่า “บัญชีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.บ.” (๒) สาขาวิชาการศึกษา มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “ครุศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “ครุศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.บ.”
(๓) สาขาวิชาครุศาสตร์อุตสาหกรรม มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “ครุศาสตร์อุตสาหกรรมดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.อ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “ครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.อ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “ครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ
“ค.อ.บ.” (๔) สาขาวิชาเทคโนโลยี มีปริญญาหนึ่งชั้น คือ ตรี เรียกว่า “เทคโนโลยีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ทล.บ.” (๕) สาขาวิชานิติศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “นิติศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ
“น.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “นิติศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.บ.” (๖) สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “นิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า
“นิเทศศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.บ.” (๗) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “บริหารธุรกิจบัณฑิต”
ใช้อักษรย่อ “บธ.บ.” (๘) สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “พยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “พยาบาลศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.บ.” (๙)
สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.บ.” (๑๐)
สาขาวิชารัฐศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ร.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “รัฐศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ร.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “รัฐศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ร.บ.” (๑๑) สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์
มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.บ.” (๑๒) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก)
เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.” (๑๓) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า
“วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.บ.” (๑๔) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต”
ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.” (๑๕) สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “เศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.ด.” และ
“ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “เศรษฐศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.บ.” ทั้งนี้ หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย
มาตรา ๔ ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี มีสามชั้น ดังต่อไปนี้ (๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต เป็นเสื้อคลุมทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ ผ่าอกตลอด ยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้ (ก) สำรดรอบขอบ พื้นสำรดทำด้วยผ้าสีชมพู กว้าง ๑๐
เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง ตอนกลางสำรดมีแถบสีประจำคณะ กว้าง ๒ เซนติเมตร ขนาบด้วยแถบสีทอง กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีเงิน สูง ๕ เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง (ข) สำรดต้นแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสีชมพู กว้าง ๑๔
เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง ทาบแถบสีเขียว กว้าง ๑ เซนติเมตร ต่อจากแถบสีทองทั้งสองข้างตอนกลางสำรดต้นแขนมีแถบสีประจำคณะ กว้าง ๒ เซนติเมตร จำนวนสามแถบ ทาบห่างจากแถบสีเขียว ๑ เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแถบสีประจำคณะ ๑ เซนติเมตร (ค) สำรดปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสีชมพู กว้าง ๑๐
เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง ตอนกลางสำรดมีแถบสีประจำคณะ กว้าง ๒ เซนติเมตร ขนาบด้วยแถบสีทอง กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร (๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต เว้นแต่มีสำรดต้นแขน กว้าง ๑๑ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดต้นแขนมีแถบสีประจำคณะ กว้าง ๒ เซนติเมตร จำนวนสองแถบ
ระยะห่างระหว่างแถบสีประจำคณะ ๑ เซนติเมตร (๓) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่มีสำรดต้นแขน กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดต้นแขนมีแถบสีประจำคณะ กว้าง ๒ เซนติเมตร จำนวนหนึ่งแถบ
มาตรา ๕ เข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี มีลักษณะเป็นรูปตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนลงยา สูง ๓.๕ เซนติเมตร
มาตรา ๖ ครุยประจำตำแหน่งและเครื่องหมายประกอบครุยประจำตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี และกรรมการสภามหาวิทยาลัย มีดังต่อไปนี้ (๑) นายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี ครุยเป็นเสื้อคลุมทำด้วยผ้าซาตินสีดำ ผ่าอกตลอด ยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน
และสำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้ (ก) สำรดรอบขอบ พื้นสำรดทำด้วยผ้าสีชมพู กว้าง ๑๐ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวนสี่แถบ บนผ้าสีชมพู มีระยะห่างระหว่างแถบ ๒ เซนติเมตร (ข) สำรดต้นแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสีชมพู กว้าง ๑๒ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง ทาบแถบสีเขียว กว้าง ๑
เซนติเมตร ต่อจากแถบสีทองทั้งสองข้าง ตอนกลางสำรดต้นแขนมีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวนสองแถบทาบห่างจากแถบสีเขียว ๒ เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแถบสีทอง ๒ เซนติเมตร (ค) สำรดปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสีชมพู กว้าง ๑๐ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวนสี่แถบ บนผ้าสีชมพู มีระยะห่างระหว่างแถบ ๒
เซนติเมตร ให้มีสายสร้อยประกอบครุยประจำตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดีทำด้วยโลหะสีทอง กึ่งกลางสายสร้อยมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะฉลุสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร ประดับระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี เว้นแต่ไม่มีสายสร้อยประดับ
และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง
มาตรา ๗ สีประจำคณะ มีดังต่อไปนี้ (๑) คณะครุศาสตร์สีฟ้า (๒) คณะเทคโนโลยีการเกษตรสีเขียวตองอ่อน (๓) คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสีแดงเลือดหมู (๔) คณะนิติศาสตร์สีขาว (๕) คณะนิเทศศาสตร์สีม่วง (๖) คณะพยาบาลศาสตร์สีเหลืองส้ม (๗) คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์สีแดงเลือดนก (๘) คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์สีน้ำเงินคราม
และเทคโนโลยีสารสนเทศ (๙) คณะวิทยาการจัดการสีส้ม (๑๐) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสีเหลือง
มาตรา ๘ ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีจัดทำครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งตามพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง
มาตรา ๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบกับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า การกำหนดให้สาขาวิชาใดมีปริญญาชั้นใด และจะใช้อักษรย่อสำหรับสาขาวิชานั้นอย่างไร
และการกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และส่วนประกอบของครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔
附則
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ได้เปิดสอนสาขาวิชานิเทศศาสตร์เพิ่มขึ้น และจัดตั้งคณะนิเทศศาสตร์และคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มขึ้น สมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของสาขาวิชานิเทศศาสตร์
รวมทั้งกำหนดสีประจำคณะของคณะนิเทศศาสตร์และคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชาอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีได้เปิดสอนสาขาวิชารัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น ได้แก้ไขชื่อคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและอัญมณีศาสตร์เป็นคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และจัดตั้งคณะอัญมณีศาสตร์และประยุกต์ศิลป์เพิ่มขึ้น
สมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของสาขาวิชารัฐศาสตร์ แก้ไขสีประจำคณะของคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและอัญมณีศาสตร์ เป็นคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม รวมทั้งกำหนดสีประจำคณะของคณะอัญมณีศาสตร์และประยุกต์ศิลป์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๖
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีได้เปิดสอนสาขาวิชาครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ และสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ เพิ่มขึ้น รวมทั้งได้ยุบเลิกคณะอัญมณีศาสตร์และประยุกต์ศิลป์เพื่อไปควบรวมกับคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
สมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาดังกล่าว รวมทั้งกำหนดสีประจำคณะของคณะพยาบาลศาสตร์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).