พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ พ.ศ. ๒๕๕๒
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นปีที่ ๖๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ พ.ศ. ๒๕๕๒”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ดังต่อไปนี้ (๑) สาขาวิชาการบัญชี มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “บัญชีดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “บัญชีมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ม.” (ค) ตรี
เรียกว่า “บัญชีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.บ.” (๒) สาขาวิชาการศึกษา มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “ครุศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “ครุศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.บ.” (๓)
สาขาวิชาเทคโนโลยี มีปริญญาหนึ่งชั้น คือ ตรี เรียกว่า “เทคโนโลยีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ทล.บ.” (๔) สาขาวิชานิติศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “นิติศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.ม.” (ค)
ตรี เรียกว่า “นิติศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.บ.” (๕) สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “นิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “นิเทศศาสตรบัณฑิต”
ใช้อักษรย่อ “นศ.บ.” (๖) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “บริหารธุรกิจบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.บ.” (๗)
สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “พยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “พยาบาลศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.บ.” (๘) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.บ.” (๙) สาขาวิชารัฐศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก)
เอก เรียกว่า “รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ร.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “รัฐศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ร.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “รัฐศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ร.บ.” (๑๐) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต”
ใช้อักษรย่อ “วท.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.” (๑๑) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ด.” และ
“ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.บ.” (๑๒) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ
“ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.” ทั้งนี้ หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย
มาตรา ๔ ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ มีสามชั้น ดังต่อไปนี้ (๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต เป็นเสื้อคลุมแขนยาวทำด้วยผ้าสีทองไพร ผ่าอกตลอด ยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ แขนเสื้อยาวระดับข้อมือ มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้ (ก) สำรดรอบขอบ และสำรดปลายแขน
พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่สีดำ กว้าง ๑๑ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๐.๙ เซนติเมตร ทับบนริมทั้งสองข้าง เว้นระยะ ๐.๗ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง มีแถบผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่สีขาว กว้าง ๑ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดมีแถบผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่สีขาว กว้าง ๔.๔ เซนติเมตร
บนริมทั้งสองข้างของแถบสีขาวดังกล่าว ทาบด้วยแถบสีทอง กว้าง ๐.๔ เซนติเมตร กึ่งกลางมีแถบสีประจำสาขาวิชาทำด้วยผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่ กว้าง ๒ เซนติเมตร จำนวนหนึ่งแถบ และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง (ข) สำรดต้นแขน
พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่สีดำ กว้าง ๑๔ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๐.๙ เซนติเมตร ทับบนริมทั้งสองข้าง เว้นระยะ ๐.๒ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง มีแถบผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่สีขาว กว้าง ๑ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดมีแถบผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่สีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร จำนวน ๓ แถบ
โดยมีระยะห่างจากแถบสีขาวและระยะห่างระหว่างแถบสีประจำสาขาวิชาเท่า ๆ กัน และมีแถบสีทอง กว้าง ๐.๔ เซนติเมตร จำนวน ๔ แถบ คั่นกึ่งกลางระหว่างแถบสีขาวและแถบสีประจำสาขาวิชา และระหว่างแถบสีประจำสาขาวิชา (๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต เว้นแต่สำรดต้นแขน กว้าง ๑๑ เซนติเมตร
และตอนกลางสำรดมีแถบผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่สีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร จำนวน ๒ แถบ และมีแถบสีทอง กว้าง ๐.๔ เซนติเมตร จำนวน ๓ แถบ คั่นกึ่งกลางระหว่างแถบสีขาวและแถบสีประจำสาขาวิชา และระหว่างแถบสีประจำสาขาวิชา (๓) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่สำรดต้นแขน กว้าง ๘ เซนติเมตร
และตอนกลางสำรดมีแถบผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่สีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร จำนวน ๑ แถบ และมีแถบสีทอง กว้าง ๐.๔ เซนติเมตร จำนวน ๒ แถบ คั่นกึ่งกลางระหว่างแถบสีขาวและแถบสีประจำสาขาวิชา
มาตรา ๕ เข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ มีลักษณะเป็นรูปตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนลงยา สูง ๓.๕ เซนติเมตร ด้านหลังจารึกอักษรย่อชื่อปริญญา
มาตรา ๖ ครุยประจำตำแหน่งและเครื่องหมายประกอบครุยประจำตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหาร และคณาจารย์ของมหาวิทยาลัย มีดังต่อไปนี้ (๑) นายกสภามหาวิทยาลัย ครุยเป็นเสื้อคลุมแขนยาวทำด้วยผ้าสีทองไพร ผ่าอกตลอด ยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ แขนเสื้อยาวระดับข้อมือ มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน
และสำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้ (ก) สำรดรอบขอบ และสำรดปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่สีดำ กว้าง ๑๐ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๐.๙ เซนติเมตร ทับบนริมทั้งสองข้าง เว้นระยะ ๐.๕ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง มีแถบผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่สีขาว กว้าง ๑ เซนติเมตร
ตอนกลางสำรดเป็นแถบผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงิน กว้าง ๔ เซนติเมตร (ข) สำรดต้นแขน ประกอบไปด้วยสำรดจำนวนสี่แถบติดขวางเรียงกัน ระยะห่างระหว่างแถบ ๒ เซนติเมตร แต่ละแถบ พื้นทำด้วยผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่สีขาว กว้าง ๓.๒ เซนติเมตร ตอนกลางมีแถบผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงิน กว้าง ๓ เซนติเมตร
กึ่งกลางมีแถบสีทองกว้าง ๐.๔ เซนติเมตร ให้มีสายสร้อยประกอบครุยประจำตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย ทำด้วยโลหะสีทอง ประกอบด้วยตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๒.๕ เซนติเมตร ร้อยเรียงเป็นเส้น กึ่งกลางสายสร้อยมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร
ประดับระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัย เว้นแต่มีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง และไม่มีสายสร้อยประดับ (๓) อธิการบดี เช่นเดียวกับกรรมการสภามหาวิทยาลัย
เว้นแต่ไม่มีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง และให้มีสายสร้อยประกอบครุยประจำตำแหน่งอธิการบดี ทำด้วยโลหะสีทอง ประกอบด้วยตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๒.๕ เซนติเมตร ร้อยเรียงเป็นเส้น กึ่งกลางสายสร้อยมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕
เซนติเมตร ประดับระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง (๔) รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ และหัวหน้าส่วนราชการ หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ เช่นเดียวกับอธิการบดี เว้นแต่สำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่สีดำ กว้าง ๑๐
เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๐.๙ เซนติเมตร ทับบนริมทั้งสองข้าง เว้นระยะ ๐.๕ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง มีแถบผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่สีขาว กว้าง ๑ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดเป็นแถบผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงิน กว้าง ๔ เซนติเมตร และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร
ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง และไม่มีสายสร้อยประดับ (๕) คณาจารย์ ครุยเป็นเสื้อคลุมแขนยาวทำด้วยผ้าสีทองไพร ผ่าอกตลอด ยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ แขนเสื้อยาวระดับข้อมือ มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงิน กว้าง ๑๐ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๐.๙
เซนติเมตร ทับบนริมทั้งสองข้าง เว้นระยะ ๐.๕ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง มีแถบผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่สีขาวกว้าง ๑ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดมีแถบผ้าสักหลาดหรือผ้ากำมะหยี่สีขาว กว้าง ๔ เซนติเมตร
มาตรา ๗ สีประจำสาขาวิชา มีดังต่อไปนี้ (๑) สาขาวิชาการบัญชีสีแดง (๒) สาขาวิชาการศึกษาสีฟ้า (๓) สาขาวิชาเทคโนโลยีสีม่วง (๔) สาขาวิชานิติศาสตร์สีขาว (๕) สาขาวิชานิเทศศาสตร์สีน้ำเงิน (๖) สาขาวิชาบริหารธุรกิจสีชมพู (๗) สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์สีทอง (๘) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์สีน้ำตาล (๙)
สาขาวิชารัฐศาสตร์สีเทา (๑๐) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สีเหลือง (๑๑) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์สีแดงเลือดหมู (๑๒) สาขาวิชาศิลปศาสตร์สีแสด
มาตรา ๘ ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษจัดทำครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งตามพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง
มาตรา ๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบกับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า การกำหนดให้สาขาวิชาใดมีปริญญาชั้นใด และจะใช้อักษรย่อสำหรับสาขาวิชานั้นอย่างไร
และการกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และส่วนประกอบของครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔
附則
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษได้เปิดสอนสาขาวิชาเทคโนโลยีและสาขาวิชานิเทศศาสตร์เพิ่มขึ้น สมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา รวมทั้งสีประจำสาขาวิชาสำหรับสาขาวิชาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ได้เปิดสอนสาขาวิชารัฐศาสตร์และสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ เพิ่มขึ้น สมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา รวมทั้งสีประจำสาขาวิชาสำหรับสาขาวิชาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๔
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษได้แก้ไขเพิ่มเติมครุยวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๘
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษได้เปิดสอนสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์เพิ่มขึ้น สมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา รวมทั้งสีประจำสาขาวิชาสำหรับสาขาวิชาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).