我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2497 (ยกเลิก) หมวด ๓ วิธีเวนคืนอสังหาริมทรัพย์

มาตรา ๑๘–มาตรา ๒๙共 12 條

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ เมื่อใช้บังคับพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์แล้ว และเมื่อเจ้าหน้าที่ร้องขอ รัฐบาลจะได้ตั้งกรรมการขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะ ให้มีจำนวนกรรมการคณะหนึ่งอย่างน้อยสามคน คนหนึ่งเป็นพนักงานของเจ้าหน้าที่ นอกนั้นเป็นพนักงานของกระทรวง ทบวง กรมอื่น แล้วแต่จะเห็นเป็นการสมควร คณะกรรมการนี้ให้มีหน้าที่ตรวจดูที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นที่ต้องเวนคืน และพยายามไกล่เกลี่ยให้ตกลงกันได้ในเรื่องจำนวนเงินค่าทดแทน รายชื่อกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ และตำบลท้องที่ซึ่งกรรมการจะออกไปกระทำการตามหน้าที่นั้น ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ เมื่อได้รับสำเนาพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์แล้ว ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอจัดการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านประกาศให้ราษฎรในเขตที่เกี่ยวข้องให้ทราบข้อความในพระราชบัญญัตินั้น และจัดการโฆษณาให้ทราบโดยวิธีใดอื่นอีกเท่าที่จะทำได้ ให้เจ้าพนักงานปกครองท้องที่ปิดประกาศแจ้งความไว้ ณ ที่ดิน โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งต้องเวนคืน และส่งประกาศแจ้งความให้แก่บรรดาบุคคลผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทน หรือรับชำระเงินจากค่าทดแทนตามมาตรา ๑๑ หรือมาตรา ๑๐ วรรค ๒ แห่งพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งเจ้าพนักงานทราบได้จากทะเบียนที่ดินหรือจากทางอื่น โดยส่งประกาศแจ้งความให้บุคคลดั่งกล่าวแล้วนั้นเอง หรือโดยทางจดหมายลงทะเบียนไปรษณีย์ และเจ้าพนักงานปกครองท้องที่จะต้องแจ้งให้บุคคลนั้น ๆ ทราบด้วยว่า จะต้องเสนอคำร้องต่อกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในเวลาที่มาตรวจ

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ กรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ต้องแจ้งความล่วงหน้าให้อำเภอทราบถึงวันที่จะมาตรวจ อย่างน้อยสามสิบวัน และเจ้าพนักงานปกครองท้องที่ต้องแจ้งวันที่กำหนดนั้นให้ราษฎรในท้องที่ทราบทั่วกัน ให้เจ้าพนักงานปกครองท้องที่แจ้งเป็นหนังสือแก่บุคคลที่อ้างว่ามีสิทธิ หรือประโยชน์ในส่วนใดส่วนหนึ่งแห่งทรัพย์สินอันต้องเวนคืน ให้ไปอยู่ด้วยตนเองในเวลาตรวจ หรือให้ผู้แทนไปเพื่อแจ้งการขอร้องของตนต่อกรรมการ ผู้ที่มาเองไม่ได้หรือจะให้ผู้อื่นมาแทนไม่ได้นั้น ต้องทำเป็นเรื่องราวยื่นต่อที่ว่าการอำเภอ ก่อนวันที่กรรมการมาตรวจ

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ เมื่อถึงวันกำหนดนัด ให้กรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ชี้แจงต่อหน้าผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือต่อหน้าผู้แทนให้ชัดเจนเท่าที่จะทำได้ ว่าทรัพย์สินใดบ้างซึ่งต้องการเวนคืนและมีกำหนดเขตเพียงใด ในกรณีที่หลักเขตทำลายหรือสูญหาย ให้กรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์จัดการให้ปักหลักเขตเสียใหม่ กรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ต้องรับพิจารณาคำขอร้อง ทั้งที่เป็นหนังสือหรือด้วยวาจา ทั้งต้องพิจารณาเรื่องราวซึ่งมีผู้ยื่นไว้ต่ออำเภอตามความในมาตรา ๒๐ วรรคสุดท้ายด้วย เมื่อมีข้อพิพาทกันด้วยเรื่องกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินอันต้องเวนคืน หรือด้วยเรื่องสิทธิอื่น ๆ ซึ่งทำให้บุคคลชอบที่เรียกเงินค่าทดแทนได้ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กรรมการพยายามไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทนั้นให้เป็นที่ตกลงกันเสีย ให้กรรมการทำบัญชีรายชื่อผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินอันต้องเวนคืน กับบัญชีรายชื่อผู้อ้างว่ามีสิทธิในทรัพย์สิน นอกจากกรรมสิทธิ์ ซึ่งอาจจะได้รับเงินค่าทดแทน และบัญชีรายชื่อผู้ขอรับชำระเงินจากค่าทดแทน แบ่งแยกไว้รู้ว่าเป็นคำขอร้องที่ไม่มีข้อโต้เถียงประเภทหนึ่ง และเป็นคำขอร้องที่ยังมีข้อโต้เถียงอีกประเภทหนึ่ง ให้กรรมการปิดประกาศแจ้งความไว้ ณ ที่ทำการอำเภอแจ้งวันที่ได้ทำการตรวจเสร็จสิ้นนั้นด้วย

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ให้กรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ทำความตกลงกับผู้มีสิทธิซึ่งไม่มีข้อโต้เถียง และพยายามทำความตกลงกันในเรื่องจำนวนเงินค่าทดแทนอันจะต้องใช้ให้กัน เมื่อได้ตกลงกันในเรื่องนี้แล้ว ให้เขียนข้อตกลงและเงื่อนไขลงไว้ แล้วให้ทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพะยาน เมื่อได้จ่ายเงินค่าทดแทนตามที่ได้ตกลงกันนั้นแล้ว ให้เจ้าหน้าที่มีสิทธิเข้าครอบครองทรัพย์สินอันต้องเวนคืนนั้นได้

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ถ้าทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ ให้เจ้าหน้าที่มีหนังสือเสนอกำหนดราคาเด็ดขาดไปให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ หนังสือเสนอราคาเด็ดขาดเช่นนี้ เมื่อมีใบรับหรือรายงานของพนักงานเจ้าหน้าที่โดยมีพะยานอย่างน้อยสองคนลงนามรับรองว่าได้ส่งแก่ผู้รับโอนโดยถูกต้องแล้ว ให้ถือว่าได้ส่งแก่ผู้รับแล้ว

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ถ้าคำเสนอของเจ้าหน้าที่ไม่มีคำสนองรับภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับคำเสนอนั้น คู่กรณีแต่ละฝ่ายมีสิทธิที่จะขอให้ตั้งอนุญาโตตุลาการดั่งที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙ ได้ ถ้าผู้มีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าทดแทนไม่เสนอตั้งอนุญาโตตุลาการดั่งกล่าวภายในกำหนดหกเดือน ให้ถือว่าราคาเด็ดขาดที่เจ้าหน้าที่เสนอเป็นเงินค่าทดแทน และเมื่อได้วางเงินต่อศาลแล้ว เจ้าหน้าที่มีสิทธิเข้าครอบครองทรัพย์สินนั้นได้

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ถ้าหาตัวบุคคลซึ่งจะเป็นผู้รับเงินค่าทดแทนไม่พบ ให้กรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์กำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนตามที่เห็นสมควร และวางเงินจำนวนนั้นไว้ต่อศาล เมื่อได้วางเงินต่อศาลแล้ว เจ้าหน้าที่มีสิทธิเข้าครอบครองทรัพย์สินนั้นได้ ถ้าภายในหนึ่งปีนับตั้งแต่วันวางเงิน ผู้ที่มีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าทดแทนแสดงตนให้ปรากฏ ผู้นั้นจะยอมรับเอาจำนวนเงิน ซึ่งกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์วางไว้ หรือขอให้ตั้งอนุญาโตตุลาการก็ได้ เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีแล้ว ห้ามไม่ให้ร้องขอตั้งอนุญาโตตุลาการ และผู้มีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าทดแทนจะร้องขออย่างอื่นไม่ได้ นอกจากจะขอรับเงินค่าทดแทนที่วางไว้ต่อศาลดั่งกล่าวมาแล้วให้เป็นการเสร็จกันไป

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ถ้าก่อนที่จะได้ชำระเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิที่จะได้รับ หรือก่อนพ้นกำหนดหนึ่งปีดั่งที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๕ หากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นด้วยเรื่องกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ต้องเวนคืน หรือด้วยเรื่องการแบ่งส่วนแห่งเงินค่าทดแทน ให้กรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์หรือเจ้าหน้าที่แล้วแต่กรณี พยายามไกล่เกลี่ยคู่พิพาททุกฝ่ายให้ปรองดองตกลงกันในจำนวนเงินค่าทดแทน เมื่อทุกฝ่ายตกลงกันเฉพาะจำนวนเงินค่าทดแทน แต่ไม่ตกลงกันในเรื่องส่วนแบ่งแล้ว ให้นำเงินจำนวนที่ตกลงกันไปวางศาล เงินจำนวนนี้ให้โอนหรือแบ่งตามคำพิพากษาของศาลหรือตามข้อตกลงแห่งคู่กรณี เมื่อได้วางเงินแล้วให้เจ้าหน้าที่มีสิทธิเข้าครอบครองทรัพย์สินนั้นได้ เมื่อไม่เป็นที่ตกลงกันได้ในจำนวนเงินค่าทดแทน ให้เจ้าหน้าที่บอกกล่าวเป็นหนังสือเสนอจำนวนเงินค่าทดแทนเด็ดขาดไปยังคู่พิพาทดั่งที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๓ ถ้าคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมรับเอาตามจำนวนที่เสนอเช่นนั้นภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำเสนอนั้น ทุกฝ่ายมีสิทธิขอให้ต้องอนุญาโตตุลาการตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙ ได้ และให้นำมาตรา ๒๔ วรรคท้ายมาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อได้จ่ายเงินค่าทดแทนเสร็จไปแล้ว หรือเมื่อได้วางเงินต่อศาลตามมาตรา ๒๔ วรรคท้ายแล้ว หรือเมื่อพ้นกำหนดเวลาหนึ่งปีดั่งกล่าวมาข้างต้น เจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อบุคคลผู้มีมาเสนอคำขอร้องบุคคลผู้ได้รับเงินค่าทดแทนไป หรือผู้ซึ่งมีชื่อว่าจะได้รับเงินที่วางศาลไว้เท่านั้น

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ เมื่อไม่มีปรากฏผู้เป็นเจ้าของหรือบุคคลอื่นผู้มีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าทดแทน หรือไม่มีคำร้องเช่นนั้นในเวลาหรือก่อนเวลากรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ทำการตรวจ เจ้าหน้าที่จะเข้าครอบครองทรัพย์สินในเวลาใด ๆ ภายหลังการตรวจนั้นก็ได้ แต่เมื่อเสร็จการตรวจแล้ว บุคคลผู้มีสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ชอบที่จะเรียกร้องเอาเงินค่าทดแทนแก่เจ้าหน้าที่ได้ ในกรณีเช่นนี้ให้ปฏิบัติตามวิธีที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๓ และมาตรา ๒๔

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ถ้าปรากฏแก่เจ้าหน้าที่ว่า ผู้มาขอร้องในขณะหรือก่อนกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ทำการตรวจนั้นนี้ไม่มีสิทธิอย่างใดดั่งที่กล่าวไว้ในมาตรา ๑๑ ให้เจ้าหน้าที่กำหนดเงินค่าทดแทนตามที่เห็นสมควร และวางเงินจำนวนนั้นไว้ต่อศาล เมื่อได้วางเงินต่อศาลแล้ว เจ้าหน้าที่มีสิทธิเข้าครอบครองทรัพย์สินนั้นได้ บุคคลดั่งกล่าวในวรรคแรกหรือผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ศาลแสดงสิทธิของตน สำหรับกรณีผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้ร้อง ให้ศาลส่งสำเนาคำร้องให้บุคคลดังกล่าวในวรรคแรกทราบด้วย เมื่อศาลได้สั่งหรือพิพากษาแสดงว่าบุคคลใดมีสิทธิ บุคคลนั้นก็จะยอมรับเอาจำนวนเงินซึ่งเจ้าหน้าที่วางต่อศาล หรือขอให้มีการตั้งอนุญาตโตตุลาการตามพระราชบัญญัตินี้ก็ได้

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ ถ้าจะต้องตั้งอนุญาโตตุลาการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งอันว่าด้วยอนุญาโตตุลาการมาใช้บังคับโดยอนุโลม

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).