我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512 (ยกเลิก)

ยล037-1B-0003法律・公布 1969-03-05・全 64 條

อารัมภบท

พระราชบัญญัติ โรงงาน พ.ศ. ๒๕๑๒ (ยกเลิก) ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๒ เป็นปีที่ ๒๔ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยโรงงาน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๑๒”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติโรงงาน พุทธศักราช ๒๔๘๒ (๒) พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓

มาตรา ๔

มาตรา ๔ พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่โรงงานของทางราชการที่ดำเนินงานโดยทางราชการเพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงหรือความปลอดภัยของประเทศ แต่โรงงานตังกล่าวต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ว่าด้วย ที่ตั้งของโรงงาน การป้องกันหรือระงับอันตรายที่อาจเกิดหรือเกิดแก่บุคคลหรือทรัพย์สินหรือเหตุรำคาญ การกำจัดสิ่งปฏิกูล การระบายน้ำทิ้ง หรือการระบายอากาศ

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ในพระราชบัญญัตินี้ "โรงงาน" หมายความว่าอาคารสถานที่หรือยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมตั้งแต่สองแรงม้าหรือกำลังเทียบเท่าตั้งแต่สองแรงม้าขึ้นไปหรือใช้คนงานตั้งแต่เจ็ดคนขึ้นไปโดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม เพื่อใช้สำหรับทำผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบำรุง ทดสอบ ปรับปรุง แปรสภาพหรือทำลายสิ่งใด ๆ ทั้งนี้ตามประเภทหรือชนิดของโรงงานที่กำหนดในกฎกระทรวง "เครื่องจักร"หมายความว่า สิ่งที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายชิ้นสำหรับใช้ก่อกำเนิดพลังงานเปลี่ยนหรือแปลงสภาพพลังงานหรือส่งพลังงาน ทั้งนี้ ด้วยกำลังน้ำไอน้ำ เชื้อเพลิง ลม ก๊าซไฟฟ้าหรือพลังงานอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันและหมายความรวมถึงเครื่องอุปกรณ์ ไฟลวีล ปุลเล สายพาน เพลา เกียร์หรือสิ่งอื่นที่ทำงานสนองกัน "คนงาน" หมายความว่าผู้ซึ่งทำงานในโรงงาน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้ซึ่งทำงานฝ่ายธุรการ "พนักงานเจ้าหน้าที่"หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ "ปลัดกระทรวง"หมายความว่า ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม "รัฐมนตรี"หมายความว่ารัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๖

มาตรา ๖ รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดโรงงานใด ๆ ที่มีลักษณะต้องตามที่ระบุต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นจากการปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนนอกจากในส่วนที่เกี่ยวกับการควบคุมป้องกันหรือระงับอันตรายที่อาจเกิดหรือเกิดแก่บุคคลหรือทรัพย์สินหรือเหตุรำคาญ การกำจัดสิ่งปฏิกูล การระบายน้ำทิ้งหรือการระบายอากาศ คือ (๑) โรงงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาวิจัยสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรม (๒) โรงงานของสถาบันการศึกษาที่ตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการฝึกอบรมนักศึกษา (๓) โรงงานที่ดำเนินงานเพียงเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการอื่นซึ่งมิใช่กิจการโรงงาน (๔) โรงงานที่ดำเนินงานอันมีลักษณะเป็นอุตสาหกรรมในครอบครัว หรือ (๕) โรงงานที่ดำเนินงานอันมีลักษณะไม่อาจเป็นอันตรายหรือรำคาญแก่ผู้ใด ประกาศดังกล่าวจะกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขด้วยก็ได้ ในกรณีที่เป็นการประกาศให้โรงงานใดได้รับยกเว้นในส่วนที่เกี่ยวกับการขอรับใบอนุญาต ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการโรงงานเป็นผู้รับใบอนุญาตในส่วนอื่นที่มิได้รับยกเว้น

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกมาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด ๑ การตั้งโรงงานและการประกอบกิจการโรงงาน

มาตรา ๘

มาตรา ๘ การตั้งโรงงานจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานจากปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาต ในการออกใบอนุญาตตั้งโรงงาน ให้กำหนดระยะเวลาการตั้งโรงงานให้แล้วเสร็จเพื่อเปิดดำเนินงานไว้ด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและแบบในการขอรับใบอนุญาตตั้งโรงงานและการออกใบอนุญาตตั้งโรงงาน ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ก่อนออกใบอนุญาตตั้งโรงงาน ถ้าปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตประสงค์จะกำหนดเงื่อนไขนอกจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงออกตามมาตรา ๕ สำหรับโรงงานแต่ละประเภทหรือชนิด เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติในการประกอบกิจการโรงงาน หรือจะกำหนดเงื่อนไขอื่นให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติให้เป็นไปตามคำขอของตนซึ่งได้แจ้งไว้ในคำขอเพื่อประกอบกิจการโรงงานนั้น ให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตแจ้งเงื่อนไขดังกล่าว และทำบันทึกการแจ้งนั้นเก็บไว้เป็นหลักฐาน และให้ผู้ซึ่งประสงค์จะตั้งโรงงานลงชื่อในบันทึกการแจ้งเงื่อนไขนั้นด้วย

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ การพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตตั้งโรงงานตามมาตรา ๔ ให้กระทำให้แล้วเสร็จโดยมิชักช้า คำสั่งไม่อนุญาตให้ตั้งโรงงาน ให้อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ผู้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานต้องตั้งโรงงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดตามมาตรา ๘ วรรคสอง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้ขยายระยะเวลาจากปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาต การขอขยายระยะเวลา ให้ยื่นก่อนระยะเวลาสิ้นสุดตามวรรคหนึ่ง การพิจารณาคำขอนั้นให้พิจารณาโดยมิชักช้า

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ เมื่อตั้งโรงงานเสร็จแล้วก่อนเปิดดำเนินงานให้ผู้รับใบอนุญาตตั้งโรงงาน ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานต่อปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาต ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ตั้งโรงงานเสร็จ เมื่อปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตได้รับคำขอตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้สั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ไปตรวจโรงงานและเครื่องจักร ถ้าโรงงานหรือเครื่องจักรนั้นยังไม่ถูกต้องตามแผนผังและรายการที่ได้รับอนุญาตไว้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ ถ้าระยะเวลาดังกล่าวไม่เพียงพอก็ให้ผู้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานขอขยายระยะเวลาต่อปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตเพื่อสั่งขยายระยะเวลาให้ตามสมควร ถ้าโรงงานและเครื่องจักรนั้นถูกต้องหรือได้แก้ไขถูกต้องตามแผนผังและรายการที่ใด้รับอนุญาตไว้แล้ว ให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาต ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานได้ ในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ให้ระบุเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้แล้วตามมาตรา ๙ ไว้ในใบอนุญาตด้วย ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานให้ทำตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ถ้าผู้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานไม่พอใจคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งตามมาตรา ๑๒ วรรคสอง ให้ยื่นคำร้องขอคำวินิจฉัยต่อปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่ง คำร้องขอคำวินิจฉัยตามวรรคหนึ่ง ย่อมไม่เป็นการทุเลาการปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ในกรณีมีคำวินิจฉัยตามมาตรา ๑๓ แล้ว ถ้าผู้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยนั้น ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตมีอำนาจออกคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานได้ คำสั่งไม่ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานนั้น ให้อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ถ้าผู้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๒ วรรคหนึ่ง หรือไม่แก้ไขโรงงานหรือเครื่องจักรให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งตามมาตรา ๑๒ วรรคสอง หรือไม่ยื่นคำร้องเมื่อพ้นระยะเวลาตามมาตรา ๑๓ หรือไม่อุทธรณ์เมื่อพ้นระยะเวลาตามมาตรา ๑๔ แล้ว ถ้าประสงค์จะประกอบกิจการโรงงานต่อไป ให้ดำเนินการเสมือนผู้ขออนุญาตตั้งโรงงานใหม่

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานให้ใช้ใด้จนถึงวันสิ้นปีปฏิทินแห่งปีที่สามนับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต เว้นแต่การย้ายโรงงานตามมาตรา ๒๖ หรือการเลิกประกอบกิจการโรงงานตามมาตรา ๓๐ หรือมาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง ให้ถือว่าใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานสิ้นอายุในวันที่ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานใหม่ หรือวันที่เลิกประกอบกิจการโรงงาน

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานยื่นคำขอตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจโรงงานและเครื่องจักรก่อน เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว ให้ประกอบกิจการโรงงานต่อไปได้จนกว่าจะมีคำสั่งถึงที่สุดไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ในการตรวจโรงงานหรือเครื่องจักร ถ้าปรากฏว่าโรงงานไม่ถูกต้องตามมาตรา ๓๙ หรือเครื่องจักรของโรงงานอยู่ในสภาพไม่ปลอดภัย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานปฏิบัติให้ถูกต้องตามมาตรา ๓๙ หรือแก้ไข เปลี่ยน หรือเปลี่ยนแปลงโรงงานหรือเครื่องจักรนั้นให้ปลอดภัยี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงโรงงานหรือเครื่องจักรนั้นให้ปลอดภัย ถ้าผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตได้ปฏิบัติถูกต้องตามมาตรา ๓๙ หรือได้แก้ไข เปลี่ยน หรือเปลี่ยนแปลงโรงงานหรือเครื่องจักรถูกต้องตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตต่ออายุใบอนุญาตให้

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ คำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานให้อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานต้องแสดงใบอนุญาตไว้ ณ ที่เปิดเผยและเห็นได้ง่ายในโรงงานของตน

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ โรงงานใดที่ผู้ประกอบกิจการโรงงานได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานแล้ว หากภายหลังปรากฏว่าใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมต่ำกว่าสองแรงม้าหรือกำลังเทียบเท่าต่ำกว่าสองแรงม้า หรือใช้คนงานน้อยกว่าเจ็ดคน ให้ถือว่าโรงงานนั้นยังเป็นโรงงานตามพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะได้แจ้งเลิกประกอบกิจการโรงงานหรือใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานสิ้นอายุ

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานขยายโรงงาน เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาต การขอขยายโรงงานและการให้ขยายโรงงาน ตลอดจนการอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ขยายโรงงาน ให้นำมาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ และมาตรา ๓๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม การขยายโรงงานได้แก่ (๑) การเพิ่มจำนวน เปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรเพื่อให้กำลังเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ร้อยละห้าสิบขึ้นไปในกรณีเครื่องจักรมีกำลังไม่เกินยี่สิบแรงม้าหรือกำลังเทียบเท่าไม่เกินยี่สิบแรงม้าหรือเพิ่มขึ้นตั้งแต่สิบแรงม้าหรือกำลังเทียบเท่าสิบแรงม้าขึ้นไปในกรณีเครื่องจักรมีกำลังเกินกว่ายี่สิบแรงม้าหรือกำลังเทียบเท่าเกินกว่ายี่สิบแรงม้า (๒) การเพิ่มหรือแก้ไขส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคารโรงงานทำให้ฐานรากเดิมของอาคารโรงงานฐานใดฐานหนึ่งต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นตั้งแต่ห้าร้อยกิโลกรัมขึ้นไป ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานในส่วนที่ขยายให้มีอายุเท่ากับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามมาตรา ๑๖

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ เมื่อผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานเพิ่มจำนวน เปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต เครื่องจักรที่ใช้เป็นเครื่องต้นกำลัง หรือพลังงานของเครื่องจักรเป็นอย่างอื่นแต่ไม่ถึงขั้นขยายโรงงาน หรือเพิ่มเนื้อที่อาคารโรงงานออกไป หรือก่อสร้างอาคารโรงงานเพิ่มขึ้นใหม่เพื่อประโยชน์แก่กิจการของโรงงานนั้นโดยตรง ทำให้เนื้อที่ของอาคารโรงงานเพิ่มขึ้นตั้งแต่ร้อยละห้าสิบขึ้นไปในกรณีเนื้อที่ของอาคารโรงงานมีไม่เกินสองร้อยตารางเมตร หรือเพิ่มขึ้นตั้งแต่หนึ่งร้อยตารางเมตรขึ้นไปในกรณีเนื้อที่ของอาคารโรงงานมีเกินกว่าสองร้อยตารางเมตร ให้แจ้งเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่เพิ่มจำนวนเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักร หรือเพิ่มเนื้อที่อาคารโรงงานหรือก่อสร้างอาคารโรงงานนั้นเพิ่มขึ้น แล้วแต่กรณี และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเพิ่มจำนวน เปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักร หรือการเพิ่มเนื้อที่อาคารโรงงานหรือการก่อสร้างอาคารโรงงานเพิ่มขึ้นตามประกาศรัฐมนตรีที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ เมื่อมีการเปลี่ยนชื่อโรงงานหรือชื่อผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยน

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ในกรณีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานสูญหายหรือถูกทำลาย ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานยื่นคำขอรับใบแทนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือถูกทำลาย

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานซึ่งประสงค์จะย้ายเครื่องจักรบางส่วนจากที่ติดตั้งเครื่องจักรในโรงงานไปยังสถานที่อื่นเพื่อประกอบกิจการตามที่ได้รับอนุญาตเป็นการชั่วคราว ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาต พร้อมทั้งแผนผังและรายละเอียดอื่นแสดงเหตุผลประกอบการพิจารณาด้วย ถ้าปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตเห็นสมควรก็ให้สั่งอนุญาตให้ย้ายเครื่องจักรตามคำขอได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่มีคำสั่ง ในการนี้ จะกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับวิธีการเพื่อความปลอดภัยให้ปฏิบัติด้วยก็ได้ ถ้าผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานมีความจำเป็นจะต้องประกอบกิจการนั้นเกินกว่าระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตตามวรรคสอง ก็ให้ขอขยายระยะเวลาต่อปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตก่อนระยะเวลานั้นสิ้นสุดลง ถ้าปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตเห็นสมควร ก็ให้สั่งอนุญาตขยายระยะเวลาต่อไปได้ไม่เกินหนึ่งปี

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานซึ่งประสงค์จะย้ายโรงงานไปยังที่อื่น ให้ดำเนินการเสมือนผู้ขออนุญาตตั้งโรงงานใหม่ ในกรณีย้ายโรงงานโดยมิได้ขยายโรงงาน ไปยังที่อื่นซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอเดียวกันกับที่โรงงานนั้นตั้งอยู่เดิม มิให้นำประกาศของรัฐมนตรีออกตามมาตรา ๓๓ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาขอย้ายโรงงานนั้น

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ในกรณีมีอุบัติเหตุในโรงงานเนื่องจากโรงงานหรือเครื่องจักรของโรงงาน ถ้าอุบัติเหตุนั้น (๑) เป็นเหตุให้บุคคลถึงแก่ความตายหรือเจ็บป่วยซึ่งภายหลังเจ็ดสิบสองชั่วโมงแล้วยังไม่สามารถทำงานในหน้าที่เดิมได้ ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในสามวันนับแต่วันตาย หรือวันครบกำหนดเจ็ดสิบสองชั่วโมง แล้วแต่กรณี (๒) เป็นเหตุให้โรงงานต้องหยุดดำเนินงานเกินกว่าเจ็ดวันให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในสิบวันนับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ในกรณีโรงงานเกิดอุบัติเหตุตามมาตรา ๒๗ และพนักงานเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจโรงงานและเครื่องจักรแล้วเห็นว่าโรงงานและเครื่องจักรนั้นไม่อาจซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่จะใช้การได้โดยปลอดภัย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานต่อปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาต เพื่อพิจารณาสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน เมื่อมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานแล้ว ให้แจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานทราบ คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ให้อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด ถ้าผู้ซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามวรรคหนึ่งประสงค์จะตั้งโรงงานขึ้นใหม่แทนโรงงานเดิม ให้ดำเนินการเสมือนผู้ขออนุญาตตั้งโรงงานใหม่ และถ้าได้ขออนุญาตภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว มิให้นำมาตรา ๓๓ มาใช้บังคับ ในการพิจารณาการขออนุญาตตามวรรคสาม ถ้าปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตเห็นว่าการขออนุญาตดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่เคยได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานเดิม ก็ให้ออกใบอนุญาตตั้งโรงงานและใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานให้โดยมิชักช้า แต่สถานที่ตั้งโรงงานนั้นหากไม่อาจอนุญาตให้ตั้งในสถานที่เดิมได้ จะอนุญาตให้ตั้งในสถานที่อื่นก็ได้

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ ในกรณีโรงงานหยุดดำเนินงานติดต่อกันเกินกว่าหนึ่งปี ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันพ้นกำหนดหนึ่งปี ถ้าผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานประสงค์จะประกอบกิจการโรงงานต่อไป ให้แจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อตรวจสภาพโรงงานและเครื่องจักร เมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วจึงประกอบกิจการโรงงานได้ ในการตรวจโรงงานและเครื่องจักรก่อนอนุญาตให้เปิดประกอบกิจการโรงงานต่อไปนั้น ให้นำมาตรา ๑๐ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม คำสั่งไม่อนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานต่อไปนั้น ให้ยื่นคำร้องขอคำวินิจฉัยต่อปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง และให้นำมาตรา ๑๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานผู้ใดเลิกประกอบกิจการโรงงาน ให้แจ้งเป็นหนังสือต่อปลัดระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาต ภายในสิบห้าวันนับแต่วันเลิก

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ในกรณีผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานโอนการประกอบกิจการโรงงาน ให้เช่าหรือให้เช่าซื้อโรงงาน หรือขายโรงงาน ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานเลิกประกอบกิจการโรงงานตั้งแต่วันที่โอนการประกอบกิจการโรงงาน ให้เช่าหรือให้เช่าซื้อโรงงาน หรือขายโรงงาน ให้ผู้รับโอนการประกอบกิจการโรงงาน ผู้เช่าหรือผู้เช่าซื้อโรงงาน หรือผู้ซื้อโรงงานนั้นขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ถือว่ามีการเลิกประกอบกิจการโรงงานตามวรรคหนึ่ง โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว ให้ประกอบกิจการโรงงานต่อไปได้ ในระหว่างที่รอรับใบอนุญาตโดยให้ถือเสมือนว่าผู้ยื่นคำขอนั้นเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานนั้น เมื่อรับคำขอใบอนุญาตตามวรรคสองแล้ว ให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตใหม่เพียงเท่าระยะเวลาของอายุใบอนุญาตเดิมที่ยังเหลืออยู่

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ ในกรณีผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตาย ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกยื่นคำขอต่อปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตเพื่อรับโอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตาย หรือภายในระยะเวลาที่ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตขยายเวลาให้ตามความจำเป็น ถ้ามิได้ยื่นคำขอภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานสิ้นอายุ หากจะประกอบกิจการโรงงานต่อไป ให้ดำเนินการเสมือนผู้ขออนุญาตตั้งโรงงานใหม่ ในระหว่างระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ทายาท หรือผู้จัดการมรดก ซึ่งเข้าประกอบกิจการโรงงานมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดเสมือนผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ ให้นำความในสองวรรคก่อนมาใช้บังคับแก่ผู้อนุบาลโดยอนุโลม

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ เพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจของประเทศให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) กำหนดจำนวนโรงงานแต่ละประเภทหรือชนิด ที่จะอนุญาตให้ตั้งหรือขยายหรือที่จะไม่อนุญาตให้ตั้งหรือขยายในท้องที่ใดท้องที่หนึ่ง (๒) กำหนดชนิด คุณภาพ อัตราส่วนของวัตถุดิบหรือแหล่งกำเนิดของวัตถุดิบที่จะนำมาใช้หรือผลิตในโรงงานที่จะอนุญาตให้ตั้งหรือขยาย (๓) กำหนดชนิดหรือคุณภาพของสินค้าที่ผลิตในโรงงานที่จะอนุญาตให้ตั้งหรือขยาย (๔) กำหนดให้นำผลผลิตของโรงงานที่จะอนุญาตให้ตั้งหรือขยายไปใช้ในอุตสาหกรรมบางประเภทหรือให้ส่งผลผลิตออกนอกราชอาณาจักรทั้งหมดหรือบางส่วน

หมวด ๒ การควบคุมโรงงาน

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ เมื่อได้มีการกำหนดเขตอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยผังเมืองในท้องที่ใดท้องที่หนึ่งแล้วให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดเขตที่จะอนุญาตให้ตั้งโรงงานหรือไม่อนุญาตให้ตั้งโรงงานประเภทหรือชนิดใดภายในเขตอุตสาหกรรมนั้นได้

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ โรงงานใดที่ก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชนให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานนั้น หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวและปรับปรุงแก้ไขโรงงานนั้นเสียใหม่ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ถ้าผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานปรับปรุงแก้ไขโรงงานแล้ว ให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตสั่งให้ประกอบกิจการโรงงานต่อไปได้ ถ้าผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานไม่ปรับปรุงแก้ไขหรือไม่สามารถปรับปรุงแก้ไขโรงงานให้ปลอดภัยแก่สาธารณชน ให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตรายงานต่อรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งย้ายโรงงานทั้งหมดหรือบางส่วนภายในระยะเวลาที่กำหนดจากท้องที่นั้นไปยังท้องที่อื่นซึ่งจะไม่ทำให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด เมื่อได้รับคำสั่งให้ย้ายโรงงานแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานดำเนินการเสมือนผู้ขออนุญาตตั้งโรงงานใหม่ แต่ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตั้งโรงงานและใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานที่ออกให้ใหม่นั้น ในกรณีที่มีคำสั่งย้ายโรงงาน ถ้าผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานไม่ย้ายโรงงานภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานนั้นด้วย

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) เข้าไปในอาคารสถานที่หรือยานพาหนะที่พนักงานเจ้าหน้าที่มีเหตุควรสงสัยว่าจะเป็นโรงงานที่ไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) เข้าไปในโรงงานในระหว่างเวลาทำการเพื่อตรวจสภาพโรงงาน อาคาร หรือสถานที่ สภาพเครื่องจักร บริเวณโรงงาน บริเวณอาคารหรือสถานที่ และอื่น ๆ เพื่อป้องกันความรำคาญ หรืออันตรายอันอาจก่อให้เกิดแก่บุคลหรือหรือทรัพย์สิน (๓) ออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจัดการเปลี่ยนแปลงซ่อมแซมเกี่ยวกับโรงงานหรือเครื่องจักร หรือเกี่ยวกับการอื่นที่ก่อให้เกิดความรำคาญ หรืออันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด (๔) ออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานหยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดหรือบางส่วนจนกว่าจะได้ปรับปรุงแก้ไขให้เป็นที่ปลอดภัย หรือเป็นไปตามประกาศของรัฐมนตรี ในกรณีการประกอบกิจการโรงงานอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินหรือในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานไม่ขจัดเหตุรำคาญ ไม่กำจัดสิ่งปฏิกูล ไม่จัดระบบระบายน้ำทิ้งหรือระบายอากาศให้ถูกต้องตามประกาศของรัฐมนตรี (๕) นำตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่สงสัยเกี่ยวกับคุณภาพในปริมาณพอสมควรเพื่อตรวจสอบคุณภาพพร้อมกับเอกสารที่เกี่ยวข้อง (๖) ยึดผลิตภัณฑ์หรือภาชนะบรรจุที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน (๗) ผูกมัดประทับตราเครื่องจักรเพื่อมิให้เครื่องจักรทำงานได้ ในกรณีผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งตาม (๓) หรือ (๔) ทั้งนี้ ต้องได้รับอนุมัติจากปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาต

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงเมื่อผู้ซึ่งเกี่ยวข้องร้องขอ

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ ถ้าผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานไม่พอใจคำสั่งหรือการกระทำของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งหรือกระทำตามมาตรา ๓๖ ให้ยื่นคำร้องขอคำวินิจฉัยต่อปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาต ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง และให้นำมาตรา ๑๓ วรรคสองและมาตรา ๑๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๓๘ ทวิ

มาตรา ๓๘ ทวิ เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือคำสั่งของปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตซึ่งสั่งตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้จัดการอย่างใดอย่างหนึ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการก่อให้เกิดเหตุรำคาญ หรืออันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน การกำจัดสิ่งปฏิกูล การระบายน้ำทิ้งหรือการระบายอากาศ ถ้าผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานมิได้ยื่นคำร้องขอคำวินิจฉัยตามมาตรา ๓๘ หรือคำร้องนั้นได้มีคำวินิจฉัยให้ยกเสียแล้ว และผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานได้รับคำเตือนเป็นหนังสือจากปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตให้ดำเนินการตามคำสั่งภายในระยะเวลาที่กำหนดแล้วแต่ยังไม่ปฏิบัติตามคำเตือน ให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตมีอำนาจมอบหมายให้บุคคลใด ๆ เข้าจัดทำ เพื่อให้การเป็นไปตามคำสั่งนั้นได้ ในการมอบหมายให้คำนึงถึงความสามารถในการรับภาระของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานนั้น และให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานชดใช้ค่าใช้จ่ายในการเข้าจัดการนั้นตามจำนวนที่จ่ายจริงและจะเรียกร้องค่าเสียหายอย่างใดมิได้

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานมีหน้าที่กระทำการดังต่อไปนี้ (๑) รักษาโรงงานให้มั่นคงแข็งแรงและมีสภาพอันปลอดภัยอยู่เสมอ ตลอดจนดูแลรักษาเครื่องจักรให้มีสภาพมั่นคงและแข็งแรงปลอดภัยเหมาะแก่การใช้ (๒) จัดให้โรงงานมีทางออกฉุกเฉินพอเพียงกับจำนวนคนงาน (๓) จัดให้มีสัญญาณแจ้งเหตุอันตราย (๔) จัดให้มีเครื่องดับเพลิงหรือสิ่งอื่นที่ใช้ในการดับเพลิงจำนวนเพียงพอแก่สภาพ ขนาด หรือลักษณะการประกอบกิจการโรงงาน ตลอดจนจัดให้มีการป้องกันอัคคีภัยโดยวิธีอื่นด้วย (๕) จัดโรงงานให้ถูกต้องตามสุขลักษณะและอนามัย (๖) จัดให้มีการกำจัดสิ่งปฏิกูล การระบายน้ำทิ้งและการระบายอากาศ (๗) จัดให้มีแสงสว่างพอเพียงแก่การทำงาน (๘) จัดสถานที่ทำงานให้พอเพียงและเหมาะสมกับจำนวนคนงาน เครื่องจักร วัตถุดิบและวัตถุสำเร็จรูป (๙) จัดให้มีเครื่องมือในการปฐมพยาบาล (๑๐) จัดให้มีส้วมและที่ปัสสาวะอันถูกต้องตามสุขลักษณะตลอดจนสถานที่สำหรับทำความสะอาดร่างกาย (๑๑) จัดให้มีน้ำสะอาดสำหรับดื่ม (๑๒) จัดให้มีการป้องกันอุบัติเหตุ หรืออันตรายที่อาจเกิดจากเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องเคลื่อนย้ายหยิบยกหรือลำเลียงวัสดุ สายไฟฟ้า ท่อไอน้ำหรือวัตถุอันเป็นสื่อส่งกำลังในโรงงาน โดยจัดให้มีรั้ว เครื่องกั้นหรือเครื่องป้องกันอย่างอื่นเพื่อความปลอดภัย (๑๓) จัดให้มีการเก็บและการใช้โดยปลอดภัยเกี่ยวกับวัตถุมีพิษ วัตถุเคมี วัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด หรือวัตถุอื่น ที่อาจเป็นอันตรายหรือที่อาจทำให้เกิดฝุ่นละออง ความร้อน แสงหรือเสียง ซึ่งเป็นอันตรายในการปฏิบัติงานในหน้าที่ที่เกี่ยวกับวัตถุนั้น ๆ ทั้งนี้ ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการนั้น ตลอดจนจัดให้มีวิธีการป้องกันและเครื่องป้องกันมิให้เกิดอันตรายแก่คนงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่นั้น ๆ ด้วย (๑๔) ประกอบกิจการโรงงานมิให้เกิดเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยสาธารณสุข (๑๕) จัดทำรายงานเกี่ยวกับปริมาณการผลิตและการจำหน่ายของโรงงาน (๑๖) จัดให้มีการกระทำอย่างอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา

หมวด ๓ การสั่งพักใช้ใบอนุญาตและเพิกถอนใบอนุญาต

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง ประกาศหรือเงื่อนไขที่ออกหรือกำหนดตามความในพระราชบัญญัตินี้ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งสั่งตามพระราชบัญญัตินี้ ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานได้ โดยมีกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร ในกรณีดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ถ้าการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามนั้นเป็นการร้ายแรง ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานเสียก็ได้

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๔๐ ให้อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ การอุทธรณ์ตามมาตรา ๔๑ ย่อมไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

หมวด ๔ บทกำหนดโทษ

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ ผู้ใดตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานตามมาตรา ๘ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และให้ศาลสั่งให้ผู้ตั้งโรงงานนั้นหยุดติดตั้งเครื่องจักรหรือรื้อถอนเครื่องจักรที่ติดตั้งไว้ได้ตามที่เห็นสมควร ในกรณีที่โรงงานตามวรรคหนึ่งเป็นโรงงานประเภทหรือชนิดที่ไม่อนุญาตให้ตั้ง ตามประกาศของรัฐมนตรีออกตามความในมาตรา ๓๓ (๑) หรือมาตรา ๓๔ ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท และให้ศาลสั่งให้ผู้ตั้งโรงงานนั้นหยุดติดตั้งเครื่องจักรหรือรื้อถอนเครื่องจักรที่ติดตั้งไว้ได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ ผู้ใดประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานนั้นหยุดประกอบกิจการโรงงาน ในกรณีที่โรงงานตามวรรคหนึ่งเป็นโรงงานประเภทหรือชนิดที่ไม่อนุญาตให้ตั้งตามประกาศของรัฐมนตรีออกตามความในมาตรา ๓๓ (๑) หรือมาตรา ๓๔ ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานนั้นหยุดประกอบกิจการโรงงาน

มาตรา ๔๔ ทวิ

มาตรา ๔๔ ทวิ ผู้ใดประกอบกิจการโรงงานภายหลังที่ได้มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา๓๕หรือในระหว่างที่ได้มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือภายหลังที่ได้มีคำสั่งสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา๔๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและให้ศาลสั่งให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานนั้นหยุดประกอบกิจการโรงงานจนกว่าจะสิ้นกำหนดระยะเวลาของการสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือโดยตลอดไปแล้วแต่กรณี

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๙ หรือ มาตรา ๓๐ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานผู้ใดขยายโรงงานโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขยายโรงงาน หรือประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ใด้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานในส่วนที่ขยายตามมาตรา ๒๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานนั้นหยุดขยายโรงงานหรือหยุดประกอบกิจการโรงงานในส่วนที่ขยาย หรือรื้อถอนส่วนที่ขยายได้ตามที่เห็นสมควร ในกรณีที่โรงงานตามวรรคหนึ่งเป็นโรงงานประเภทหรือชนิดที่ไม่อนุญาตให้ขยายตามประกาศของรัฐมนตรีออกตามความในมาตรา ๓๓ (๑) ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานนั้นหยุดขยายโรงงานหรือหยุดประกอบกิจการโรงงานในส่วนที่ขยาย หรือรื้อถอนส่วนที่ขยายได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ให้ความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา ๓๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งตามมาตรา ๓๖ (๓) หรือ (๔) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๔๙

มาตรา ๔๙ ผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้เครื่องจักรที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ผูกมัดประทับตราไว้ตามมาตรา ๓๖ (๗)กลับทำงานได้อีก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ<o:p>

มาตรา ๔๙ ทวิ

มาตรา ๔๙ ทวิ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ให้ความสะดวกแก่บุคคลซึ่งปลัดกระทรวง หรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตมอบหมายให้เข้าจัดทำเพื่อให้การเป็นไปตามคำสั่งตามมาตรา ๓๘ ทวิ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๕๐

มาตรา ๕๐ ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๙ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๗) (๘) (๙) (๑๑) (๑๕) หรือ (๑๖) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๙ (๖) (๑๐) (๑๒) (๑๓) หรือ (๑๔) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๕๐ ทวิ

มาตรา ๕๐ ทวิ ในกรณีที่ห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือนิติบุคคคลอื่นกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการกระทำอันเป็นความผิดนั้น ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า การกระทำนั้นได้กระทำโดยตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย บทเฉพาะกาล

มาตรา ๕๑

มาตรา ๕๑ บรรดาโรงงานที่บุคคลได้ขึ้นทะเบียนไว้ หรือที่ได้รับใบอนุญาตให้ตั้งโรงงานและหนังสืออนุญาตให้เปิดดำเนินงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พุทธศักราช ๒๔๘๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ อยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับให้ดำเนินงานต่อไป แต่การขึ้นทะเบียนไว้หรือใบอนุญาตให้ตั้งโรงงานและหนังสืออนุญาตให้เปิดดำเนินงานดังกล่าวนั้นให้ใช้ได้จนถึงวันสิ้นปีปฏิทินแห่งปีที่สามนับแต่ปีที่พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับโดยให้บุคคลดังกล่าวมีฐานะเสมือนเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามพระราชบัญญัตินี้ หากประสงค์จะประกอบกิจการโรงงานต่อไปให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามพระราชบัญญัตินี้ก่อนสิ้นกำหนดเวลานั้นและให้นำมาตรา ๑๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๕๒

มาตรา ๕๒ ให้บุคคลซึ่งมีฐานะเป็นผู้ประกอบกิจการโรงงานตามมาตรา ๕๑ ปฏิบัติการให้ถูกต้องตามมาตรา ๓๙ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับ แต่ในระหว่างระยะเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติการให้ถูกต้องตามมาตรา ๓๙ ให้คงปฏิบัติการเกี่ยวกับการรักษาโรงงานให้ปลอดภัยตามพระราชบัญญัติโรงงาน พุทธศักราช ๒๔๘๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓

มาตรา ๕๓

มาตรา ๕๓ บรรดาโรงงานที่ได้ดำเนินงานอยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้เป็นผลบังคับ แต่ไม่เป็นโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พุทธศักราช ๒๔๘๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ หากดำเนินงานต่อไปก็ให้กระทำได้ แต่ผู้ประกอบกิจการนั้นต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามพระราชบัญญัตินี้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับ เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว ให้คงประกอบกิจการต่อไปอีกได้จนกว่าจะมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๕๔

มาตรา ๕๔ ให้ใช้พระราชบัญญัติโรงงาน พุทธศักราช ๒๔๘๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ บังคับแก่คดีเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าว บรรดาที่ได้มีการยื่นฟ้องต่อศาลแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับ

มาตรา ๕๕

มาตรา ๕๕ คำขออนุญาตใด ๆ ที่ได้ยื่นไว้และการอนุญาตใด ๆ ที่ใด้ให้ไว้ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พุทธศักราช ๒๔๘๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ และยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของผู้อนุญาตหรือการปฏิบัติของผู้ขออนุญาตตามที่ได้รับอนุญาต แล้วแต่กรณี ให้ถือว่าเป็นคำขออนุญาตและการอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้โดยอนุโลม ในกรณีที่คำขออนุญาตหรือการอนุญาตดังกล่าวมีข้อแตกต่างไปจากคำขออนุญาตหรือการอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายให้ออกใบอนุญาตมีอำนาจสั่งให้แก้ไขเพิ่มเติมคำขออนุญาตหรือการอนุญาตนั้น ๆ ได้ตามความจำเป็นหรือสมควร เพื่อให้การเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี อัตราค่าธรรมเนียม (๑) คำขอ ฉบับละ ๕ บาท (๒) ใบอนุญาตตั้งโรงงานที่ใช้ คนงานตั้งแต่เจ็ดคนแต่ไม่ ถึงยี่สิบคนประกอบกิจการ โดยไม่ใช้เครื่องจักรหรือใช้ เครื่องจักรไม่ถึงสองแรงม้า ฉบับละ ๒๐๐ บาท (๓) ใบอนุญาตตั้งโรงงานที่ใช้ คนงานตั้งแต่ยี่สิบคนขึ้นไป ประกอบกิจการโดยไม่ใช้ เครื่องจักรหรือใช้เครื่องจักร ไม่ถึงสองแรงม้า ฉบับละ ๓๐๐ บาท (๔) ใบอนุญาตตั้งโรงงานที่ใช้ เครื่องจักรประกอบกิจการ ตั้งแต่สองแรงม้าหรือกำลัง เทียบเท่าตั้งแต่สองแรงม้า แต่ไม่ถึงห้าแรงม้า ฉบับละ ๒๐๐ บาท (๕) ใบอนุญาตตั้งโรงงานที่ใช้ เครื่องจักรประกอบกิจการ ตั้งแต่ห้าแรงม้าหรือกำลัง เทียบเท่าตั้งแต่ห้าแรงม้า แต่ไม่ถึงสิบแรงม้า ฉบับละ ๓๐๐ บาท (๖) ใบอนุญาตตั้งโรงงานที่ใช้ เครื่องจักรประกอบกิจการ ตั้งแต่สิบแรงม้าหรือกำลัง เทียบเท่าตั้งแต่สิบแรงม้า แต่ไม่ถึงยี่สิบแรงม้า ฉบับละ ๔๐๐ บาท (๗) ใบอนุญาตตั้งโรงงานที่ใช้ เครื่องจักรประกอบกิจการ ตั้งแต่ยี่สิบแรงม้าหรือกำลัง เทียบเท่าตั้งแต่ยี่สิบแรงม้า แต่ไม่ถึงสามสิบแรงม้า ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๘) ใบอนุญาตตั้งโรงงานที่ใช้ เครื่องจักรประกอบกิจการ ตั้งแต่สามสิบแรงม้าหรือ กำลังเทียบเท่าตั้งแต่สามสิบ แรงม้าแต่ไม่ถึงห้าสิบแรงม้า ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๙) ใบอนุญาตตั้งโรงงานที่ใช้ เครื่องจักรประกอบกิจการ ตั้งแต่ห้าสิบแรงม้าหรือกำลัง เทียบเท่าตั้งแต่ห้าสิบแรงม้า แต่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแรงม้า ฉบับละ ๑,๕๐๐ บาท (๑๐) ใบอนุญาตตั้งโรงงานที่ใช้ เครื่องจักรประกอบกิจการ ตั้งแต่หนึ่งร้อยแรงม้าหรือ กำลังเทียบเท่าตั้งแต่หนึ่งร้อย แรงม้าแต่ไม่ถึงสองร้อย แรงม้า ฉบับละ ๒,๐๐๐ บาท (๑๑) ใบอนุญาตตั้งโรงงานที่ใช้ เครื่องจักรประกอบกิจการ ตั้งแต่สองร้อยแรงม้าหรือ กำลังเทียบเท่าตั้งแต่สองร้อย แรงม้าแต่ไม่ถึงสามร้อย แรงม้า ฉบับละ ๓,๐๐๐ บาท (๑๒) ใบอนุญาตตั้งโรงงานที่ใช้ เครื่องจักรประกอบกิจการ ตั้งแต่สามร้อยแรงม้าหรือ กำลังเทียบเท่าตั้งแต่สาม ร้อยแรงม้าแต่ไม่ถึงสี่ร้อย แรงม้า ฉบับละ ๔,๐๐๐ บาท (๑๓) ใบอนุญาตตั้งโรงงานที่ใช้ เครื่องจักรประกอบกิจการ ตั้งแต่สี่ร้อยแรงม้าหรือกำลัง เทียบเท่าตั้งแต่สี่ร้อยแรงม้า แต่ไม่ถึงห้าร้อยแรงม้า ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท (๑๔) ใบอนุญาตตั้งโรงงานที่ใช้ เครื่องจักรประกอบกิจการ ตั้งแต่ห้าร้อยแรงม้าหรือ กำลังเทียบเท่าตั้งแต่ห้าร้อย แรงม้าแต่ไม่ถึงเจ็ดร้อย แรงม้า ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท (๑๕) ใบอนุญาตตั้งโรงงานที่ใช้ เครื่องจักรประกอบกิจการ ตั้งแต่เจ็ดร้อยแรงม้าหรือ กำลังเทียบเท่าตั้งแต่เจ็ดร้อย แรงม้าแต่ไม่ถึงหนึ่งพัน แรงม้า ฉบับละ ๑๕,๐๐๐ บาท (๑๖) ใบอนุญาตตั้งโรงงานที่ใช้ เครื่องจักรประกอบกิจการ ตั้งแต่หนึ่งพันแรงม้าขึ้นไป หรือกำลังเทียบเท่าตั้งแต่ หนึ่งพันแรงม้าขึ้นไป ฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท (๑๗) ใบอนุญาตประกอบกิจการ โรงงานที่ใช้คนงานตั้งแต่ เจ็ดคนแต่ไม่ถึงยี่สิบคน ประกอบกิจการโดยไม่ใช้ เครื่องจักรหรือใช้เครื่องจักร ไม่ถึงสองแรงม้า ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๑๘) ใบอนุญาตประกอบกิจการ โรงงานที่ใช้คนงานตั้งแต่ ยี่สิบคนขึ้นไปประกอบ กิจการโดยไม่ใช้เครื่องจักร หรือใช้เครื่องจักรไม่ถึงสอง แรงม้า ฉบับละ ๑๕๐ บาท (๑๙) ใบอนุญาตประกอบกิจการ โรงงานที่ใช้เครื่องจักร ประกอบกิจการตั้งแต่สอง แรงม้าหรือกำลังเทียบเท่า ตั้งแต่สองแรงม้าแต่ไม่ถึงห้า แรงม้า ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๒๐) ใบอนุญาตประกอบกิจการ โรงงานที่ใช้เครื่องจักรประ- กอบกิจการตั้งแต่ห้าแรงม้า หรือกำลังเทียบเท่าตั้งแต่ห้า แรงม้าแต่ไม่ถึงสิบแรงม้า ฉบับละ ๑๕๐ บาท (๒๑) ใบอนุญาตประกอบกิจการ โรงงานที่ใช้เครื่องจักร ประกอบกิจการตั้งแต่สิบ แรงม้าหรือกำลังเทียบเท่า ตั้งแต่สิบแรงม้าแต่ไม่ถึง ยี่สิบแรงม้า ฉบับละ ๒๐๐ บาท (๒๒) ใบอนุญาตประกอบกิจการ โรงงานที่ใช้เครื่องจักร ประกอบกิจการตั้งแต่ยี่สิบ แรงม้าหรือกำลังเทียบเท่า ตั้งแต่ยี่สิบแรงม้าแต่ไม่ถึง สามสิบแรงม้า ฉบับละ ๒๕๐ บาท (๒๓) ใบอนุญาตประกอบกิจการ โรงงานที่ใช้เครื่องจักร ประกอบกิจการตั้งแต่สามสิบ แรงม้าหรือกำลังเทียบเท่า ตั้งแต่สามสิบแรงม้าแต่ไม่ ถึงห้าสิบแรงม้า ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๒๔) ใบอนุญาตประกอบกิจการ โรงงานที่ใช้เครื่องจักร ประกอบกิจการตั้งแต่ห้าสิบ แรงม้าหรือกำลังเทียบเท่า ตั้งแต่ห้าสิบแรงม้าแต่ไม่ถึง หนึ่งร้อยแรงม้า ฉบับละ ๗๕๐ บาท (๒๕) ใบอนุญาตประกอบกิจการ โรงงานที่ใช้เครื่องจักร ประกอบกิจการตั้งแต่หนึ่ง ร้อยแรงม้าหรือกำลังเทียบ เท่าตั้งแต่หนึ่งร้อยแรงม้าแต่ ไม่ถึงสองร้อยแรงม้า ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๒๖) ใบอนุญาตประกอบกิจการ โรงงานที่ใช้เครื่องจักร ประกอบกิจการตั้งแต่สอง ร้อยแรงม้าหรือกำลังเทียบ เท่าตั้งแต่สองร้อยแรงม้าแต่ ไม่ถึงสามร้อยแรงม้า ฉบับละ ๑,๕๐๐ บาท (๒๗) ใบอนุญาตประกอบกิจการ โรงงานที่ใช้เครื่องจักร ประกอบกิจการตั้งแต่สาม ร้อยแรงม้าหรือกำลังเทียบ เท่าตั้งแต่สามร้อยแรงม้าแต่ ไม่ถึงสี่ร้อยแรงม้า ฉบับละ ๒,๐๐๐ บาท (๒๘) ใบอนุญาตประกอบกิจการ โรงงานที่ใช้เครื่องจักรประ กอบกิจการตั้งแต่สี่ร้อยแรง ม้าหรือกำลังเทียบเท่าตั้งแต่ สี่ร้อยแรงม้าแต่ไม่ถึงห้าร้อย แรงม้า ฉบับละ ๒,๕๐๐ บาท (๒๙) ใบอนุญาตประกอบกิจการ โรงงานที่ใช้เครื่องจักรประ- กอบกิจการตั้งแต่ห้าร้อย แรงม้าหรือกำลังเทียบเท่า ตั้งแต่ห้าร้อยแรงม้าแต่ไม่ถึง เจ็ดร้อยแรงม้า ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท (๓๐) ใบอนุญาตประกอบกิจการ โรงงานที่ใช้เครื่องจักรประ- กอบกิจการตั้งแต่เจ็ดร้อย แรงม้าหรือกำลังเทียบเท่า ตั้งแต่เจ็ดร้อยแรงม้าแต่ไม่ ถึงหนึ่งพันแรงม้า ฉบับละ ๗,๕๐๐ บาท (๓๑) ใบอนุญาตประกอบกิจการ โรงงานที่ใช้เครื่องจักรประ- กอบกิจการตั้งแต่หนึ่งพัน แรงม้าขึ้นไปหรือกำลังเทียบ เท่าตั้งแต่หนึ่งพันแรงม้า ขึ้นไป ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท (๓๒) ใบอนุญาตขยายโรงงานให้ เป็นไปตามอัตราใน (๒) ถึง (๑๖) (๓๒ ทวิ) ใบอนุญาตประกอบ กิจการโรงงานในส่วนที่ ขยายให้เป็นไปตามอัตราใน (๑๙) ถึง (๓๐) สำหรับ ส่วนที่ขยาย (๓๓) การต่ออายุใบอนุญาตประ- กอบกิจการโรงงานให้เป็น ไปตามอัตราใน (๑๗) ถึง ( ๓๑) (๓๔) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๕๐ บาท หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติโรงงาน พุทธศักราช ๒๔๘๒ และพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ ได้ประกาศใช้มาเป็นเวลานานแล้ว สภาพการณ์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ฉะนั้น เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศในปัจจุบัน จึงสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยโรงงานเสียใหม่ พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๘

附則

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๑๘附則

มาตรา ๑๘ บรรดาโรงงานของทางราชการหรือโรงงานขององค์การของรัฐที่ได้ดำเนินงานโดยทางราชการหรือองค์การของรัฐอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และมิได้เป็นโรงงานที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๑๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัตินี้ ถ้าประสงค์จะดำเนินกิจการต่อไป ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามมาตรา ๑๒ แห่งพระระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๑๒ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และต้องปรับปรุงโรงงานหรือปฏิบัติการให้ถูกต้องตามมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๑๒ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้นำความในมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๑๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๙附則

มาตรา ๑๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๓๙ ลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ว่าด้วยการส่งเสริมและควบคุมการผลิตและจำหน่ายน้ำเข็งถูกยกเลิกไป จำเป็นต้องแก้ไขความในมาตรา ๘ และมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๑๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๔๐ ลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ เสียใหม่ ประกอบกับบทบัญญัติในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๑๒ บางมาตราที่ใช้อยู่ยังไม่รัดกุมและเหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน และเพื่อเป็นการป้องกันขจัด มิให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมและพิษภัยอันจะมีผลกระทบกระเทือนต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชน ตลอดจนเป็นการทำลายทรัพยากรของชาติ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติดังกล่าวเสียใหม่ และเพิ่มกำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนกฎหมายให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัตินี้ คือ โดยที่การฝ่าฝืนตั้งโรงงาน ประกอบกิจการโรงงาน และขยายโรงงานโดยไม่ได้รับใบอนุญาตมีอยู่เป็นจำนวนมาก และโรงงานบางประเภทที่มีการฝ่าฝืนนั้น เป็นโรงงานที่ทางราชการไม่อนุญาตให้ตั้งหรือขยายเพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจของประเทศและเพื่อประโยชน์ในการจัดให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยผังเมือง สมควรเพิ่มอัตราโทษอาญาแก่การกระทำความผิดเกี่ยวกับโรงงานประเภทดังกล่าว และจากที่เป็นมา การดำเนินการทางกฎหมายแก่โรงงานที่ตั้ง ขยายหรือดำเนินกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตนี้ ปรากฏว่าการกำหนดแต่โทษอาญาไว้นั้นไม่ได้ผลในทางการปรามผู้มีเจตนาฝ่าฝืนได้เท่าที่ควร สมควรให้ศาลสามารถมีคำสั่งให้มีการหยุดติดตั้งเครื่องจักร รื้อถอนเครื่องจักร หยุดประกอบกิจการโรงงาน หยุดขยายโรงงานหรือรื้อถอนโรงงานในส่วนที่ขยายได้ตามควรแก่กรณี ซึ่งคำสั่งของศาลในเรื่องนี้นอกจากจะเป็นมาตรการทางแพ่งที่จะสั่งควบคู่กับการลงโทษอาญาเพื่อให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ศาลอาจมีคำสั่งเช่นว่านี้เป็นการชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา เพื่อระงับการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนนั้นต่อไปหรือป้องกันความเสียหายที่จะเกิดแก่สังคมหรือประชาชนในทางเศรษฐกิจและทางสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย นอกจากนั้นการกำหนดให้แต่กรรมการและผู้จัดการต้องรับผิดในการกระทำผิดของนิติบุคคลต่าง ๆ นั้นยังแคบไป สมควรขยายให้บุคคลซึ่งมีส่วนรับผิดชอบในการกระทำผิดนั้นมีความรับผิดด้วย เพื่อความรัดกุมในการบังคับการตามกฎหมายและให้สอดคล้องกับกฎหมายอื่น ๆ อันเกี่ยวกันผู้ต้องร่วมรับผิดในการกระทำของนิติบุคคล จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查