我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2485 (ยกเลิก)

ยล093-1B-0001法律・公布 1944-12-30・全 35 條

อารัมภบท

พระราชบัญญัติ ราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕ (ยกเลิก) ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐ และวันที่ ๑๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๔) อาทิตย์ทิพอาภา พล อ.พิชเยนทรโยธิน ปรีดี พนมยงค์ ตราไว้ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๘๕ เป็นปีที่ ๙ ในรัชกาลปัจจุบัน โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วย ราชบัณฑิตยสถาน จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๗๖

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมวด ๑ ฐานะและหน้าที่

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้ราชบัณฑิตยสถาน เป็นทบวงการเมือง อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้ราชบัณฑิตยสถาน มีหน้าที่ (๑) ค้นคว้าและบำรุงสรรพวิชาให้เป็นคุณประโยชน์แก่ชาติและประชาชน (๒) ติดต่อและแลกเปลี่ยนความรู้กับองค์การปราชญ์อื่น ๆ (๓) ให้ความเห็น คำปรึกษา และปฏิบัติการเกี่ยวกับวิชาตามความประสงค์ ของรัฐบาล

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้แบ่งงานของราชบัณฑิตยสถาน เป็น ๓ สำนัก คือ (๑) สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง (๒) สำนักวิทยาศาสตร์ (๓) สำนักศิลปกรรม

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้แบ่งวิชาของสำนักธรรมศาสตร์และการเมืองเป็น ๓ ประเภท คือ (๑) ปรัชญา (๒) สังคมศาสตร์ (๓) ประวัติศาสตร์

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้แบ่งวิชาของสำนักวิทยาศาสตร์เป็น ๓ ประเภท คือ (๑) วิทยาศาสตร์กายภาพ (๒) วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (๓) วิทยาศาสตร์ประยุกต์

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้แบ่งวิชาของสำนักศิลปกรรมเป็น ๓ ประเภท คือ (๑) วรรณศิลป์ (๒) สถาปัตยศิลป์ (๓) วิจิตรศิลป์

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ การแบ่งวิชาแต่ละประเภทออกเป็นสาขาให้เป็นไปตาม ระเบียบการของราชบัณฑิตยสถาน

หมวด ๒ สมาชิก

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ราชบัณฑิตยสถานมีสมาชิก ๓ ประเภท คือ (๑) ภาคีสมาชิก (๒) ราชบัณฑิต (๓) ราชบัณฑิตกิติมศักดิ์

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ภาคีสมาชิกได้แก่ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาใดสาขาหนึ่งแห่งวิชา ซึ่งสมัครเข้าทำการร่วมกับราชบัณฑิตยสถาน โดยได้ยื่นความจำนงตามระเบียบการของราชบัณฑิตยสถาน และเมื่อราชบัณฑิตยสถานได้รับสมัครแล้ว คุณวุฒิดังกล่าวในวรรคก่อน ได้แก่การแสดงความสามารถดังต่อไปนี้ (๑) ได้คิดขึ้นใหม่หรือคิดแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นซึ่งแบบวิธีหรือหลักอันใดซึ่ง ราชบัณฑิตยสถานเห็นว่าเป็นประโยชน์ถึงขนาด (๒) ได้แต่งหนังสือซึ่งราชบัณฑิตยสถานเห็นว่าดีถึงขนาด และหนังสือนั้นได้พิมพ์โฆษณาแล้ว ถ้าเป็นหนังสือซึ่งแปลจากภาษาอื่น ต้นฉบับต้องเป็นที่ยกย่องกันว่า เป็นหนังสือชั้นเยี่ยม และคำแปลนั้นเป็นคำแปลที่ถูกต้อง (๓) ได้แสดงฝีมือจนมีชื่อเสียงเกียรติคุณในศิลปะ หรือ (๔) ได้เคยสอนวิชาเฉพาะในฐานะอาจารย์แห่งสำนักอุดมศึกษา ซึ่งรัฐบาลได้รับรองแล้ว

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ผู้สมัครเป็นภาคีสมาชิก จะสมัครได้แต่ในสำนักเดียวและเฉพาะวิชาเดียว

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ จำนวนภาคีสมาชิกซึ่งจะมีได้ในแต่ละสำนักให้กำหนดไว้ ในระเบียบการของราชบัณฑิตยสถาน

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ การเลือกและการแต่งตั้งราชบัณฑิตในตำแหน่งใหม่ให้ใช้วิธีการดังต่อไปนี้ (๑) ให้นายกราชบัณฑิตยสถานเสนอความเห็นขออนุมัติให้มีการเลือกราชบัณฑิตต่อนายกรัฐมนตรี เมื่อนายกรัฐมนตรีอนุมัติแล้วให้ดำเนินการได้ (๒) ก่อนการเลือกหกสิบวัน ให้เลขาธิการราชบัณฑิตยสถานแจ้งแก่ภาคีสมาชิกและผู้ที่เคยเป็นภาคีสมาชิกในสาขาวิชานั้น ๆ ผู้ใดประสงค์จะเข้ารับเลือกให้ยื่นความจำนงต่อเลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน (๓) ผู้ที่จะเข้ารับเลือกต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังนี้ (ก) มีสัญชาติไทย (ข) มีอายุสามสิบห้าปีบริบูรณ์แล้ว (ค) เป็นหรือเคยเป็นภาคีสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ตามความในมาตรา ๖ จนได้รับความนิยมว่าเป็นผู้มีความรู้แตกฉานในสาขาวิชาที่ตนสมัครรับเลือกนั้น (ง) ไม่เคยมีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง (๔) เมื่อที่ประชุมราชบัณฑิตได้เลือกผู้ใดแล้ว ให้นายกราชบัณฑิตยสถานรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงแต่งตั้งเป็นราชบัณฑิต

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ การเลือกและการแต่งตั้งราชบัณฑิตในตำแหน่งที่ว่างให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ราชบัณฑิตกิติมศักดิ์ได้แก่ผู้ทรงเกียรติคุณในวิชาประเภทใดประเภทหนึ่ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงแต่งตั้งเป็นพิเศษ ตามคำแนะนำของราชบัณฑิตยสถาน

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ สมาชิกราชบัณฑิตยสถานพ้นจากตำแหน่ง ด้วยเหตุ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ไร้ความสามารถ (๔) ขาดจากสัญชาติไทย (๕) ไม่สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถานตามความในมาตรา ๖ และที่ประชุมราชบัณฑิตวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งโดยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวนราชบัณฑิตที่มาประชุม หรือ (๖) มีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง และที่ประชุมราชบัณฑิตวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งโดยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวนราชบัณฑิตที่มาประชุม ในกรณีที่ราชบัณฑิตพ้นจากตำแหน่ง ให้นายกราชบัณฑิตยสถานรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความกราบบังคมทูลให้ทรงทราบ

หมวด ๓ กิจการ

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ เมื่อทรงแต่งตั้งราชบัณฑิตแล้ว (๑) ให้ราชบัณฑิตแต่ละสำนักประชุมกัน เลือกตั้งราชบัณฑิตในสำนักของตนเป็นประธานและเลขานุการสำหรับสำนัก (๒) ให้ราชบัณฑิตทุกสำนักรวมประชุมกันเลือกตั้งราชบัณฑิตเป็นนายก อุปนายก และเลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน เพื่อปฏิบัติงานทั่วไปตามระเบียบการของราชบัณฑิตยสถาน

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ นายก อุปนายก เลขาธิการราชบัณฑิตยสถานกับทั้งประธานและเลขานุการสำนักซึ่งได้เลือกตั้งขึ้นตามความในมาตรา ๒๐ นั้นให้ดำรงตำแหน่งสองปี เมื่อครบกำหนดแล้วให้มีการเลือกตั้งใหม่ และจะเลือกตั้งผู้ที่รับตำแหน่งมาแล้วอีกก็ได้

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ให้มีการประชุมของสำนักตามระเบียบการของราชบัณฑิตยสถาน เพื่อปรึกษาการงานของสำนัก และแถลงเรื่องที่ค้นคว้าได้ทั้งเพื่อวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับความรู้บรรดาที่ภาคีสมาชิกและราชบัณฑิตส่งมายังสำนักตามความในมาตรา ๒๘

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ให้มีการประชุมราชบัณฑิตทุกสำนักร่วมกันอย่างน้อยปีละสองครั้ง เพื่อปรึกษาการงานของราชบัณฑิตยสถาน และพิจารณาเรื่องที่สำนักต่าง ๆ นำเสนอ รวมตลอดทั้งวางระเบียบการของราชบัณฑิตยสถาน

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ในการประชุมและการปรึกษาของราชบัณฑิตยสถานให้นำข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎรมาใช้โดยอนุโลม

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ในการประชุมของสำนักตามมาตรา ๒๒ ภาคีสมาชิกสำนักนั้น ๆ มีสิทธิเข้าร่วมประชุมและแสดงความเห็น ไต่ถามหรืออภิปรายแต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ในการประชุมราชบัณฑิตตามมาตรา ๒๓ ภาคีสมาชิกทุกสำนักมีสิทธิเข้าฟังการประชุม แต่ไม่มีสิทธิแสดงความเห็น ไต่ถามหรืออภิปรายอย่างหนึ่งอย่างใด

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ บุคคลภายนอกจะเข้าฟังการประชุมและการปรึกษาของราชบัณฑิตยสถานได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาต และได้ปฏิบัติตามระเบียบการของราชบัณฑิตยสถาน

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ภาคีสมาชิกและราชบัณฑิตมีหน้าที่เสนอเรื่องเกี่ยวกับวิชาที่ตนค้นคว้าได้ต่อสำนักของตนตามระเบียบการของราชบัณฑิตยสถาน

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ ข้อความที่พิจารณากันในที่ประชุม ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิชาให้ราชบัณฑิตยสถานนำออกโฆษณาเท่าที่จะทำได้

หมวด ๔ เอกสิทธิของสมาชิก

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ให้สมาชิกมีเอกสิทธิประดับเครื่องหมายตามระเบียบการของราชบัณฑิตยสถาน

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ให้ภาคีสมาชิกมีเอกสิทธิรับเงินอุปการะตามระเบียบการของราชบัณฑิตยสถาน

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ ให้ราชบัณฑิตยสถานมีเอกสิทธิดังต่อไปนี้ (๑) รับเงินอุปการะตามระเบียบการของราชบัณฑิตยสถาน (๒) ได้ความยกย่องในงานพิธีหรือสโมสรสันนิบาตทางราชการเสมอด้วยข้าราชการชั้นพิเศษ (๓) รับอุปการะจากราชบัณฑิตยสถานตามสมควร ในกรณีที่พ้นจากตำแหน่งและอยู่ในพฤติการณ์ที่ควรอนุเคราะห์ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน (ฉะบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๗

附則

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๗附則

มาตรา ๗ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查