พระราชบัญญัติ ยกเลิกพระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๕๘
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นปีที่ ๗๐ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรยกเลิกกฎหมายว่าด้วยการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๕๘”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “การซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า การซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า “สัญญาซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า “ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า
ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าประเภทนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า “ตลาด” หมายความว่า ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า “ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า
ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า “บริษัท” หมายความว่า บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า “สำนักงาน ก.ล.ต.” หมายความว่า
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ “คณะกรรมการตลาด” หมายความว่า คณะกรรมการตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า “คณะกรรมการ ก.ส.ล.” หมายความว่า
คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า “คณะกรรมการ ก.ล.ต.” หมายความว่า คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๒ และพระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ ในวันที่ยุบเลิกสำนักงานและตลาด ให้สำนักงานและตลาดยุบเลิกเมื่อครบกำหนดสิบห้าเดือนนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร
สำนักงานและตลาดอาจยุบเลิกก่อนระยะเวลาดังกล่าวได้ การยุบเลิกสำนักงานและตลาดก่อนครบกำหนดเวลาตามวรรคสอง เป็นไปตามเงื่อนเวลาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยคำแนะนำของคณะกรรมการ ก.ส.ล. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา การยกเลิกพระราชบัญญัติตามวรรคหนึ่ง
ไม่เป็นการลบล้างความผิดตามพระราชบัญญัติที่ได้กระทำก่อนวันที่พระราชบัญญัตินั้นถูกยกเลิก และไม่เป็นการระงับสิ้นไปซึ่งสิทธิเรียกร้องจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าที่เกิดขึ้นก่อนและในวันทำการซื้อขายล่วงหน้าวันสุดท้ายของตลาด
มาตรา ๕ มิให้นำความในมาตรา ๒๖ มาตรา ๔๔ มาตรา ๗๕ และมาตรา ๑๑๘ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๒ มาใช้บังคับกับศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือตัวแปรที่คณะกรรมการ
ก.ล.ต. ประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
มาตรา ๖ ให้สำนักงาน ก.ล.ต. และศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดำเนินการให้มีการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินค้าเกษตรเป็นสินค้าหรือตัวแปรตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าภายในห้าเดือนนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีหนังสือแจ้งตลาดไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจัดให้มีการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามวรรคหนึ่ง เมื่อศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจัดให้มีการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามวรรคหนึ่งแล้วห้ามตลาดจัดให้มีการซื้อขายล่วงหน้า
เว้นแต่การดำเนินการซื้อขายล่วงหน้าที่ตลาดได้ประกาศเดือนที่ครบกำหนดส่งมอบไว้แล้ว
มาตรา ๗ ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้ายื่นคำขอเลิกประกอบธุรกิจซื้อขายล่วงหน้าต่อสำนักงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ (๑) เมื่อตลาดได้ดำเนินการซื้อขายล่วงหน้าตามที่ตลาดได้ประกาศเดือนที่ครบกำหนดส่งมอบตามมาตรา ๖ วรรคสาม แล้วเสร็จ หรือ (๒)
ในระหว่างที่ตลาดยังดำเนินการซื้อขายล่วงหน้าตาม (๑) ยังไม่แล้วเสร็จ และไม่มีฐานะการถือครองในตลาดติดต่อกันห้าวันทำการซื้อขาย ให้ตลาดประกาศหยุดการดำเนินการซื้อขายล่วงหน้าเป็นการทั่วไป ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้ารายใดไม่ยื่นคำขอเลิกประกอบธุรกิจซื้อขายล่วงหน้าภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง
ให้ถือว่าผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้ารายนั้น ยื่นคำขอเลิกประกอบธุรกิจซื้อขายล่วงหน้าต่อสำนักงาน ในกรณีผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าไม่ดำเนินการคืนเงินหรือทรัพย์สินเพื่อใช้ในการซื้อขายล่วงหน้าแก่ลูกค้าให้ครบถ้วน
ให้สำนักงานแจ้งให้ตลาดจ่ายเงินหรือหลักทรัพย์ของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้ารายนั้นที่ได้วางไว้ตามมาตรา ๙๑ แห่งพระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้แก่ลูกค้าแทนผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า
มาตรา ๘ ในการออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อใช้บังคับกับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าซึ่งมีสินค้าเกษตรเป็นสินค้าหรือตัวแปรตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.
และศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าคำนึงถึงการส่งเสริมและพัฒนาการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรในอนาคต และเกษตรกร
ผู้ประกอบการโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตรและผู้ส่งออกสามารถวางแผนการผลิตและการค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดการค้าได้ อันจะนำไปสู่การรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรในระยะยาว
มาตรา ๙ ให้สำนักงานและตลาดส่งมอบเอกสาร หลักฐาน หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งอยู่ในความครอบครองให้แก่สำนักงาน ก.ล.ต. และศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า แล้วแต่กรณี ตามที่จะตกลงกัน
มาตรา ๑๐ สำนักงานและตลาดซึ่งได้ยุบเลิกไปตามความในมาตรา ๔ ให้ถือว่ายังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี
มาตรา ๑๑ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แต่งตั้งคณะกรรมการผู้ชำระบัญชีของสำนักงานและคณะกรรมการผู้ชำระบัญชีของตลาด โดยแต่ละคณะมีจำนวนไม่เกินเจ็ดคน และอย่างน้อยต้องประกอบด้วยผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง และผู้แทนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด มาใช้บังคับกับการชำระบัญชีของสำนักงานและตลาดโดยอนุโลม
ให้คณะกรรมการผู้ชำระบัญชีแต่ละคณะดำเนินการชำระบัญชีสำนักงานและตลาดให้แล้วเสร็จภายในสิบสองเดือนนับแต่วันถัดจากวันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แต่งตั้งคณะกรรมการผู้ชำระบัญชี ให้คณะกรรมการผู้ชำระบัญชีแต่ละคณะได้รับค่าตอบแทนตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กำหนด
โดยจ่ายจากทรัพย์สินของสำนักงานหรือตลาด แล้วแต่กรณี
มาตรา ๑๒ เมื่อเสร็จการชำระบัญชีแล้ว ให้คณะกรรมการผู้ชำระบัญชีปฏิบัติดังต่อไปนี้ (๑) เสนอรายงานการชำระบัญชีภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่เสร็จการชำระบัญชีต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อพิจารณาอนุมัติและเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบแล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ทั้งนี้
ให้ถือว่าวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นวันถึงที่สุดแห่งการชำระบัญชี (๒) โอนทรัพย์สินที่ยังคงเหลือของสำนักงานและตลาดให้แก่กระทรวงการคลัง ทั้งนี้ ต้องกระทำโดยไม่ชักช้า (๓) มอบสมุด บัญชี
และเอกสารทั้งหมดของสำนักงานและตลาดให้แก่กระทรวงพาณิชย์ภายในสิบสี่วันนับแต่วันถึงที่สุดแห่งการชำระบัญชีและให้กระทรวงพาณิชย์เก็บรักษาไว้สิบปีนับแต่วันดังกล่าว สมุด บัญชี และเอกสารที่มอบให้แก่กระทรวงพาณิชย์ตาม (๓) ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตรวจดูได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
มาตรา ๑๓ พนักงานของสำนักงานที่ประสงค์จะไปปฏิบัติงานกับสำนักงาน ก.ล.ต. และพนักงานของตลาดที่ประสงค์จะไปปฏิบัติงานกับบริษัท ต้องแสดงความจำนงเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ พนักงานที่แสดงความจำนงตามวรรคหนึ่ง มิให้ถือว่าเป็นการออกจากงานเพราะเลิกจ้าง
หากเลือกนับระยะเวลาการทำงานในสำนักงานหรือตลาดเป็นระยะเวลาการทำงานในสำนักงาน ก.ล.ต. หรือบริษัท แล้วแต่กรณี
มาตรา ๑๔ เมื่อสำนักงานและตลาดยุบเลิกตามมาตรา ๔ ให้สำนักงาน ก.ล.ต. และบริษัทรับพนักงานที่แสดงความจำนงตามมาตรา ๑๓ ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของพนักงานแต่ละคน โดยให้ได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าที่ได้รับอยู่เดิม
และได้รับสิทธิประโยชน์ไม่น้อยกว่าพนักงานในตำแหน่งลักษณะเดียวกันหรือเทียบเท่าพนักงานของสำนักงาน ก.ล.ต. หรือบริษัท แล้วแต่กรณี
มาตรา ๑๕ การรับพนักงานของสำนักงาน ก.ล.ต. หรือบริษัท ตามมาตรา ๑๓ ก่อนวันที่สำนักงานและตลาดยุบเลิกตามมาตรา ๔ ให้สำนักงาน ก.ล.ต. กับสำนักงาน และบริษัทกับตลาดร่วมกันพิจารณาโดยคำนึงถึงความเหมาะสมและสอดคล้องกับความจำเป็นในการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน เมื่อสำนักงาน ก.ล.ต. หรือบริษัท
ได้รับพนักงานของสำนักงานหรือตลาดรายใดแล้ว ให้ยุบอัตรากำลังของสำนักงานและตลาดดังกล่าว
มาตรา ๑๖ พนักงานของสำนักงานหรือตลาดที่ไม่แสดงความจำนงตามมาตรา ๑๓ และได้ปฏิบัติงานอยู่ที่สำนักงานหรือตลาดจนถึงวันที่สำนักงานและตลาดยุบเลิก หรือพนักงานของสำนักงานหรือตลาดที่เลือกไม่นับระยะเวลาการทำงานตามมาตรา ๑๓ วรรคสอง ให้ถือว่าเป็นการออกจากงานเพราะเลิกจ้างโดยมิใช่ความผิดของพนักงาน
ในระหว่างที่สำนักงานและตลาดยังไม่ยุบเลิก พนักงานที่ไม่แสดงความจำนงตามมาตรา ๑๓ และสำนักงานหรือตลาดไม่ประสงค์จ้างพนักงานรายนั้นอีกต่อไป ให้สำนักงานหรือตลาดเลิกจ้างพนักงานผู้นั้นได้ ให้สำนักงานและตลาดจ่ายสิทธิประโยชน์และสวัสดิการอื่นตามข้อบังคับของคณะกรรมการ ก.ส.ล. หรือคณะกรรมการตลาด แล้วแต่กรณี
แก่พนักงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันถัดจากวันที่พนักงานผู้นั้นถูกเลิกจ้าง
มาตรา ๑๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของตน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันตลาดซื้อขายล่วงหน้าของประเทศไทยมีสองตลาด คือ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในสินค้าทั่วไปตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
และตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าเกษตรตามกฎหมายว่าด้วยการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า สมควรให้มีการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าภายใต้กฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพียงตลาดเดียว
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการซื้อขายล่วงหน้าของประเทศไทยให้เกิดประโยชน์ต่อภาคการเกษตรและเศรษฐกิจของประเทศ ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาและรับรู้ราคาของสินค้าในอนาคต รวมทั้งจะทำให้เกิดการเข้าไปซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในสินค้าหลากหลายชนิดยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).