我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงเศรษฐการ ออกตามความในพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช 2481

ร0024-2B-0064法律・公布 1939-10-06・全 29 條

อารัมภบท

กฎกระทรวงเศรษฐการ ออกตามความในพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖๒ แห่งพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

หมวด ๑ ข้อความทั่วไป

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ใบประจำต่อที่จะออกให้ในกรณีที่ใบทะเบียนเรือไม่มีที่ว่างสำหรับกรอกรายการต่าง ๆ ได้ต่อไปนั้น ให้ใช้แบบพิมพ์ของกรมเจ้าท่า และเมื่อจะออกให้ผู้ใด ให้เจ้าพนักงานผู้ออกประทับตราตรงรอยต่อทุกครั้ง

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีที่ใบทะเบียนเรือชำรุดในสาระสำคัญหรือสูญหาย และได้ออกใบใหม่แทนใบเก่าแล้วนั้น เมื่อได้รับใบเก่าคืนและหมายเหตุไว้เป็นหลักฐานแล้ว ให้นายทะเบียนเรือประจำเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือนั้นเก็บรักษาใบทะเบียนเก่าไว้มีกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันได้รับคืน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้ทำลายเสียได้

ข้อ ๕

ข้อ ๕ เรือไทยที่ได้จดทะเบียนแล้ว เมื่อมีการเปลี่ยนตัวผู้ควบคุมเรือสำหรับเรือทุกขนาดที่มิใช่เรือซึ่งมีลักษณะสำหรับใช้เดินในทะเลลึก ผู้ควบคุมเรือคนใหม่ไม่ต้องนำใบทะเบียนกับประกาศนียบัตรหรือใบอนุญาตประจำตัวไปแสดงต่อเจ้าท่าหรือนายทะเบียนเรือหรือเจ้าพนักงานกงสุลไทย แล้วแต่กรณี ก่อนเรือออก

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่เรือไทยซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว ได้ตกไปโดยทางอื่นนอกจากนิติกรรมเป็นของบุคคลที่จะถือกรรมสิทธิ์เรือไทยได้นั้น เมื่อนายทะเบียนเรือได้รับคำร้องและพยานหลักฐานจากผู้ที่ได้กรรมสิทธิ์เป็นที่พอใจแล้ว ให้จัดการปิดประกาศคำร้องนั้นไว้ ณ ที่ทำการทะเบียนเรือแห่งเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือ และส่งสำเนาคำร้องดังกล่าวแล้วไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลาย ส่วนที่จะโฆษณาในหนังสือพิมพ์กี่ฉบับและจะโฆษณากี่วันแล้วแต่นายทะเบียนเรือจะพิจารณาเห็นสมควร ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาตามวรรคก่อนให้เรียกจากผู้ยื่นคำร้องตามจำนวนที่จำเป็นต้องจ่าย

ข้อ ๗

ข้อ ๗ เรือไทยที่ได้จดทะเบียนแล้ว ถ้าจะขอเปลี่ยนชื่อเรือ ให้ผู้ขอยื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมเจ้าท่าโดยผ่านทางนายทะเบียนเรือประจำเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือนั้น

ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อเรือแล้ว ให้นายทะเบียนเรือประจำเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือ แจ้งให้ผู้ขอจัดการแก้ชื่อที่ตัวเรือทุกแห่งให้ถูกต้องตรงกับชื่อที่ได้รับอนุญาตใหม่ แล้วนำมาให้ตรวจพร้อมด้วยเอกสารประจำเรือภายในกำหนดเวลาอันสมควร เมื่อได้ตรวจเห็นว่าชื่อที่แก้ใหม่นั้นถูกต้องเป็นที่พอใจแล้ว ให้นายทะเบียนเรือแก้ชื่อเรือในเอกสารประจำเรือทุกฉบับแล้วมอบให้ผู้ขอรับไป และให้นายทะเบียนเรือจัดการแก้ชื่อเรือในสมุดทะเบียนให้ตรงกับชื่อที่เปลี่ยนใหม่โดยมิชักช้า เมื่อได้จัดการแก้ชื่อเรือดังกล่าวนั้นเสร็จแล้ว ให้นายทะเบียนเรือจัดให้ปิดประกาศการเปลี่ยนชื่อเรือไว้ ณ ที่ทำการทะเบียนเรือแห่งเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือ และส่งสำเนาประกาศดังกล่าวแล้วไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์ที่แพร่หลาย ส่วนที่จะโฆษณาในหนังสือพิมพ์กี่ฉบับและจะโฆษณากี่วันแล้วแต่นายทะเบียนเรือจะพิจารณาเห็นสมควร ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาตามวรรคก่อนให้เรียกเก็บจากผู้ยื่นคำร้องตามจำนวนที่จำเป็นต้องจ่าย

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวเรือและส่วนอื่นของเรือให้ผิดไปจากรายการซึ่งปรากฏอยู่ในใบทะเบียน เมื่อนายทะเบียนเรือประจำเมืองท่าขึ้นทะเบียนขอเรือได้ออกใบทะเบียนให้ใหม่และได้รับใบทะเบียนเดิมคืน และจัดการหมายเหตุในสมุดทะเบียนเสร็จแล้ว ให้นายทะเบียนเรือเก็บรักษาใบทะเบียนใบเก่าไว้มีกำหนดหนึ่งปี นับแต่วันได้รับคืน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้ทำลายเสียได้

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ นอกจากจะมีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในกฎหมายว่าด้วยศุลกากร เรือที่มิใช่เรือทะเลซึ่งมีลักษณะสำหรับใช้เดินในทะเลลึก ให้ยกเว้นไม่ต้องมีเอกสารประจำเรือ ดังต่อไปนี้ ก. สัญญาคนประจำเรือ ช. ใบตราส่ง ค. บัญชีสินค้าสำหรับเรือ ง. สมุดปูมเรือ จ. ใบปล่อยเรือและใบอนุญาตเรือออกจากท่า แต่ถ้าเรือดังกล่าวแล้วเป็นเรือกลที่ได้รับอนุญาตให้เดินประจำทางซึ่งเจ้าท่าได้กำหนดเวลาให้ออกเรือเป็นการแน่นอนแล้ว ต้องมีสมุดปูมเรือ

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ใบทะเบียนชั่วคราว สัญญาคนประจำเรือ สมุดปูมเรือ และใบอนุญาตเรือออกจากท่า ให้ใช้แบบพิมพ์ของกรมเจ้าท่า และให้ใช้ภาษาที่ปรากฏในแบบพิมพ์นั้นตามที่กรมเจ้าท่าจะเห็นสมควร

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เรือไทยที่ได้จดทะเบียนแล้วดังต่อไปนี้ ผู้ควบคุมเรือไม่ต้องจัดให้มีการชักธงชาติไทยในกรณีดังที่ระบุไว้ในมาตรา ๕๒ แห่งพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ ก. เรือทะเลที่มีลักษณะสำหรับใช้เดินตามชายฝั่งทะเลทุกขนาดขณะที่อยู่ในน่านน้ำไทย ข. เรือลำน้ำทุกขนาดที่มิได้เดินติดต่อกับอาณาเขตต่างประเทศ

หมวด ๒ ค่าธรรมเนียม

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การจดทะเบียนเรือไทย ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามอัตราดังต่อไปนี้ เรือขนาดไม่เกิน ๑๐ ตันกรอส ๒๐ บาท เรือขนาดเกิน ๑๐ ตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๒๕ ตันกรอส๑๕๐ บาท เรือขนาดเกิน ๒๕ ตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๕๐ ตันกรอส๒๐๐ บาท เรือขนาดเกิน ๕๐ ตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๗๕ ตันกรอส๓๕๐ บาท เรือขนาดเกิน ๗๕ ตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๑๐๐ ตันกรอส๕๐๐ บาท เรือขนาดเกิน ๑๐๐ ตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ตันกรอส๙๐๐ บาท เรือขนาดเกิน ๑๕๐ ตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๒๐๐ ตันกรอส ๑,๐๐๐ บาท เรือขนาดเกิน ๒๐๐ ตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตันกรอสตันกรอสละ ๕ บาท เรือขนาดเกิน ๑,๐๐๐ ตันกรอสขึ้นไป ตันกรอสละ ๑๐ บาท

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนองเรือไทย ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมแต่ละครั้งตามอัตราดังต่อไปนี้ เรือขนาดไม่เกิน ๑๐ ตันกรอส ๒๐ บาท เรือขนาดเกิน ๑๐ ตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๒๕ ตันกรอส๑๕๐ บาท เรือขนาดเกิน ๒๕ ตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๕๐ ตันกรอส๒๐๐ บาท เรือขนาดเกิน ๕๐ ตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๗๕ ตันกรอส๓๕๐ บาท เรือขนาดเกิน ๗๕ ตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๑๐๐ ตันกรอส๕๐๐ บาท เรือขนาดเกิน ๑๐๐ ตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ตันกรอส๙๐๐ บาท เรือขนาดเกิน ๑๕๐ ตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๒๐๐ ตันกรอส ๑,๐๐๐ บาท เรือขนาดเกิน ๒๐๐ ตันกรอสขึ้นไป ตันกรอสละ ๕ บาท แต่ครั้งหนึ่งไม่เกินลำละ ๒๐,๐๐๐ บาท

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การหมายเหตุแก้ข้อความในสัญญา ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมแต่ละครั้งตามอัตรา ดังต่อไปนี้ ถ้าไม่เพิ่มทุนทรัพย์ ๒๐ บาท ถ้าเพิ่มทุนทรัพย์หนึ่งหมื่นบาทแรก หรือต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาท ๕๐ บาท หนึ่งหมื่นบาทหลัง หมื่นละ ๒๐ บาท เศษของหนึ่งหมื่นบาทให้นับเป็นหนึ่งบาท แต่ฉบับหนึ่งไม่เกิน ๕๐๐ บาท

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การเปลี่ยนชื่อเรือ การขอโอนไปขึ้นทะเบียนเรือ ณ เมืองท่าอื่น การออกใบทะเบียนแทนใบเก่า การออกใบทะเบียนชั่วคราว การออกใบผ่านเมืองท่าชั่วคราว หรือการออกใบทะเบียนให้ใหม่ในกรณีเปลี่ยนแปลงตัวเรือหรือส่วนอื่นของเรือ ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมแต่ละครั้งตามอัตรา ดังต่อไปนี้ เรือขนาดไม่เกิน ๖๐ ตันกรอส ๕๐ บาท เรือขนาดเกิน ๖๐ ตันกรอสขึ้นไป ๑๐๐ บาท

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การคัดสำเนาหลักฐาน ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมแต่ละครั้งตามอัตรา ดังต่อไปนี้ หนึ่งร้อยคำแรกหรือต่ำกว่าหนึ่งร้อยคำ ๑๐ บาท หนึ่งร้อยคำหลัง ร้อยละ ๑ บาท เศษของหนึ่งร้อยคำให้นับเป็นหนึ่งร้อยคำ

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การออกใบอนุญาตให้เรือของบุคคลผู้ไม่ต้องด้วยลักษณะที่จะถือกรรมสิทธิ์เรือไทยทำการค้าในน่านน้ำไทย ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมแต่ละครั้งตันกรอสละ ๔๐ บาท

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การเปลี่ยนผู้ควบคุมเรือ ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมแต่ละครั้งตามอัตรา ดังต่อไปนี้ เรือขนาดไม่เกิน ๖๐ ตันกรอส ๒๐ บาท เรือขนาดเกิน ๖๐ ตันกรอสขึ้นไป ๕๐ บาท

ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การจดทะเบียนบุริมสิทธิ ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมครั้งละ ๕๐ บาท

ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การคัดสำเนาสัญญาการโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนองเรือไทย ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมฉบับละ ๑๐ บาท

ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การตรวจหลักฐาน ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมแต่ละลำครั้งละ ๑๐ บาท กฎให้ไว้ ณ วันที่ ๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๘๒ บริภัณฑ์ยุทธกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ กฎกระทรวงเศรษฐการ ออกตามความในพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ (ฉะบับที่ ๒) กฎกระทรวง ฉะบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๐) ว่าด้วยค่าธรรมเนียมเรือไทย ออกตามความในพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๑๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติเรือไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๗ ได้แก้ไขเพิ่มเติมบัญชีค่าธรรมเนียมอัตราขั้นสูงท้ายพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ สมควรปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมเสียใหม่ให้สอดคล้องกับบัญชีดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงฉบับนี้ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๒๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากทางราชการได้พิจารณาเห็นสมควรปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน การโอนกรรมสิทธิ์ และการจำนองเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทยให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงฉบับนี้ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๒๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ หมายเหตุ :- เหตุผลในการใช้ประกาศกฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการออกใบทะเบียนให้ใหม่ในกรณีเปลี่ยนแปลงตัวเรือหรือส่วนอื่นของเรือ เพื่อให้สอดคล้องกับบัญชีค่าธรรมเนียมอัตราขั้นสูงท้ายพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเรือไทย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๑ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑

附則

ข้อ ๒附則

ข้อ ๒ ภายในกำหนดสองปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับให้เจ้าของเรือไทยที่ได้จดทะเบียนตามมาตรา ๗ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเรือไทย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ ไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ และไม่สามารถจัดหาคนประจำเรือที่มีสัญชาติไทยได้ตามจำนวนในข้อ ๑๒ ได้รับการผ่อนผันไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๑๒ แต่เจ้าของเรือดังกล่าวต้องดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีคนประจำเรือที่มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าในปีแรก (๒) จัดให้มีคนประจำเรือที่มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบในปีที่สอง หมายเหตุ :- เหตุผลในการใช้ประกาศกฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเรือไทย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้กำหนดให้คนประจำเรือไทยที่ได้จดทะเบียนตามความในมาตรา ๗ ทวิ เพื่อใช้ประกอบการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศโดยเฉพาะต้องมีอัตราส่วนของบุคคลที่มีสัญชาติไทยตามจำนวนที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑

ข้อ ๒附則

ข้อ ๒ ภายในกำหนดห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ หากเจ้าของเรือที่ได้จดทะเบียนตามความในมาตรา ๗ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเรือไทย (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๐ ไม่สามารถจัดหาคนประจำเรือที่มีสัญชาติไทยได้ตามจำนวนในข้อ ๑๒ ให้ได้รับการผ่อนผันไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๑๒ แต่เจ้าของเรือดังกล่าวต้องจัดให้มีคนประจำเรือที่มีสัญชาติไทย ไม่น้อยกว่าร้อยละสิบ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกระทรวงคมนาคมได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการขนส่งทางทะเลหลายรายว่า ตามที่กฎกระทรวง ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ ได้กำหนดให้เรือไทยที่จดทะเบียนตามมาตรา ๗ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ เพื่อใช้ประกอบการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศโดยเฉพาะ ต้องใช้คนประจำเรือที่มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าซึ่งเป็นอัตราส่วนที่สูง ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งไม่สามารถจัดหาคนประจำเรือที่มีสัญชาติไทยได้ครบตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งนำเรือไปจดทะเบียนที่ประเทศอื่น จึงขอให้ลดอัตราส่วนคนประจำเรือที่มีสัญชาติไทยให้น้อยลง เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะการณ์ปัจจุบัน และเพื่อสนับสนุนเสริมสร้างประสิทธิภาพกองเรือพาณิชย์ไทย ให้มีขีดความสามารถในการประกอบการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงฉบับนี้ กฎกระทรวงเครื่องหมายถาวรของเรือไทย พ.ศ. ๒๕๖๕

ข้อ ๑๑附則

ข้อ ๑๑ บรรดาเรือที่อยู่ระหว่างการยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นเรือไทยก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้เจ้าของเรือจัดให้มีเครื่องหมายถาวรตามกฎกระทรวงนี้

ข้อ ๑๒附則

ข้อ ๑๒ เรือที่จดทะเบียนเป็นเรือไทยอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้เครื่องหมายถาวรตามกฎกระทรวงเศรษฐการ ออกตามความในพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ ได้ต่อไป จนกว่าใบอนุญาตใช้เรือจะสิ้นอายุ หรือต้องมีการดำเนินการใด ๆ ทางทะเบียนเรือกับกรมเจ้าท่าซึ่งเจ้าของเรือต้องจัดให้มีเครื่องหมายถาวรตามกฎกระทรวงนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่การกำหนดเครื่องหมายถาวรของเรือไทยตามกฎกระทรวงเศรษฐการ ออกตามความในพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน สมควรปรับปรุงการกำหนดเครื่องหมายถาวรของเรือไทยให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบันและเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล ค.ศ. ๑๙๗๔ (International Convention for the Safety of Life at Sea, 1974 (SOLAS)) จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงอัตราส่วนของคนประจำเรือที่มีสัญชาติไทยสำหรับเรือไทยซึ่งใช้ประกอบการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศโดยเฉพาะ พ.ศ. ๒๕๖๗

ข้อ ๓附則

ข้อ ๓ ภายในสี่ปีแรกนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ มิให้นำบทบัญญัติในข้อ ๒ มาใช้บังคับแก่คนประจำเรือสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันที่มีขนาดเกิน ๒๐,๐๐๐ ตันกรอสขึ้นไป ที่ได้จดทะเบียนเป็นเรือไทยซึ่งใช้ประกอบการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศโดยเฉพาะ ตามความในมาตรา ๗ ทวิ แต่ในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว เจ้าของเรือหรือผู้ครอบครองเรือต้องจัดให้มีคนประจำเรือที่เป็นบุคคลสัญชาติไทยสำหรับเรือไทยนั้นในอัตราส่วน ดังต่อไปนี้ (๑) ในปีแรกต้องไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของคนประจำเรือทั้งหมด (๒) ในปีที่สองต้องไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของคนประจำเรือทั้งหมด (๓) ในปีที่สามและปีที่สี่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของคนประจำเรือทั้งหมด หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการกำหนดอัตราส่วนของคนประจำเรือที่มีสัญชาติไทยสำหรับเรือที่ได้จดทะเบียนเป็นเรือไทยซึ่งใช้ประกอบการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศโดยเฉพาะ ตามกฎกระทรวงเศรษฐการ ออกตามความในพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบันและสนับสนุนเสริมสร้างประสิทธิภาพกองเรือพาณิชย์ไทยให้มีขีดความสามารถในการประกอบการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查