กฎกระทรวง เครื่องหมายถาวรของเรือไทย พ.ศ. ๒๕๖๕
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ และมาตรา ๖๒ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ พ.ศ. ๒๕๖๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกข้อ ๑ และข้อ ๒ แห่งกฎกระทรวงเศรษฐการ ออกตามความในพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑
ข้อ ๒ เรือที่ขอจดทะเบียนเป็นเรือไทย เจ้าของเรือต้องจัดให้มีเครื่องหมายถาวรอยู่ที่ตัวเรือตามรายการและลักษณะที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓ เครื่องหมายถาวรของเรือกลและเรือที่มิใช่เรือกลใช้เดินทะเลระหว่างประเทศสำหรับเรือโดยสารที่มีขนาดตั้งแต่หนึ่งร้อยตันกรอสขึ้นไปและเรือบรรทุกสินค้าที่มีขนาดตั้งแต่สามร้อยตันกรอสขึ้นไป ต้องมีรายการและลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อเรือ เป็นอักษรไทยอยู่ด้านบนและอักษรอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่อยู่ด้านล่าง
อยู่ที่บริเวณหัวเรือภายนอกทั้งสองข้าง หากมีตัวเลขให้ใช้เป็นเลขอารบิค (๒) ชื่อเรือและชื่อเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือ เป็นอักษรอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ อยู่ที่บริเวณท้ายเรือภายนอก หากมีตัวเลขให้ใช้เป็นเลขอารบิค (๓) หมายเลขทะเบียนเรือ เป็นเลขอารบิค อยู่ที่บริเวณหนึ่งบริเวณใด ได้แก่ หัวเรือภายในด้านขวา
ขื่อกลางลำเรือ หรือเก๋งเรือ (๔) อัตรากินน้ำลึก เป็นเลขอารบิค อยู่ที่บริเวณหัวเรือและท้ายเรือภายนอกทั้งสองข้างโดยมีอัตราส่วนเป็นเดซิเมตร ทุก ๆ สองเดซิเมตร (๕) หมายเลขประจำเรือ (Ship’s identification number) ตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล ค.ศ. ๑๙๗๔ เป็นเลขอารบิค
หากมีตัวอักษรให้ใช้เป็นอักษรอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ อยู่ที่บริเวณภายนอกเรือและภายในเรือ ดังต่อไปนี้ (ก) ภายนอกเรือ อยู่ที่บริเวณหนึ่งบริเวณใด ได้แก่ ท้ายเรือ กลางลำเรือทั้งสองข้างเหนือระดับแนวน้ำ ข้างเก๋งเรือทั้งสองข้าง หรือด้านหน้าของเก๋งเรือ
และกรณีที่เป็นเรือโดยสารอาจอยู่ที่บริเวณพื้นระนาบซึ่งสามารถมองเห็นได้จากทางอากาศ (ข) ภายในเรือ อยู่ที่บริเวณฝากั้นห้องเครื่องจักรหรือบนฝาระวางสินค้า เว้นแต่กรณีที่เป็นเรือบรรทุกสินค้าที่มีระวางสำหรับบรรทุกของเหลว ให้อยู่ที่บริเวณฝากั้นห้องสูบถ่ายสินค้า
และกรณีที่เป็นเรือบรรทุกสินค้าที่มีระวางสำหรับบรรทุกยานพาหนะ ให้อยู่ที่บริเวณฝากั้นระวางบรรทุก
ข้อ ๔ เครื่องหมายถาวรของเรือกลและเรือที่มิใช่เรือกลใช้เดินทะเลระหว่างประเทศนอกจากเรือตามข้อ ๓ ต้องมีรายการและลักษณะตามข้อ ๓ (๑) (๒) (๓) และ (๔)
ข้อ ๕ เครื่องหมายถาวรของเรือกลและเรือที่มิใช่เรือกลใช้เดินลำน้ำระหว่างประเทศ ต้องมีรายการและลักษณะตามข้อ ๓ (๑) (๒) และ (๓)
ข้อ ๖ เครื่องหมายถาวรของเรือกลและเรือที่มิใช่เรือกลใช้เดินในประเทศ ต้องมีรายการและลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อเรือ เป็นอักษรไทย อยู่ที่บริเวณหัวเรือภายนอกทั้งสองข้าง หากมีตัวเลขให้ใช้เป็นเลขอารบิค (๒) หมายเลขทะเบียนเรือ เป็นเลขอารบิค อยู่ที่บริเวณหัวเรือภายนอกทั้งสองข้าง
ข้อ ๗ เครื่องหมายถาวรของเรือประมงทะเลที่มีขนาดตั้งแต่หนึ่งร้อยตันกรอสขึ้นไป ต้องมีรายการและลักษณะตามข้อ ๓ และมีตัวอักษร “ป” อยู่ที่บริเวณหัวเรือภายนอกทั้งสองข้าง
ข้อ ๘ เครื่องหมายถาวรของเรือประมง นอกจากเรือตามข้อ ๗ ต้องมีรายการและลักษณะตามข้อ ๔ ข้อ ๕ หรือข้อ ๖ แล้วแต่กรณี และมีตัวอักษร “ป” อยู่ที่บริเวณหัวเรือภายนอกทั้งสองข้าง
ข้อ ๙ เครื่องหมายถาวรตามข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ และข้อ ๘ ให้ใช้สีตัวอักษรหรือตัวเลขเป็นสีอ่อนเมื่อสีพื้นเป็นสีเข้ม และให้ใช้สีตัวอักษรหรือตัวเลขเป็นสีเข้มเมื่อสีพื้นเป็นสีอ่อน
โดยมีขนาดของตัวอักษรและตัวเลขที่เหมาะสมกับขนาดของเรือและสามารถมองเห็นได้ชัดเจนซึ่งอย่างน้อยต้องมีความสูงไม่น้อยกว่าสิบเซนติเมตรและมีความกว้างที่ได้สัดส่วนกับความสูง เว้นแต่หมายเลขประจำเรือที่อยู่บริเวณภายนอกเรือ ต้องมีความสูงไม่น้อยกว่ายี่สิบเซนติเมตรและมีความกว้างที่ได้สัดส่วนกับความสูง
ข้อ ๑๐ หมายเลขประจำเรือตามข้อ ๓ (๕) และข้อ ๗ ให้จัดทำด้วยวิธีการเชื่อมเป็นตัวนูนตัดเจาะ หรือตอกเป็นตัวอักษรหรือตัวเลขบนตัวเรือ เว้นแต่เรือที่สร้างด้วยวัสดุอื่นที่ไม่ใช่เหล็กหรือโลหะอาจจัดทำด้วยวิธีการอื่นได้ แต่ต้องมีลักษณะที่คงทนถาวรและยากแก่การแก้ไข
ข้อ ๑๑ บรรดาเรือที่อยู่ระหว่างการยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นเรือไทยก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้เจ้าของเรือจัดให้มีเครื่องหมายถาวรตามกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๑๒ เรือที่จดทะเบียนเป็นเรือไทยอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้เครื่องหมายถาวรตามกฎกระทรวงเศรษฐการ ออกตามความในพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ ได้ต่อไป จนกว่าใบอนุญาตใช้เรือจะสิ้นอายุ หรือต้องมีการดำเนินการใด ๆ
ทางทะเบียนเรือกับกรมเจ้าท่าซึ่งเจ้าของเรือต้องจัดให้มีเครื่องหมายถาวรตามกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่การกำหนดเครื่องหมายถาวรของเรือไทยตามกฎกระทรวงเศรษฐการ ออกตามความในพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน
สมควรปรับปรุงการกำหนดเครื่องหมายถาวรของเรือไทยให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบันและเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล ค.ศ. ๑๙๗๔ (International Convention for the Safety of Life at Sea, 1974 (SOLAS)) จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).