我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 หมวด ๑๖ บทเฉพาะกาล

มาตรา ๑๘๔–มาตรา ๑๘๙共 6 條

มาตรา ๑๘๔

มาตรา ๑๘๔ ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๑๘๕

มาตรา ๑๘๕ ในวาระเริ่มแรก ในระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (๑) ให้คณะกรรมการแร่ ประกอบด้วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดีกรมเจ้าท่า อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี อธิบดีกรมที่ดิน อธิบดีกรมป่าไม้ อธิบดีกรมศิลปากร อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อธิบดีกรมอนามัย เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานกรรมการสภาการเหมืองแร่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย เป็นกรรมการ และอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เป็นเลขานุการ ปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (๒) ให้คณะกรรมการแร่จังหวัด ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด ปฏิรูปที่ดินจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้แทนกรมเจ้าท่า ผู้แทนกรมทรัพยากรธรณี ผู้แทนกรมศิลปากร ผู้แทนกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ นายอำเภอและผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในท้องที่ที่ขอประทานบัตร ผู้แทนสภาการเหมืองแร่ เป็นกรรมการ และเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ เป็นเลขานุการ ปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๑๘๖

มาตรา ๑๘๖ ให้ประกาศกำหนดพื้นที่เป็นเขตสำหรับดำเนินการสำรวจ การทดลอง การศึกษา หรือการวิจัยเกี่ยวกับแร่ที่ออกตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มีผลใช้บังคับต่อไปอีกไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เว้นแต่ประกาศที่กำหนดในพื้นที่ตามมาตรา ๑๗ วรรคสี่ ให้เป็นอันยกเลิก

มาตรา ๑๘๗

มาตรา ๑๘๗ บรรดากฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ และพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ การดำเนินการออกกฎกระทรวง ประกาศ หรือระเบียบ ตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ

มาตรา ๑๘๘

มาตรา ๑๘๘ บรรดาคำขอทุกประเภทที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นคำขอตามพระราชบัญญัตินี้ และให้พิจารณาดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๘๙

มาตรา ๑๘๙ บรรดาอาชญาบัตร ประทานบัตร หรือใบอนุญาตที่ได้ออกให้ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือเป็นอาชญาบัตร ประทานบัตร หรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ และให้ยังคงใช้ได้จนกว่าจะสิ้นอายุหรือถูกเพิกถอน โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ยกเว้นการจัดทำแนวพื้นที่กันชนการทำเหมืองและการจัดทำข้อมูลพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนตามมาตรา ๓๒ การฟื้นฟูสภาพพื้นที่การทำเหมือง การวางหลักประกันและการจัดทำประกันภัยตามมาตรา ๖๘ (๘) และ (๙) ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในการออกประทานบัตร บรรดาข้อผูกพันตามสัญญาต่าง ๆ ที่กระทำขึ้นภายใต้บังคับพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ ซึ่งมีอยู่กับรัฐบาลไทยโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มีผลใช้บังคับต่อไปตามข้อผูกพันแห่งสัญญานั้น ๆ ทั้งนี้ จนกว่าผลการใช้บังคับตามสัญญาจะสิ้นสุดลง สำหรับกรณีการขอต่ออายุอาชญาบัตร ประทานบัตร หรือใบอนุญาตใด ๆ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บัญชีอัตราค่าธรรมเนียม เลขลำดับ รายการ อัตราค่าธรรมเนียม ๑ ค่าธรรมเนียมออกอาชญาบัตร ประทานบัตร และใบอนุญาต (๑) ค่าอาชญาบัตรสำรวจแร่ ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท (๒) ค่าอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ ฉบับละ ๕๐,๐๐๐ บาท (๓) ค่าอาชญาบัตรพิเศษ ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๔) ค่าประทานบัตร ก. ค่าประทานบัตรการทำเหมืองประเภทที่ ๑ ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ข. ค่าประทานบัตรการทำเหมืองประเภทที่ ๒ ฉบับละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ค. ค่าประทานบัตรการทำเหมืองประเภทที่ ๓ ฉบับละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ง. ค่าประทานบัตรการทำเหมืองใต้ดิน ฉบับละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๕) ค่าใบอนุญาต ก. ใบอนุญาตขุดหาแร่รายย่อย ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท ข. ใบอนุญาตแต่งแร่ ฉบับละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ค. ใบอนุญาตประกอบโลหกรรม ฉบับละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ง. ใบอนุญาตอื่น ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้ ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท ๒ ค่าธรรมเนียมรายปี (๑) การแต่งแร่ ปีละ ๑๐,๐๐๐ บาท (๒) การประกอบโลหกรรม ปีละ ๒๐,๐๐๐ บาท (๓) การประกอบธุรกิจแร่ ปีละ ๑๐,๐๐๐ บาท ๓ ค่าธรรมเนียมรังวัด (๑) ค่าเขียนหรือจำลองแผนที่ ฉบับละ ๖,๐๐๐ บาท (๒) ค่ารังวัดตามจำนวนเนื้อที่ทุก ๑ ไร่ หรือเศษของ ๑ ไร่ ไร่ละ ๖๐๐ บาท (๓) ค่าหลักเขตเหมืองแร่ หลักละ ๓,๐๐๐ บาท (๔) ค่าไต่สวน เรื่องละ ๓๐,๐๐๐ บาท ๔ ค่าธรรมเนียมต่ออายุ โอนสิทธิการทำเหมืองและใบอนุญาต (๑) ค่าต่ออายุประทานบัตร ก. ค่าต่ออายุประทานบัตรการทำเหมืองประเภทที่ ๑ ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ข. ค่าต่ออายุประทานบัตรการทำเหมืองประเภทที่ ๒ ฉบับละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ค. ค่าต่ออายุประทานบัตรการทำเหมืองประเภทที่ ๓ ฉบับละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ง. ค่าต่ออายุประทานบัตรการทำเหมืองใต้ดิน ฉบับละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๒) ค่าต่ออายุใบอนุญาตแต่งแร่ ฉบับละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท (๓) ค่าต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรม ฉบับละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๔) ค่าต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจแร่ ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท (๕) ค่าโอนประทานบัตร ก. ค่าโอนประทานบัตรการทำเหมืองประเภทที่ ๑ ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท ข. ค่าโอนประทานบัตรการทำเหมืองประเภทที่ ๒ ฉบับละ ๕๐,๐๐๐ บาท ค. ค่าโอนประทานบัตรการทำเหมืองประเภทที่ ๓ ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ง. ค่าโอนประทานบัตรการทำเหมืองใต้ดิน ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๖) ค่าตอบแทนการโอนสิทธิทำเหมืองตามประทานบัตร ร้อยละ ๔ (๗) ค่าโอนใบอนุญาตแต่งแร่ ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท (๘) ค่าโอนใบอนุญาตประกอบโลหกรรม ฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท (๙) ค่าโอนใบอนุญาตอื่น ๆ ตามพระราชบัญญญัตินี้ ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท ๕ ค่าธรรมเนียมเบ็ดเตล็ด (๑) ค่าคัดสำเนาหรือถ่ายเอกสาร หน้าละ ๑๐ บาท (๒) ค่ารับรองสำเนาเอกสาร ฉบับละ ๑๕๐ บาท (๓) ค่าหยุดการทำเหมืองทุก ๑ ไร่ หรือเศษของ ๑ ไร่ ปีละ ๖๐๐ บาท (๔) ค่านำมูลดินทรายออกนอกเขตเหมืองแร่ เมตริกตันละ ๒๐ บาท (๕) ค่าใบแทนอาชญาบัตร ประทานบัตร หรือใบอนุญาต ฉบับละ ๖,๐๐๐ บาท (๖) ค่าขยายหรือลดเขตแต่งแร่ ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท (๗) ค่าขยายหรือลดเขตโลหกรรม ฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท (๘) ค่าลดพื้นที่ในเขตอาชญาบัตรพิเศษ ฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท (๙) ค่าลดพื้นที่ในเขตประทานบัตร ฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท ๖ ค่าตรวจสอบ ทดลอง หรือวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างหนึ่ง ๆ แร่หรือธาตุหรือรายการละ ๑๐,๐๐๐ บาท หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙ และพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน ทำให้บทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน สมควรปรับปรุงโดยนำหลักการของกฎหมายทั้งสองฉบับมาบัญญัติไว้ในกฎหมายฉบับเดียวกัน เพื่อให้การอนุญาตและการจัดเก็บค่าภาคหลวงแร่เป็นไปอย่างมีระบบ โดยกำหนดนโยบายในการบริหารจัดการแร่ เพื่อให้เกิดดุลยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การรักษาสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน กำหนดหลักเกณฑ์การอนุญาตและการกำกับดูแลการทำเหมืองให้เหมาะสมกับประเภทและขนาดของการทำเหมือง ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการแร่ กำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดสรรผลประโยชน์จากทรัพยากรแร่ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนอันเป็นที่ตั้งของพื้นที่ทำเหมืองและพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากการทำเหมือง และกำหนดให้มีการจ่ายเงินค่าทดแทนแก่ผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินอันเป็นที่ตั้งของการทำเหมืองใต้ดิน ตลอดจนกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดเก็บค่าภาคหลวงแร่ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

回 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 全文

本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).