กฎกระทรวง การชดเชยความเสียหายจากการดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกัน หรือควบคุม โรคติดต่อหรือโรคระบาด พ.ศ. ๒๕๖๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๔๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้ “ผู้เสียหาย” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ หรือทรัพย์สินเนื่องจากการดำเนินการของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในการเฝ้าระวัง ป้องกัน หรือควบคุมโรคติดต่อหรือโรคระบาด “ค่าทดแทน” หมายความว่า
เงินที่ผู้เสียหายมีสิทธิได้รับเพื่อเป็นการชดเชยความเสียหาย “ผู้มีอำนาจกำหนดค่าทดแทน” หมายความว่า (๑) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ในกรณีที่ความเสียหายเกิดขึ้นจากการดำเนินการของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในเขตท้องที่รับผิดชอบของตน (๒) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ในกรณีที่ความเสียหายเกิดขึ้นจากการดำเนินการของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือเทียบเท่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัด
ข้อ ๓ ในกรณีที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อปฏิบัติหน้าที่ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน หรือควบคุมโรคติดต่อหรือโรคระบาด และเกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของบุคคลใดโดยมีเหตุอันควรเชื่อว่าความเสียหายนั้นเกิดขึ้นจากการดำเนินการของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ
ให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อรายงานต่อผู้มีอำนาจกำหนดค่าทดแทนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่รู้หรือควรจะได้รู้ถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น
ข้อ ๔ ในกรณีที่ผู้เสียหายประสงค์ที่จะยื่นคำขอรับค่าทดแทน ให้ยื่นคำขอต่อผู้มีอำนาจกำหนดค่าทดแทนได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่รู้หรือควรจะได้รู้ถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น ในกรณีที่ผู้เสียหายถึงแก่ความตายก่อนที่จะได้ยื่นคำขอรับค่าทดแทน
ให้ทายาทโดยธรรมเป็นผู้ยื่นคำขอตามวรรคหนึ่งได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้เสียหายถึงแก่ความตาย
ข้อ ๕ เมื่อผู้มีอำนาจกำหนดค่าทดแทนได้รับรายงานตามข้อ ๓ หรือได้รับคำขอตามข้อ ๔ แล้ว ให้แต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งโดยไม่ชักช้า เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับผู้เสียหายซึ่งมีสิทธิได้รับค่าทดแทน และค่าทดแทนที่จะชดเชยให้แก่ผู้เสียหาย คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งให้มีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน
ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร หรือนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด แล้วแต่กรณี เป็นประธานกรรมการ และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเขตพื้นที่ดำเนินการของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เป็นกรรมการ ให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดกรุงเทพมหานครหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย แล้วแต่กรณี เป็นกรรมการและเลขานุการ ความในวรรคสองและวรรคสามมิให้นำมาใช้บังคับแก่การแต่งตั้งคณะกรรมการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยให้มีองค์ประกอบของคณะกรรมการตามที่รัฐมนตรีเห็นสมควร
ข้อ ๖ ให้คณะกรรมการตามข้อ ๕ เสนอความเห็นเกี่ยวกับผู้เสียหายซึ่งมีสิทธิได้รับค่าทดแทน และค่าทดแทนที่ผู้เสียหายนั้นพึงได้รับชดเชยจากทางราชการ ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาเสนอความเห็นภายในระยะเวลาที่กำหนด
ให้รายงานปัญหาและอุปสรรคให้ผู้มีอำนาจกำหนดค่าทดแทนทราบก่อนสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว เพื่อพิจารณาอนุมัติให้ขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไปได้อีกไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว ในกรณีที่คณะกรรมการเสนอความเห็นไปยังผู้มีอำนาจกำหนดค่าทดแทน
ถ้าผู้มีอำนาจกำหนดค่าทดแทนสั่งให้ทบทวนหรือสอบสวนเพิ่มเติม ให้คณะกรรมการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่ผู้มีอำนาจกำหนดค่าทดแทนกำหนดซึ่งต้องไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่มีคำสั่งดังกล่าว ความเห็นของคณะกรรมการไม่ผูกมัดผู้มีอำนาจกำหนดค่าทดแทนที่จะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น
ข้อ ๗ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณากำหนดค่าทดแทนเพื่อชดเชยความเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ให้คณะกรรมการตามข้อ ๕ มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดทำบัญชีรายชื่อผู้เสียหายและรายละเอียดความเสียหายที่เกิดขึ้น ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งปวงที่เกี่ยวข้อง
รับฟังพยานบุคคลและคำชี้แจงของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ผู้เสียหาย หรือพยานผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งตรวจสอบวัตถุ สถานที่ หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง (๒) พิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อว่าได้ดำเนินการไปตามหน้าที่และอำนาจ และได้กระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายหรือไม่
รวมทั้งความร้ายแรงแห่งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้เสียหาย (๓) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการกำหนดค่าทดแทนตามหลักเกณฑ์ข้อ ๘ และข้อ ๙ พร้อมข้อเท็จจริงและเอกสารหรือหลักฐานที่ได้จากการดำเนินการตาม (๑) และ (๒) ต่อผู้มีอำนาจกำหนดค่าทดแทนเพื่อพิจารณากำหนดค่าทดแทนให้แก่ผู้เสียหายต่อไป
ข้อ ๘ ผู้เสียหายมีสิทธิที่จะได้รับค่าทดแทน อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ให้จ่ายเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินสามหมื่นบาท (๒) ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกาย ให้จ่ายเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินห้าหมื่นบาท (๓) ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ
ให้จ่ายในอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในท้องที่จังหวัดที่ประกอบการงาน ณ วันที่ไม่สามารถประกอบการงานได้เป็นระยะเวลาไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ (๔) กรณีที่ผู้เสียหายถึงแก่ความตาย ได้แก่ (ก) ค่าทดแทน ให้จ่ายได้ตั้งแต่สามหมื่นบาท แต่ไม่เกินหนึ่งแสนบาท (ข) ค่าจัดการศพ
ให้จ่ายเป็นจำนวนสองหมื่นบาท (ค) ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู ให้จ่ายได้ไม่เกินสามหมื่นบาท (๕) ค่าเสียหายที่เกิดแก่ทรัพย์สินของผู้เสียหาย (๖) ค่าเสียหายอื่นนอกจาก (๑) ถึง (๕) ที่จำเป็นต้องจ่ายเพื่อชดเชยความเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ให้จ่ายได้ไม่เกินสามหมื่นบาท
ข้อ ๙ การกำหนดค่าทดแทนตามข้อ ๘ ให้พิจารณาตามความจำเป็น โดยให้คำนึงถึงความร้ายแรงและสภาพความเสียหายที่ผู้เสียหายได้รับ และประโยชน์ที่ผู้เสียหายได้รับหรือจะได้รับจากการบรรเทาหรือการเยียวยาความเสียหายโดยทางอื่นด้วย การกำหนดค่าทดแทนเพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินของผู้เสียหายตามข้อ ๘ (๕)
นอกจากจะต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้คำนึงถึงความเสียหายตามความเป็นจริง สภาพของทรัพย์สินนั้น ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดหรือเทียบราคาที่อ้างอิงจากราคากลางที่ทางราชการกำหนดตามที่เป็นอยู่ในวันที่เกิดความเสียหาย
การเสื่อมราคาจากการใช้ตามหลักเกณฑ์การคำนวณค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินที่กระทรวงการคลังกำหนดในการเรียกให้ผู้ทำละเมิดชดใช้ความเสียหายให้แก่ทางราชการ การที่ทางราชการได้บรรเทาหรือเยียวยาความเสียหายไปแล้ว และให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย
ข้อ ๑๐ เมื่อคณะกรรมการตามข้อ ๕ เสนอความเห็นพร้อมเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องแก่ผู้มีอำนาจกำหนดค่าทดแทนแล้ว ให้ผู้มีอำนาจกำหนดค่าทดแทนพิจารณากำหนดค่าทดแทนตามหลักเกณฑ์ข้อ ๘ และข้อ ๙ ให้แก่ผู้เสียหายให้แล้วเสร็จภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นดังกล่าว
และแจ้งผลการพิจารณาพร้อมกับแจ้งสิทธิอุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองให้ผู้เสียหายทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้มีอำนาจกำหนดค่าทดแทนพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วเสร็จ
ข้อ ๑๑ การจ่ายค่าทดแทนให้แก่ผู้เสียหาย ให้ผู้มีอำนาจกำหนดค่าทดแทนเสนอเรื่องไปยังกรมควบคุมโรคเพื่อเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณหรือเงินนอกงบประมาณของกรมควบคุมโรค แล้วแต่กรณี และให้ดำเนินการตามระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้อง
ข้อ ๑๒ การรายงาน การยื่นคำขอรับค่าทดแทน และการแจ้งตามกฎกระทรวงนี้ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่มีเหตุไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการ ณ ท้องที่ที่ความเสียหายเกิดขึ้น ดังต่อไปนี้ (๑) กรุงเทพมหานคร ให้ดำเนินการ ณ
สำนักอนามัยหรือสำนักงานเขต กรุงเทพมหานคร (๒) จังหวัดอื่น ให้ดำเนินการ ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (๓) สถานที่หรือวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๓ รายงานและคำขอตามกฎกระทรวงนี้ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติให้ในการดำเนินการของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตามพระราชบัญญัตินี้ หากเกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของบุคคลใดจากการเฝ้าระวัง การป้องกัน หรือการควบคุมโรค
ให้ทางราชการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นให้แก่ผู้นั้นตามความจำเป็น โดยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการชดเชยความเสียหายให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).