พระราชกฤษฎีกา ให้ใช้บทบัญญัติหมวด ๑ หมวด ๒ หมวด ๓ หมวด ๔ และหมวด ๕ แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. ๒๔๙๙ บังคับแก่สุนัขและแมว พ.ศ. ๒๕๔๕
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นปีที่ ๕๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรให้ใช้บทบัญญัติหมวด ๑ หมวด ๒ หมวด ๓ หมวด ๔ และหมวด ๕ แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. ๒๔๙๙ บังคับแก่สุนัขและแมวรวมถึงน้ำเชื้อสำหรับผสมพันธุ์ของสัตว์ดังกล่าวด้วย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. ๒๔๙๙ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติหมวด ๑ หมวด ๒ หมวด ๓ หมวด ๔ และหมวด ๕ แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. ๒๔๙๙ บังคับแก่สุนัขและแมว พ.ศ. ๒๕๔๕”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ใช้บทบัญญัติหมวด ๑ หมวด ๒ หมวด ๓ หมวด ๔ และหมวด ๕ แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. ๒๔๙๙ บังคับแก่สุนัขและแมวรวมถึงน้ำเชื้อสำหรับผสมพันธุ์ของสัตว์ดังกล่าวด้วย
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันมีผู้นำสุนัขและแมวมาฆ่าเพื่อนำเนื้อมาบริโภค และเคลื่อนย้ายซากเพื่อนำไปใช้ผลิตเป็นสินค้าอื่น เช่น เครื่องหนัง เป็นต้น อาจก่อให้เกิดโรคระบาดที่ติดต่อจากสุนัขและแมว เช่น โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) โรคเลปโทสไปรา (Leptospirosis)
และวัณโรค (Tuberculosis) เป็นต้น ซึ่งเป็นโรคระบาดร้ายแรง ทำให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งมนุษย์และสัตว์ติดเชื้อแสดงอาการป่วยหรือเสียชีวิตได้ และโดยที่มาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. ๒๔๙๙
บัญญัติให้พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับแก่สุนัขและแมวรวมถึงน้ำเชื้อสำหรับผสมพันธุ์ของสัตว์ดังกล่าวเฉพาะการนำเข้า นำออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรเท่านั้น ดังนั้น เพื่อเป็นการควบคุม ป้องกันและกำจัดโรคระบาดดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นในราชอาณาจักร สมควรนำบทบัญญัติหมวด ๑ หมวด ๒ หมวด ๓ หมวด ๔ และหมวด ๕
แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. ๒๔๙๙ มาใช้บังคับแก่สุนัขและแมวรวมถึงน้ำเชื้อสำหรับผสมพันธุ์ของสัตว์ดังกล่าว แต่เนื่องจากการนำบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับในกรณีนี้ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).