มาตรา ๔๘ ผู้ใดประกอบกิจการโรงงานผลิตอาวุธโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนมาตรา ๔๐ วรรคสอง หรือประกอบกิจการโรงงานผลิตอาวุธผิดประเภทที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงห้าล้านบาท
มาตรา ๔๙ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใด (๑) ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตตามมาตรา ๑๐ (๒) ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๙ (๓) เปิดดำเนินการผลิตอาวุธโดยไม่แจ้งให้รัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายทราบตามมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง หรือ (๔)
ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา ๔๗ วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๗ วรรคสอง มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินห้าแสนบาท และชำระค่าปรับเป็นพินัยอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง* [*มาตรา ๓๙
แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวเป็นความผิดทางพินัย และให้ถือว่าอัตราโทษปรับอาญาเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๕๐ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๑๗ มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท* [*มาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวเป็นความผิดทางพินัย
และให้ถือว่าอัตราโทษปรับอาญาเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๕๑ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดเลิกประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา ๒๐ มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งแสนบาท* [*มาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕
บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวเป็นความผิดทางพินัย และให้ถือว่าอัตราโทษปรับอาญาเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๕๒ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๕๓ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๔ มาตรา ๒๘ วรรคสองหรือวรรคสี่ หรือมาตรา ๓๐ มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งล้านบาท* [*มาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวเป็นความผิดทางพินัย
และให้ถือว่าอัตราโทษปรับอาญาเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๕๔ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม หรือไม่นำหนังสืออนุญาตการขนย้ายวัตถุหรืออาวุธที่ใช้ในการผลิตอาวุธหรืออาวุธที่ผลิตขึ้นออกจากโรงงานหรือสถานที่เก็บกำกับไปพร้อมกับการขนย้ายตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองหมื่นบาท*
[*มาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวเป็นความผิดทางพินัย และให้ถือว่าอัตราโทษปรับอาญาเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๕๕ ผู้รับอนุญาตตามมาตรา ๓๓ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง วรรคสองหรือวรรคสี่ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง มาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๔๐ วรรคสอง หรือมาตรา ๔๗ วรรคสอง
หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตตามมาตรา ๑๐ หรือไม่อำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๓๗ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายที่สั่งให้หยุดประกอบกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนตามมาตรา
๓๙ หรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา ๔๗ วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม ซึ่งได้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๓๓ วรรคสาม ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้สำหรับผู้รับใบอนุญาต
มาตรา ๕๖ ผู้รับอนุญาตตามมาตรา ๓๓ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการหรือเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา ๓๓ วรรคสอง มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินห้าแสนบาท และชำระค่าปรับเป็นพินัยอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง* [*มาตรา ๓๙
แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวเป็นความผิดทางพินัย และให้ถือว่าอัตราโทษปรับอาญาเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๕๗ ผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๓๕ หรือมาตรา ๓๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๕๘ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๓๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๕๙ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายที่สั่งให้หยุดประกอบกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนตามมาตรา ๓๙ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงหนึ่งล้านบาท
มาตรา ๖๐ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้รับอนุญาตตามมาตรา ๓๓ ซึ่งเป็นนิติบุคคลกระทำความผิด ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น
หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย
มาตรา ๖๑ บรรดาวัตถุหรืออาวุธที่ใช้ในการผลิตอาวุธหรืออาวุธที่ผลิตขึ้นซึ่งได้ผลิต สั่งนำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร มีกรรมสิทธิ์ มีไว้ในครอบครอง ขาย หรือจำหน่าย โดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ริบเสียทั้งสิ้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่
และให้ส่งมอบให้กระทรวงกลาโหมเพื่อจัดการตามที่เห็นสมควร
มาตรา ๖๒ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับสถานเดียวหรือความผิดตามมาตรา ๕๘ ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบที่รัฐมนตรีแต่งตั้งมีอำนาจเปรียบเทียบได้ เมื่อผู้กระทำความผิดได้ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการเปรียบเทียบกำหนดแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๖๓ คำขออนุญาตใด ๆ ตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๓๗ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ถือว่าเป็นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้โดยอนุโลมและให้ดำเนินการต่อไปตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๖๔ ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตที่ออกให้ตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๓๗ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ ให้ถือว่าเป็นใบอนุญาต หรือหนังสืออนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ และให้ใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุหรือถูกเพิกถอน แล้วแต่กรณี
มาตรา ๖๕ บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งใดอ้างถึงคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๓๗ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ หรืออ้างถึงข้อความในคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๓๗ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ
หรือคำสั่งนั้นอ้างถึงพระราชบัญญัตินี้หรืออ้างถึงบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ในบทมาตราที่มีนัยเช่นเดียวกัน แล้วแต่กรณี
มาตรา ๖๖ ให้บรรดากฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งซึ่งได้ออกโดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๓๗ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ และยังคงใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้
จนกว่าจะได้มีกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแทน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
อัตราค่าธรรมเนียม (๑) คำขอ (ก) คำขอใบอนุญาตฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท (ข) คำขอหนังสืออนุญาตฉบับละ ๒๐๐ บาท (๒) ใบอนุญาต (ก) ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานทำอาวุธ ฉบับละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท (ข) ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานประกอบอาวุธ ฉบับละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท (ค) ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานซ่อมแซมอาวุธ ฉบับละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท (ง)
ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน เปลี่ยนลักษณะอาวุธฉบับละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท (๓) หนังสืออนุญาต (ก) หนังสืออนุญาตให้สั่งหรือนำเข้ามาใน ราชอาณาจักรซึ่งวัตถุหรืออาวุธเพื่อใช้ในการ ผลิตอาวุธหรือเป็นตัวอย่างหรือเพื่อวิจัย เกี่ยวกับการผลิตอาวุธ ฉบับละ ๔๐๐ บาท (ข) หนังสืออนุญาตให้ขนย้ายวัตถุหรืออาวุธที่ใช้
ในการผลิตอาวุธหรืออาวุธที่ผลิตขึ้นออกจาก โรงงานหรือสถานที่เก็บ ฉบับละ ๔๐๐ บาท (ค) หนังสือให้ขายหรือจำหน่ายอาวุธ ในราชอาณาจักร ฉบับละ ๔๐๐ บาท (ง) หนังสืออนุญาตให้ขายหรือจำหน่ายอาวุธ โดยการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท (จ) หนังสืออนุญาตให้ผลิตส่วนประกอบของอาวุธ เป็นการเฉพาะคราวตามมาตรา ๓๓
ฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท (ฉ) หนังสืออนุญาตให้ผลิตอาวุธเพื่อขาย หรือจำหน่ายแก่บุคคลอื่นนอกจากกระทรวง กลาโหมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นการเฉพาะคราวตามมาตรา ๓๔ ฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท (๔) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๒,๐๐๐ บาท (๕) การต่ออายุใบอนุญาต ครั้งละเท่ากับร้อยละสามสิบ ของค่าธรรมเนียมสำหรับ ใบอนุญาตประเภทนั้น
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๓๗ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว บทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องและเหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน สมควรปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับการอนุญาต
และมาตรการในการควบคุมและตรวจสอบโรงงานผลิตอาวุธของเอกชน รวมทั้งปรับปรุงบทกำหนดโทษและอัตราค่าธรรมเนียมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).