กฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๔
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ มีภารกิจเป็นหน่วยงานหลักในการเสนอแนะนโยบาย แนวทาง และแผนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานนิวเคลียร์ในทางสันติ และกำกับให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ ประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยการบริหารจัดการด้านพลังงานนิวเคลียร์และรังสี กำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี
เพื่อให้มีนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานนิวเคลียร์ในทางสันติให้เป็นไปตามพันธกรณีหรือความตกลงระหว่างประเทศและมาตรฐานสากล โดยให้มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง (๒)
รับผิดชอบงานเลขานุการของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (๓) กำกับดูแลความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี รวมทั้งพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (๔) เสนอแนะนโยบาย แนวทาง และแผนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานนิวเคลียร์ในทางสันติ (๕) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้
เทคโนโลยีและมาตรฐานด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี และพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (๖) ประสานและดำเนินการความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ และดำเนินการให้เป็นไปตามพันธกรณีหรือความตกลงระหว่างประเทศ (๗)
ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน หรือตามที่รัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ข้อ ๒ ให้แบ่งส่วนราชการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ดังต่อไปนี้ (๑) สำนักงานเลขานุการกรม (๒) กองตรวจสอบทางนิวเคลียร์และรังสี (๓) กองพัฒนาระบบและมาตรฐานกำกับดูแลความปลอดภัย (๔) กองยุทธศาสตร์และแผนงาน (๕) กองอนุญาตทางนิวเคลียร์และรังสี
ข้อ ๓ ในสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ให้มีกลุ่มกฎหมาย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงาน รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อเลขาธิการ มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) ดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงาน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง (๒)
ดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนากฎหมาย ให้คำปรึกษาและแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านกฎหมาย ข้อกำหนด สนธิสัญญา อนุสัญญา และพันธกรณีหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์และรังสี (๓) ดำเนินการเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องและวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในการออกกฎหมาย
รวมทั้งประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายบรรดาที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน (๔) ดำเนินการเกี่ยวกับนิติกรรมสัญญา การอุทธรณ์ การรับเรื่องราวร้องทุกข์ งานเกี่ยวกับความรับผิดชอบทางแพ่งและอาญา งานคดีปกครอง และงานคดีอื่นของสำนักงาน (๕)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๔ ในสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ให้มีกลุ่มตรวจสอบภายใน เพื่อทำหน้าที่หลักในการตรวจสอบ การดำเนินงานภายในสำนักงาน และสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงานรับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อเลขาธิการ มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านการบริหาร การเงิน และการบัญชีของสำนักงาน (๒)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๕ ในสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ให้มีกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร เพื่อทำหน้าที่หลักในการพัฒนาการบริหารของสำนักงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า รวมทั้งการนำนวัตกรรมเทคโนโลยี ข้อมูลขนาดใหญ่ และระบบการทำงานที่เป็นดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้ในการให้บริการ รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อเลขาธิการ
มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่เลขาธิการเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการภายในสำนักงาน (๒) ติดตาม ประเมินผล และจัดทำรายงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการภายในสำนักงาน (๓) ประสานงานและดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการร่วมกับหน่วยงานกลางต่าง ๆ และหน่วยงานภายในสำนักงาน (๔)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๖ สำนักงานเลขานุการกรม มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการทั่วไปของสำนักงาน และราชการอื่นที่มิได้แยกให้เป็นหน้าที่ของกองหรือส่วนราชการใดโดยเฉพาะ หน้าที่และอำนาจดังกล่าวให้รวมถึง (๑) ดำเนินการเกี่ยวกับงานบริหารทั่วไป งานสารบรรณ งานช่วยอำนวยการ และงานเลขานุการของสำนักงาน (๒)
ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดระบบงานและการบริหารทรัพยากรบุคคลของสำนักงาน และเสริมสร้างระบบคุณธรรมและจริยธรรม (๓) ดำเนินการเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี การงบประมาณ การพัสดุ อาคาร สถานที่ และยานพาหนะของสำนักงาน (๔) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๗ กองตรวจสอบทางนิวเคลียร์และรังสี มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) ตรวจสอบและวิเคราะห์ความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และรังสี วัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ เครื่องกำเนิดรังสี กากกัมมันตรังสี และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว การเคลื่อนย้าย ขนส่ง
และติดตามสถานะของวัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ เครื่องกำเนิดรังสี กากกัมมันตรังสี และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว และการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง (๒) จัดทำแผนปฏิบัติการฉุกเฉิน
ประสานงานและบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี (๓) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๘ กองพัฒนาระบบและมาตรฐานกำกับดูแลความปลอดภัย มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีและมาตรฐานด้านการวัดทางนิวเคลียร์และรังสี (๒) ดำเนินการตรวจวัด ติดตาม เฝ้าระวัง และประเมินผลกระทบทางรังสีเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม (๓)
ดำเนินการประเมินค่าการได้รับรังสีของผู้ปฏิบัติงานทางรังสีและผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดทำฐานข้อมูลการได้รับรังสีเพื่อสนับสนุนการกำกับดูแล (๔) ศึกษา พัฒนา และให้ข้อเสนอแนะทางด้านเทคนิคในการจัดทำและดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี
ความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี และการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (๕) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีและมาตรฐานด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี (๖) ดำเนินการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ทางนิวเคลียร์ (๗) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานงานด้านวิศวกรรมนิวเคลียร์ (๘)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๙ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) ศึกษา พัฒนา เสนอแนะ และจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศ รวมทั้งติดตาม กำกับ และประเมินผลการดำเนินงานตามแผนดังกล่าว (๒) จัดทำยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวง (๓)
จัดทำแผนปฏิบัติการด้านดิจิทัลให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรฐกิจและสังคม ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานภายใต้แผนปฏิบัติการด้านดิจิทัล รวมถึงพัฒนาและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบงานคอมพิวเตอร์และเครือข่ายของสำนักงาน
ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานภายในสังกัด (๔) ประสานและดำเนินการความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ และดำเนินการให้เป็นไปตามพันธกรณีและความตกลงระหว่างประเทศ (๕) เผยแพร่และประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสร้างความตระหนักเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์และรังสี (๖)
ดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมและฝึกอบรมด้านความปลอดภัยจากพลังงานนิวเคลียร์และรังสี (๗) พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศของสำนักงาน (๘) ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (๙)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๑๐ กองอนุญาตทางนิวเคลียร์และรังสี มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการอนุญาตทางนิวเคลียร์และรังสีตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลง แก้ไข และการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการอนุญาตดังกล่าว (๒)
ดำเนินการเกี่ยวกับการอนุญาตที่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี เจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (๓) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำฐานข้อมูลด้านการกำกับดูแลทางนิวเคลียร์และรังสี
(๔) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่เลขาธิการมอบหมาย
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้เป็นไปตามการจัดส่วนราชการในกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรมตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ และกำหนดหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการดังกล่าวไว้เหมาะสมกับสภาพของงาน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).