กฎกระทรวง กำหนดค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องและการคำนวณค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการสกัดกั้น หรือการปฏิบัติการเพื่อทำลายอากาศยานจากภาคพื้น พ.ศ. ๒๕๖๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒ วรรคหนึ่ง (๖) และมาตรา ๒๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทำผิดกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องอันเกิดจากการสกัดกั้นหรือการปฏิบัติการเพื่อทำลายอากาศยานจากภาคพื้น ได้แก่ (๑) ค่าใช้จ่ายในการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น (๒) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารเพื่อปฏิบัติภารกิจตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทำผิดกฎหมาย
ข้อ ๒ ค่าใช้จ่ายในการตรวจและพิสูจน์ฝ่ายตามมาตรา ๒๒ (๑) หรือการสกัดกั้นตามมาตรา ๒๒ (๒) ให้คำนวณจากจำนวนรวมของค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการ ค่าความสิ้นเปลืองของอากาศยาน และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการตรวจและพิสูจน์ฝ่ายหรือการสกัดกั้น ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการ
ให้คำนวณจากข้อมูลความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและหล่อลื่นที่กำหนดไว้ในเอกสารเทคนิคและคู่มือการซ่อมบำรุงของอากาศยานแต่ละแบบ ดังนี้ (ก) ค่าเชื้อเพลิง ให้คำนวณจากอัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่อชั่วโมงบิน x ราคาเชื้อเพลิงเฉลี่ยหนึ่งปีงบประมาณ (ข) ค่าหล่อลื่น
ให้คำนวณจากอัตราความสิ้นเปลืองหล่อลื่นต่อชั่วโมงบิน x ราคาหล่อลื่นเฉลี่ยหนึ่งปีงบประมาณ (๒) ค่าความสิ้นเปลืองของอากาศยาน ให้คำนวณจากจำนวนรวมของค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง ค่าแรงงานซ่อมบำรุง และค่าขนส่ง
และนำมาเฉลี่ยตามสัดส่วนของระยะเวลาความพร้อมปฏิบัติการของอากาศยานที่บินได้ทุกภารกิจตลอดปีที่กำกับต่อท้ายในอากาศยานแต่ละแบบ ดังนี้ (ก) ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง ให้คำนวณจากข้อมูลค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงอากาศยานที่มีความทันสมัยหนึ่งวงรอบการซ่อมบำรุงระดับโรงงาน
และค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงบริภัณฑ์หลักหนึ่งวงรอบการซ่อมบำรุง (ข) ค่าแรงงานในการซ่อมบำรุง ให้คำนวณจากจำนวนชั่วโมงคนที่ใช้ในการซ่อมหนึ่งวงรอบการซ่อมบำรุงระดับโรงงาน x ค่าแรงงานต่อชั่วโมงคน และนำมาเฉลี่ยตามสัดส่วนของจำนวนชั่วโมงบินจริงของอากาศยานในหนึ่งวงรอบการซ่อมบำรุงระดับโรงงาน ทั้งนี้
การคำนวณค่าแรงงานต่อชั่วโมงคน ให้เป็นไปตามระเบียบกองทัพอากาศ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การคิดค่าแรงงานต่อชั่วโมงคนและการคิดราคาค่าสร้างหรือซ่อม (ค) ค่าขนส่ง ให้คำนวณจากค่าใช้จ่ายในการขนส่งพัสดุและอะไหล่ สำหรับอากาศยานแต่ละแบบ และนำมาเฉลี่ยตามสัดส่วนของจำนวนชั่วโมงบินจริงของอากาศยานแบบนั้น ๆ (ง)
ระยะเวลาความพร้อมปฏิบัติการของอากาศยานที่บินได้ทุกภารกิจตลอดปีที่กำกับต่อท้ายในอากาศยานแต่ละแบบ ให้คำนวณจากข้อมูลจำนวนอากาศยานแบบนั้น ๆ ที่พร้อมปฏิบัติการบินตลอดทั้งปี (๓) ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการตรวจและพิสูจน์ฝ่ายหรือการสกัดกั้น ให้คำนวณจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
ข้อ ๓ ค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายอากาศยาน ตามมาตรา ๒๒ (๓) และการเก็บรักษาอากาศยาน สิ่งของ และหลักฐาน ตามมาตรา ๒๒ (๔) ให้คำนวณจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
ข้อ ๔ ค่าใช้จ่ายในการใช้อาวุธเพื่อปฏิบัติการทำลายอากาศยานตามมาตรา ๒๒ (๕) ให้คำนวณจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามมูลค่าของอาวุธที่จำเป็นต้องใช้เพื่อปฏิบัติการ
ข้อ ๕ ค่าใช้จ่ายในการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น ตามข้อ ๑ (๑) ให้คำนวณจากค่าตอบแทนผู้เชี่ยวชาญ ค่าใช้จ่ายในการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐาน และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น ตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
ข้อ ๖ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารเพื่อปฏิบัติภารกิจตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทำผิดกฎหมายตามข้อ ๑ (๒) ให้คำนวณจากค่าเดินทาง ค่าพาหนะ และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการเดินทาง ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าเดินทาง (ก) กรณีไม่ค้างคืน วันละ ๓,๐๐๐ บาทต่อคน (ข) กรณีต้องค้างคืน
วันละ ๖,๐๐๐ บาทต่อคน (ค) กรณีวันหยุดราชการและไม่ค้างคืน วันละ ๖,๐๐๐ บาทต่อคน (ง) กรณีวันหยุดราชการและต้องค้างคืน วันละ ๙,๐๐๐ บาทต่อคน (๒) ค่าพาหนะ กรณีต้องเดินทางโดยสารเครื่องบิน หรือเช่าเหมาเรือหรือยานพาหนะอื่น เท่าที่จ่ายจริง (๓) ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการเดินทาง เท่าที่จ่ายจริง
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทำผิดกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๓ บัญญัติให้ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องอันเกิดจากการสกัดกั้นหรือการปฏิบัติการเพื่อทำลายอากาศยานจากภาคพื้น
และหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการสกัดกั้นหรือการปฏิบัติการเพื่อทำลายอากาศยานจากภาคพื้น ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).